กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ของสหรัฐฯ เดินทางถึงภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีที่สหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรุกเครื่องบินมากถึง 3 ลำมาประจำการในภูมิภาคนี้ ซึ่งครั้งล่าสุดที่สหรัฐฯ ส่งกำลังทางทหารจำนวนมากเช่นนี้เข้าสู่น่านน้ำของตะวันออกกลาง คือช่วงก่อนที่สหรัฐฯ จะนำกำลังบุกอิรัก ในปี 2003
โดยเรือบรรทุกเครื่องบินลำล่าสุด ที่เพิ่งเดินทางมาถึงคือเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George HW Bush
ตามหลัง 2 ลำแรกคือ USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R Ford ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM กล่าวเมื่อวานนี้ (24 เมษายน) ว่า กองเรือของสหรัฐฯ ที่เพิ่งเดินทางถึงนอกจาก USS George HW Bush แล้วยังประกอบด้วยเรือสนับสนุน 12 ลำ เครื่องบินกว่า 200 ลำ และกำลังพลอีกไม่ต่ำกว่า 15,000 นาย ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมการกลับมาโจมตีอิหร่านหรือไม่ แม้ว่าในขณะนี้จะอยู่ในช่วงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของอิหร่านและสหรัฐฯ มุ่งหน้าไปยังกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน ที่ยังคงไม่ชัดเจนและเป็นที่จับตามองว่าจะเกิดการเจรจาสันติภาพขึ้นอีกครั้งหรือไม่
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 เมษายน) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ปฏิเสธที่จะให้ไทม์ไลน์ว่าสงครามอิหร่านในครั้งนี้จะไปสิ้นสุดเมื่อใด ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า “อย่าเร่ง” หรือ Don’t rush me
สำหรับ เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George HW Bush เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ (Nimitz-class) ประจำการครั้งแรกในปี 2009
และเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่ที่สุดในบรรดาเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ เรือลำนี้มีความยาวเกือบ 1,000 ฟุต
ระวางขับน้ำมากกว่า 100,000 ตัน และสามารถบรรทุกอากาศยานได้มากกว่า 80 ลำ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่อง
อีกทั้งยังสามารถบรรทุกลูกเรือรวมทั้งเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานบนเรือได้มากกว่า 5,500 นาย
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการของเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George HW Bush เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุกับ CNN ว่า
กองทัพจะไม่พูดเกี่ยวกับการจัดวางกำลังพล การเคลื่อนย้ายเรือ หรือที่ตั้งต่าง ๆ เพื่อปกป้องกำลังพลและรักษาความมั่นคงด้านปฏิบัติการ แต่นักวิเคราะห์มองว่า การส่ง USS George HW Bush ไปตะวันออกกลางเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง แม้จะยังไม่ได้มีคำสั่งยิงแม้แต่นัดเดียว
คาร์ล ชูสเตอร์ อดีตกัปตันกองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่า แค่เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 จะเข้ามามีส่วนร่วมในตะวันออกกลาง
ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่าน ขณะที่การเจรจาสันติภาพกำลังใกล้เข้ามา
ข้อความที่ส่งออกมาคือทรัมป์อาจเพิ่มแรงกดดันให้หนักขึ้น หากการเจรจาสันติภาพไม่คืบหน้าไปในทิศทางที่เขาต้องการ
CNN รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ออกมาเปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า มีการจัดทำแผนสำหรับโจมตีเป้าหมายใหม่ของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ หากข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันพังลง โดยแหล่งข่าวอธิบายว่า การโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจะมุ่งเป้าไปที่เรือโจมตีเร็วขนาดเล็ก
เรือวางทุ่นระเบิด และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ของอิหร่านที่จะใช้ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญเหล่านั้นได้ และใช้เป็นเครื่องต่อรองกดดันสหรัฐฯ
ด้าน ปีเตอร์ เลย์ตัน นักวิเคราะห์จาก Griffith Asia Institute และอดีตนายทหารกองทัพอากาศออสเตรเลีย
ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่าอากาศยานบนเรือ USS George HW Bush อาจถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการลักษณะดังกล่าว
เขาระบุว่าการใช้เครื่องบินขับไล่บนเรือบรรทุกเครื่องบินนั้นเป็น “วิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพอย่างมาก” สำหรับใช้โจมตีเป้าหมายแบบอสมมาตร พร้อมเสริมว่าเครื่องบินโจมตี A-10 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคแล้ว เหมาะสมกับภารกิจนี้มากกว่า
เลย์ตันและนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ กล่าวว่า USS George HW Bush อาจถูกส่งมาเพื่อผลัดเปลี่ยนกับเรือ USS Gerald R. Ford
ซึ่งประจำการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และนานเกินกว่าระยะเวลาปกติราว 7 เดือนที่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ
มักปฏิบัติภารกิจภายใต้สถานการณ์ปกติ อดีตกัปตันกองทัพเรือสหรัฐฯ
กล่าวด้วยว่านึ่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ลูกเรือบน USS Gerald R. Ford สมควรได้พักบ้างแล้ว
ไม่เช่นนั้นประสิทธิภาพในการปฏิบัติการจะเริ่มลดลง ดังนั้นการมีเรือมาทดแทนระหว่างทางจึงเป็นเรื่องรอบคอบ
TNN Thailand
เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำที่ 3 เข้าประจำการในตะวันออกกลางแล้ว จับตาโจมตีรอบใหม่ ?
TNN Thailand