เทคนิคกินไข่ให้ได้โปรตีนเน้นๆ ไข่เหมือนกัน แต่ทำไมโปรตีนไม่เท่ากัน!



เทคนิคกินไข่ให้ได้โปรตีนเน้นๆ ไข่เหมือนกัน แต่โปรตีนไม่เท่ากัน! เทียบชัดๆ วิธีปรุงแบบไหนคือที่สุดของสารอาหาร
มาดูกันครับ!!!

รู้ไหม กิน “ไข่” เหมือนกัน แต่ได้โปรตีนไม่เท่ากัน เผบ ไข่ต้ม ไข่ลวก ไข่ดิบ กินแบบไหนคุ้มค่าสุด
ไข่ เป็นอาหารคู่ครัวที่หลายบ้านมีติดตู้เย็นไว้เสมอ เพราะราคาเข้าถึงง่าย ทำเมนูได้หลากหลาย และขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า แม้จะเป็นไข่ฟองเดียวกัน หากปรุงคนละแบบ ร่างกายอาจได้รับประโยชน์ไม่เท่ากัน

คำถามยอดฮิตของสายสุขภาพคือ ไข่ดิบ ไข่ลวก ไข่ต้ม ไข่ดาว หรือไข่เจียว แบบไหนได้โปรตีนดีที่สุด คำตอบคือ ปริมาณโปรตีนในไข่ใกล้เคียงกัน แต่ “การดูดซึม” ของร่างกายต่างกันชัดเจน

ไข่ 1 ฟอง มีโปรตีนเท่าไหร่
โดยทั่วไป ไข่ไก่ขนาดกลาง 1 ฟอง ให้โปรตีนประมาณ 6-7 กรัม พร้อมกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องใช้ในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ สร้างฮอร์โมน และเสริมภูมิคุ้มกัน

โปรตีนในไข่จึงถูกจัดว่าเป็นโปรตีนคุณภาพสูง เพราะมีกรดอะมิโนครบถ้วนและย่อยง่ายเมื่อปรุงอย่างเหมาะสม

ทำไมกินไข่เหมือนกัน แต่ได้โปรตีนไม่เท่ากัน
แม้ปริมาณโปรตีนรวมจะใกล้เคียงกัน แต่ความต่างอยู่ที่การที่ร่างกายนำโปรตีนไปใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความสุกของไข่
เมื่อไข่ได้รับความร้อน โปรตีนจะเปลี่ยนโครงสร้างหรือคลายตัว ทำให้เอนไซม์ย่อยอาหารทำงานได้ง่ายขึ้น ร่างกายจึงดูดซึมโปรตีนจากไข่สุกได้ดีกว่าไข่ดิบ

ข้อมูลด้านโภชนาการระบุว่า ร่างกายอาจดูดซึมโปรตีนจากไข่ดิบได้เพียงประมาณ 50-60% ขณะที่ไข่สุกอาจดูดซึมได้สูงถึงราว 90%


ข้อมูลภาพ :https://health.kapook.com/view201469.html

ทำไมไข่ดิบถึงเสียเปรียบ
ในไข่ขาวดิบมีโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า อะวิดิน (Avidin) ซึ่งสามารถจับกับไบโอติน หรือวิตามินบี 7 ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารชนิดนี้ลดลง
เมื่อปรุงให้สุก ความร้อนจะช่วยลดฤทธิ์ของอะวิดิน ทำให้ร่างกายได้รับทั้งโปรตีนและวิตามินได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ไข่ดิบยังมีความเสี่ยงเรื่องเชื้อแบคทีเรีย เช่น ซัลโมเนลลา หากเก็บรักษาไม่เหมาะสม

ไข่แต่ละแบบ มีข้อดีต่างกันอย่างไร

1. ไข่ดิบ
นิยมในบางเมนูหรือบางกลุ่มที่เชื่อว่าดูดซึมเร็ว แต่ในความจริง ร่างกายใช้โปรตีนได้ไม่ดีเท่าไข่สุก และมีความเสี่ยงเรื่องเชื้อโรคมากกว่า
ข้อดี: สะดวกในบางเมนู ไม่ผ่านความร้อน
ข้อควรระวัง: ดูดซึมโปรตีนน้อยกว่า และเสี่ยงเชื้อปนเปื้อน

2. ไข่ลวก / ไข่ออนเซ็น
เป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนรักสุขภาพ เพราะเนื้อสัมผัสนุ่ม กินง่าย และผ่านความร้อนระดับหนึ่ง
ข้อดี: โปรตีนดูดซึมดีขึ้นกว่าดิบ เนื้อสัมผัสอร่อย กินง่าย
ข้อควรระวัง: ควรทำให้สะอาดและใช้ไข่สดใหม่ เพราะยังเป็นกึ่งสุกกึ่งดิบ

3. ไข่ต้มสุก โดยเฉพาะ ไข่ยางมะตูม
ถือเป็นตัวเลือกเด่นที่สุด หากมองเรื่องโปรตีน ความปลอดภัย และการควบคุมพลังงาน
ยิ่งไข่ยางมะตูม ไข่แดงยังไม่สุกเกินไปจนสูญเสียสารอาหารไป แต่ยังคงวิตามินและแร่ธาตุครบกว่าไข่แดงที่สุกจนแข็ง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ข้อดี: ดูดซึมโปรตีนดี ปลอดภัย ไม่ใช้น้ำมัน พกพาง่าย
เหมาะกับ: คนลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย หรือคุมอาหาร

4. ไข่ดาว / ไข่ทอด / ไข่เจียว
ยังได้โปรตีนเหมือนเดิม แต่พลังงานและไขมันเพิ่มขึ้นจากน้ำมันที่ใช้ปรุง
ข้อดี: อร่อย อิ่มง่าย ทำได้หลากหลายเมนู
ข้อควรระวัง: หากใช้น้ำมันมาก อาจได้แคลอรีสูงเกินจำเป็น

ถ้าอยากได้โปรตีนสูงสุด ควรกินแบบไหน
หากเป้าหมายคือเพิ่มโปรตีน เสริมกล้ามเนื้อ หรือกินเพื่อสุขภาพ ไข่ที่ปรุงสุกกำลังดี เช่น ไข่ต้มยางมะตูม (แนะนำ) ไข่ต้มสุก หรือไข่ออนเซ็นที่สะอาด ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
เพราะร่างกายดูดซึมโปรตีนได้ดีกว่า ลดความเสี่ยงเชื้อโรค และไม่เพิ่มไขมันส่วนเกินมากเกินจำเป็น
กินไข่อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
เลือกไข่สด สะอาด และเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม
ปรุงสุกเพื่อลดความเสี่ยงเชื้อโรค
กินคู่ผัก ธัญพืช หรือผลไม้ เพื่อเพิ่มใยอาหาร
หากควบคุมน้ำหนัก เลี่ยงการทอดน้ำมันมาก
รับประทานให้เหมาะกับพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน

สรุปแล้ว
ไข่ฟองเดียวกัน อาจให้โปรตีนไม่เท่ากันในทางปฏิบัติ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ปริมาณโปรตีน แต่คือร่างกายดูดซึมไปใช้ได้มากแค่ไหน
หากต้องการทั้งโปรตีนและความปลอดภัย ไข่สุก หรือไข่ยางมะตูม คือคำตอบที่ดีกว่า ส่วนใครชอบกินไข่แบบไหน ก็สามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายสุขภาพของตัวเองได้ เพียงรู้วิธีกินอย่างถูกต้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.sanook.com/news/9885638/?tbref=hp

อมยิ้ม04อมยิ้ม05
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่