เงินหายากขึ้น รายจ่ายเยอะขึ้น ใช้ชีวิตฝืด ๆ แต่พอไปดูข่าว…
ธนาคารกำไรเป็นหมื่นล้าน
💡
โมเดลธนาคาร จริง ๆ แล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
+ หลายคนอาจเข้าใจว่า
- รับฝากดอกเบี้ย 1–2%
- ปล่อยกู้ 4–5% = กำไรเน้น ๆ
+ แต่ความจริงคือ 👉 ธนาคารต้องแบก “ความเสี่ยง” จากหนี้เสีย (NPL) ด้วย
- ถ้าปล่อยกู้ไปแล้วลูกหนี้ไม่จ่าย
- เงินก้อนนั้น = ธนาคารรับเต็ม ๆ
📈
แล้วทำไมช่วงนี้กำไรถึงดี?
1. ดอกเบี้ยขาขึ้น (ตัวหลักเลย)
- ธนาคารขึ้นดอกเบี้ย “ฝั่งปล่อยกู้” ได้เร็ว แต่ “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ขึ้นช้ากว่า
- ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) กว้างขึ้น = กำไรเพิ่ม
2. คน-ธุรกิจเริ่มตึง = กู้มากขึ้น
- รายได้ไม่โต แต่รายจ่ายเพิ่ม สุดท้ายต้องพึ่ง “สินเชื่อ”
- ธนาคารมีโอกาสปล่อยกู้มากขึ้น
3. สินเชื่อดอกแพงโตดี
- ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนมักใช้ “บัตรเครดิต / สินเชื่อบุคคล” มากขึ้น
- ดอกเบี้ยสูง = ทำกำไรได้มากกว่าสินเชื่อบ้าน
4. ค่าธรรมเนียมเพิ่มตามพฤติกรรม
- รูดบัตร
- ผ่อนสินค้า
- หมุนเงิน
- รายได้ค่าธรรมเนียมก็เพิ่มตาม
🤨
แล้วสรุป…ธนาคารเอาเปรียบไหม?
+ เอาตรง ๆ 👉 “ไม่เชิง” เพราะระบบมันถูกออกแบบแบบนี้ตั้งแต่แรก
- ธนาคาร = ตัวกลางปล่อยเงิน
- ความเสี่ยงสูง = ดอกเบี้ยสูง
- กำไร = มาจากความเสี่ยงที่รับ
- แถมถ้าเทียบกับต่างประเทศ กำไรธนาคารไทยก็ไม่ได้สูงเว่อร์อะไร
ในวันที่คนส่วนใหญ่ “ขาดสภาพคล่อง” มันกลับกลายเป็น “โอกาสรายได้” ของธนาคาร ฟังดูโหด…แต่ก็เป็นความจริงของระบบการเงิน
ที่มา
Money Buffalo
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ธนาคารทำยังไง ? ทำไมถึงกวาด “กำไร” ได้ แม้ในวันที่คนทั้งประเทศลำบาก | Money Buffalo
ในขณะที่การจับจ่ายใช้สอยเริ่มติดขัด และธุรกิจเริ่มฝืดเคือง ตัวเลขกำไรของกลุ่มธนาคารนั้นในภาพรวมมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่า ธนาคารรวยกันเป็นหมื่นล้านขนาดนี้ เป็นเพราะ “เอาเปรียบ” ผู้ใช้บริการอยู่หรือเปล่า ?
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png[/img] เข้าใจธุรกิจธนาคาร: ทำไม “กำไร” มาพร้อม “ความเสี่ยง” เสมอ
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจโมเดลของธุรกิจธนาคารก่อนว่า โดยปกติเค้าจะกินกำไรจากส่วนต่างของดอกเบี้ย
- ธนาคารรับฝากเงินลูกค้ามา โดยดอกเบี้ย 1-2%
- ปล่อยกู้ในดอกเบี้ย 4-5%
จากตรงนี้ฟังดูเหมือนธนาคารเนี่ยจะกินกำไร 3% แบบหมู ๆ เลยใช่ไหมฮะ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะธนาคารต้อง “แบกรับความเสี่ยง” จากการที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระด้วย เพราะถ้าปล่อยกู้ไปแล้วลูกหนี้ไม่จ่าย ธนาคารจะต้องรับภาระหนี้ก้อนนั้นทันที ธนาคารก็เลยไม่ได้มีแต่กำไร แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในส่วนนี้ด้วย
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png[/img] ทำไมเศรษฐกิจแย่ แต่ธนาคารกำไรเพิ่มขึ้นได้ ?
พี่ทุยสรุปให้เป็นข้อ ๆ แบบนี้ครับ
1.ดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ธนาคารมีโอกาสเพิ่มกำไร
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราอยู่ในช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อกับธนาคารมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ธนาคารสามารถ “ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้” ได้ค่อนข้างเร็ว ในขณะที่ ดอกเบี้ยเงินฝากมัก “ขยับช้ากว่า” เพราะธนาคารไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดึงเงินฝากทันที
ผลลัพธ์คือ ช่องว่างระหว่าง “ดอกเบี้ยรับ” กับ “ดอกเบี้ยจ่าย” กว้างขึ้น ซึ่งในภาษาธนาคารเรียกว่า NIM (Net Interest Margin) และ NIM ที่กว้างขึ้นนี่แหละครับ คือหนึ่งในตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญที่สุด
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ต้นทุนเงินยังขึ้นไม่มาก แต่รายได้จากการปล่อยกู้เพิ่มแล้ว
2.คนเริ่มขาดสภาพคล่อง แสดงว่าความต้องการกู้เพิ่ม
ในช่วงเศรษฐกิจชะลอ รายได้ของหลายคนไม่ได้โตตามค่าครองชีพ ในขณะที่ค่าใช้จ่าย เช่น อาหาร ค่าเช่า หรือดอกเบี้ย กลับเพิ่มขึ้น ทำให้หลายครัวเรือนเริ่ม “ตึงตัว” ฝั่งธุรกิจก็เช่นกัน
ยอดขายอาจไม่โต แต่ต้นทุนยังอยู่ หรือเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ทั้งคนทั่วไปและธุรกิจเริ่มต้อง “พึ่งเงินกู้” มากขึ้น ตรงนี้ทำให้ “ดีมานด์ของสินเชื่อ” ในระบบเพิ่มขึ้น ซึ่งสำหรับธนาคาร นั่นหมายถึง “โอกาสในการปล่อยกู้” ที่มากขึ้นตามไปด้วย
3.สินเชื่อที่โต คือ สินเชื่อดอกแพง
ไม่ใช่เงินกู้ทุกแบบจะทำเงินเท่ากัน อย่าง สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ แต่สินเชื่อบุคคล หรือบัตรเครดิต ดอกเบี้ยสูงกว่ามาก
และในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี สินเชื่อที่มักเติบโตเร็วมักจะเป็น “สินเชื่อดอกเบี้ยสูง” เพราะเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ “การใช้เงินระยะสั้น” ของคนที่ตึงตัว ผลที่เกิดขึ้นคือ “โครงสร้างของสินเชื่อ” เปลี่ยนไปอยู่ในกลุ่มที่ทำให้กำไรของธนาคารสูงขึ้น
4.รายได้ค่าธรรมเนียมบางส่วน “เพิ่มตามพฤติกรรมช่วงเศรษฐกิจไม่ดี”
ธนาคารไม่ได้หาเงินจากดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่ยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียม และบริการทางการเงินอื่น ๆ และในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้พฤติกรรมบางอย่างของลูกค้า “เปลี่ยนไป” เช่น การใช้บัตรเครดิตมากขึ้น ผ่อนสินค้า / หมุนเงินมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้ รายได้ค่าธรรมเนียมบางประเภท “เพิ่มขึ้นตามไปด้วย” เลยกลายเป็นอีกแรงหนึ่ง
ที่ช่วยพยุงกำไรของธนาคาร ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอ
พอทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน มันเลยไม่แปลกที่ “เศรษฐกิจแย่” แต่ธนาคารกลับ “กำไรดีขึ้น” เพราะในขณะที่หลายคนกำลังเจอปัญหา ทั้งรายได้ที่โตไม่ทันค่าใช้จ่าย หรือสภาพคล่องที่เริ่มตึงตัว
สิ่งเหล่านี้กลับไป “เพิ่มโอกาสทางรายได้” ให้กับธนาคาร
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png[/img]สรุป ธนาคารเอาเปรียบเราจริงไหม ?
คำตอบอาจไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิด เพราะถ้าไปดูต่างประเทศ ธนาคารก็ทำกำไรได้ในลักษณะเดียวกันในเอเชีย ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเฉลี่ยอยู่ราว 11.4% ขณะที่ไทยอยู่ประมาณ 9.2%
เรียกได้ว่า…ไม่ได้สูงผิดปกติ แถมยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาคด้วยซ้ำ
ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกนิด… สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพราะ “ธนาคารได้เปรียบเรา” แต่เป็นเพราะ
“ระบบมันถูกออกแบบมาแบบนี้ตั้งแต่แรก” ธนาคารมีหน้าที่ปล่อยเงิน และคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยง ยิ่งเสี่ยงมาก…ก็ต้องจ่ายแพงมากขึ้น มันเลยกลายเป็นภาพที่ว่า ในวันที่เศรษฐกิจแย่
ธนาคารอาจทำกำไรได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ธนาคารเองก็ต้องแบกรับ “ความเสี่ยง” ที่สูงขึ้นตามไปด้วยเหมือนกันครับ
ทำไมเศรษฐกิจแย่ แต่ธนาคารกลับ “กำไรพุ่ง”? หรือจริง ๆ แล้วเราเข้าใจผิดกันอยู่ 🤔
ธนาคารกำไรเป็นหมื่นล้าน
💡 โมเดลธนาคาร จริง ๆ แล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
+ หลายคนอาจเข้าใจว่า
- รับฝากดอกเบี้ย 1–2%
- ปล่อยกู้ 4–5% = กำไรเน้น ๆ
+ แต่ความจริงคือ 👉 ธนาคารต้องแบก “ความเสี่ยง” จากหนี้เสีย (NPL) ด้วย
- ถ้าปล่อยกู้ไปแล้วลูกหนี้ไม่จ่าย
- เงินก้อนนั้น = ธนาคารรับเต็ม ๆ
📈 แล้วทำไมช่วงนี้กำไรถึงดี?
1. ดอกเบี้ยขาขึ้น (ตัวหลักเลย)
- ธนาคารขึ้นดอกเบี้ย “ฝั่งปล่อยกู้” ได้เร็ว แต่ “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ขึ้นช้ากว่า
- ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) กว้างขึ้น = กำไรเพิ่ม
2. คน-ธุรกิจเริ่มตึง = กู้มากขึ้น
- รายได้ไม่โต แต่รายจ่ายเพิ่ม สุดท้ายต้องพึ่ง “สินเชื่อ”
- ธนาคารมีโอกาสปล่อยกู้มากขึ้น
3. สินเชื่อดอกแพงโตดี
- ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนมักใช้ “บัตรเครดิต / สินเชื่อบุคคล” มากขึ้น
- ดอกเบี้ยสูง = ทำกำไรได้มากกว่าสินเชื่อบ้าน
4. ค่าธรรมเนียมเพิ่มตามพฤติกรรม
- รูดบัตร
- ผ่อนสินค้า
- หมุนเงิน
- รายได้ค่าธรรมเนียมก็เพิ่มตาม
🤨 แล้วสรุป…ธนาคารเอาเปรียบไหม?
+ เอาตรง ๆ 👉 “ไม่เชิง” เพราะระบบมันถูกออกแบบแบบนี้ตั้งแต่แรก
- ธนาคาร = ตัวกลางปล่อยเงิน
- ความเสี่ยงสูง = ดอกเบี้ยสูง
- กำไร = มาจากความเสี่ยงที่รับ
- แถมถ้าเทียบกับต่างประเทศ กำไรธนาคารไทยก็ไม่ได้สูงเว่อร์อะไร
ในวันที่คนส่วนใหญ่ “ขาดสภาพคล่อง” มันกลับกลายเป็น “โอกาสรายได้” ของธนาคาร ฟังดูโหด…แต่ก็เป็นความจริงของระบบการเงิน
ที่มา Money Buffalo
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้