สรุปปัจจัยบวก
+ รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตแกร่ง: นำโดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management), การขายประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance) และธุรกรรมทางการเงิน (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ)
+ คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น: สัดส่วน NPL ลดลงเหลือ 3.23% จากการจัดการหนี้ในกลุ่ม SME และ CardX ได้ดีขึ้น (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ, บล.พาย)
+ การเติบโตของสินเชื่อ: สินเชื่อรวมขยายตัวโดดเด่นในไตรมาส 1/69 โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และสินเชื่อเคหะ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้)
+ นโยบายเงินปันผลสูง: ผู้บริหารยืนยันความมุ่งมั่นในการจ่ายปันผลระดับสูง (คาดอัตราการจ่ายไม่ต่ำกว่า 80%) ให้ Yield ประมาณ 7-8.5% ซึ่งมีความน่าสนใจมาก (บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.พาย)
+ ค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองลดลง: ส่งผลให้กำไรสุทธิเมื่อเทียบรายไตรมาส (QoQ) ยังสามารถประคองตัวและเติบโตได้เล็กน้อย (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง)
สรุปปัจจัยลบ
- กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบรายปี (YoY): ผลประกอบการถูกกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ลดลง และกำไรจากการลงทุนที่ต่ำกว่าคาด (บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้)
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อ่อนตัว: สาเหตุจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการขยายตัวของสินเชื่อรายใหญ่ที่มีผลตอบแทนต่ำ ทำให้ NIM ต่ำกว่าเป้าหมาย (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง)
- ต้นทุนเครดิต (Credit Cost) อยู่ในระดับสูง: การตั้งสำรองยังอยู่ในกรอบบนของเป้าหมาย และมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นหากเศรษฐกิจมหภาคหรือสถานการณ์ตะวันออกกลางแย่ลง (บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี, บล.พาย)
- ความท้าทายจากปัจจัยภายนอก: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจชะลอตัว อาจกดดันคุณภาพสินเชื่อและเป็น Downside risk ต่อประมาณการกำไร (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.พาย)
- โครงการใหม่ล่าช้า: การพัฒนาบริษัทย่อย (Gen-II) ยังไม่เป็นไปตามคาด และโครงการ Virtual Bank มีแนวโน้มเลื่อนไปเริ่มดำเนินการปลายปีหรือต้นปีหน้า (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
- ยกเลิกดีลใหญ่: การยุติการเข้าซื้อ Home Credit Vietnam เนื่องจากความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
Credit : efinanceThai

ส่องกล้อง SCB : น่ากังวลแค่ไหน? หลังกำไร Q1 วูบ 18%
สรุปปัจจัยบวก
+ รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตแกร่ง: นำโดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management), การขายประกันผ่านธนาคาร (Bancassurance) และธุรกรรมทางการเงิน (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทรีนีตี้, บล.ดาโอ)
+ คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น: สัดส่วน NPL ลดลงเหลือ 3.23% จากการจัดการหนี้ในกลุ่ม SME และ CardX ได้ดีขึ้น (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ, บล.พาย)
+ การเติบโตของสินเชื่อ: สินเชื่อรวมขยายตัวโดดเด่นในไตรมาส 1/69 โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และสินเชื่อเคหะ (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้)
+ นโยบายเงินปันผลสูง: ผู้บริหารยืนยันความมุ่งมั่นในการจ่ายปันผลระดับสูง (คาดอัตราการจ่ายไม่ต่ำกว่า 80%) ให้ Yield ประมาณ 7-8.5% ซึ่งมีความน่าสนใจมาก (บล.ฟิลลิป, บล.ทิสโก้, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง, บล.พาย)
+ ค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองลดลง: ส่งผลให้กำไรสุทธิเมื่อเทียบรายไตรมาส (QoQ) ยังสามารถประคองตัวและเติบโตได้เล็กน้อย (บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง)
สรุปปัจจัยลบ
- กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบรายปี (YoY): ผลประกอบการถูกกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ลดลง และกำไรจากการลงทุนที่ต่ำกว่าคาด (บล.ยูโอบี เคย์เฮียน, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้)
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อ่อนตัว: สาเหตุจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการขยายตัวของสินเชื่อรายใหญ่ที่มีผลตอบแทนต่ำ ทำให้ NIM ต่ำกว่าเป้าหมาย (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ฟิลลิป, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง)
- ต้นทุนเครดิต (Credit Cost) อยู่ในระดับสูง: การตั้งสำรองยังอยู่ในกรอบบนของเป้าหมาย และมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นหากเศรษฐกิจมหภาคหรือสถานการณ์ตะวันออกกลางแย่ลง (บล.ทิสโก้, บล.ดาโอ, บล.กรุงศรี, บล.พาย)
- ความท้าทายจากปัจจัยภายนอก: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจชะลอตัว อาจกดดันคุณภาพสินเชื่อและเป็น Downside risk ต่อประมาณการกำไร (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.พาย)
- โครงการใหม่ล่าช้า: การพัฒนาบริษัทย่อย (Gen-II) ยังไม่เป็นไปตามคาด และโครงการ Virtual Bank มีแนวโน้มเลื่อนไปเริ่มดำเนินการปลายปีหรือต้นปีหน้า (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
- ยกเลิกดีลใหญ่: การยุติการเข้าซื้อ Home Credit Vietnam เนื่องจากความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ (บล.ทิสโก้, บล.พาย)
Credit : efinanceThai