เพิ่งรู้นะนี่ AI ยังต้องพึ่งพา ความนัวของอูมามิ ของ อายิโนะโมะโตะ เลยครับ
รู้จัก Ajinomoto ที่ไม่ใช่ บริษัทผงชูรส แต่เป็นผู้คุมเกมเงียบๆในยุค AI | Digital Frontiers EP.63
หลายคนรู้จัก Ajinomoto ในฐานะบริษัทที่ขายผงชูรสและเครื่องปรุงรส
แต่ความจริงคือบริษัทนี้กำลังครองตลาดวัสดุสำคัญในชิป AI มากกว่า 95% ของโลกอยู่เงียบ ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุก GPU ที่ขับเคลื่อน ChatGPT ทุก Data Center ที่รันโมเดล AI ล้วนใช้ฟิล์มบาง ๆ
ที่เรียกว่า
ABF หรือ Ajinomoto Build-up Film เป็นฉนวนในชิป และฟิล์มนี้มีบริษัทเดียวในโลกที่ทำได้ในระดับไฮเอนด์

และยิ่งชิป AI ทรงพลังขึ้น ความต้องการก็ยิ่งเพิ่มแบบทวีคูณ เพราะ GPU รุ่นใหม่อย่าง Blackwell B200
ใช้ ABF มากกว่าคอมพิวเตอร์ปกติถึง 3-5 เท่า
แปลว่าไม่ว่าใครจะชนะสงครามชิป Ajinomoto ก็ได้เงินเสมอ แล้วนักลงทุนควรมองหุ้นตัวนี้ยังไง?
มีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวัง? ติดตามได้ใน Digital Frontiers ดำเนินรายการโดย รดา ลภัสรดา พิพัฒน์ - Thairath Money
Mr Nakamura Shigeo ผู้ค้นพบและประดิษฐ์
ABF
Ajinomoto Build-up Film (ABF) คือ อะไร
Ajinomoto Build-up Film (ABF) คือ วัสดุฉนวนชนิดฟิล์มบางที่คิดค้นและพัฒนาโดย

บริษัท Ajinomoto (อายิโนะโมะโต๊ะ) ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยีกรดอะมิโนที่เชี่ยวชาญ
นำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
หน้าที่และความสำคัญ
ABF เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในกระบวนการผลิต "แผงวงจรชิปคอมพิวเตอร์"
(Semiconductor Packaging) โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนคั่นระหว่างชั้นวงจรไฟฟ้าขนาดเล็กมากใน
CPU (Central Processing Unit) และ GPU (Graphics Processing Unit)
จุดเด่นของ ABF
เปลี่ยนจากของเหลวเป็นฟิล์ม: ในอดีตการทำฉนวนใช้ของเหลวซึ่งเลอะเทอะและยาก
ต่อการเคลือบ แต่ ABF เป็นแผ่นฟิล์มที่นำไปแปะติดได้ง่าย (Build-up) ทำให้ขั้นตอนการผลิตสั้นลง
ความละเอียดสูง (Fine Line): ช่วยให้สามารถสร้างวงจรที่มีความละเอียดสูงระดับนาโนเมตรได้
ประสิทธิภาพสูง: รองรับการทำงานของซีพียูที่ต้องการความเร็วและประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับ
สมองคอมพิวเตอร์, Data Center, และ AI
ทนทาน: มีความคงทนและเป็นฉนวนที่ยอดเยี่ยม
สรุป
Ajinomoto Build-up Film คือ "ฟิล์มวัสดุฉนวน" ที่เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์
ประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี AI ทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทที่ทำผงชูรส
เท่านั้นที่ผลิตได้
ส่วนสาเหตุอื่น ก็แค่ .. น้ำจิ้ม
คนส่วนใหญ่ชอบและนิยมใช้ AI (Artificial Intelligence) ในปัจจุบันเนื่องจากความสามารถ
ในการช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
โดยเหตุผลหลักที่ AI ได้รับความนิยม มีดังนี้
1. ความเร็วและประสิทธิภาพ (Speed & Efficiency)
ทำงานได้รวดเร็ว: AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า
เพิ่มประสิทธิภาพงาน: ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในงานประจำที่ซ้ำซ้อน ทำให้มนุษย์มีเวลา
โฟกัสกับงานที่สร้างสรรค์กว่า
ความแม่นยำสูง: ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากการทำงานของมนุษย์
2. ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน (Usability & Convenience)
ผู้ช่วยส่วนตัว: AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช่น แนะนำเพลง ตอบแชท แปลภาษา หรือวิเคราะห์สุขภาพ
หาข้อมูล/ระดมสมอง (Brainstorming): ใช้เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนการสอน หาไอเดียทำนิยาย
หรือสรุปข้อมูล
เข้าถึงง่าย: ปัจจุบัน AI เข้าถึงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่างๆ
3. ที่ปรึกษาที่ไม่ตัดสิน (Non-judgmental Adviser)
เป็นพื้นที่ปลอดภัย: โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ (Gen Z) นิยมปรึกษา AI แทนผู้ใหญ่ เพราะรู้สึกไม่กดดัน
ไม่ถูกตัดสิน และได้คำตอบทันที
คุยได้ทุกเรื่อง: AI กลายเป็น "เพื่อนร่วมงาน" และ "เพื่อนคู่คิด" ที่ปรึกษาได้ตั้งแต่เรื่องงานจนถึง
เรื่องส่วนตัวและความรัก
4. ประโยชน์ทางธุรกิจ (Business Benefits)
ลดต้นทุน: ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
วิเคราะห์ข้อมูลลึก: ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าหรือแนวโน้มธุรกิจ ทำให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
5. ความสามารถด้านการสร้างสรรค์ (Creativity)
Generative AI: สร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ เช่น เขียนบทความ วาดภาพ หรือทำวิดีโอ
เปิดสาเหตุ ที่ทุกคนชื่นชอบ AI .. เพราะอะไรกัน ?
รู้จัก Ajinomoto ที่ไม่ใช่ บริษัทผงชูรส แต่เป็นผู้คุมเกมเงียบๆในยุค AI | Digital Frontiers EP.63
หลายคนรู้จัก Ajinomoto ในฐานะบริษัทที่ขายผงชูรสและเครื่องปรุงรส
แต่ความจริงคือบริษัทนี้กำลังครองตลาดวัสดุสำคัญในชิป AI มากกว่า 95% ของโลกอยู่เงียบ ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุก GPU ที่ขับเคลื่อน ChatGPT ทุก Data Center ที่รันโมเดล AI ล้วนใช้ฟิล์มบาง ๆ
ที่เรียกว่า ABF หรือ Ajinomoto Build-up Film เป็นฉนวนในชิป และฟิล์มนี้มีบริษัทเดียวในโลกที่ทำได้ในระดับไฮเอนด์
และยิ่งชิป AI ทรงพลังขึ้น ความต้องการก็ยิ่งเพิ่มแบบทวีคูณ เพราะ GPU รุ่นใหม่อย่าง Blackwell B200
ใช้ ABF มากกว่าคอมพิวเตอร์ปกติถึง 3-5 เท่า
แปลว่าไม่ว่าใครจะชนะสงครามชิป Ajinomoto ก็ได้เงินเสมอ แล้วนักลงทุนควรมองหุ้นตัวนี้ยังไง?
มีความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวัง? ติดตามได้ใน Digital Frontiers ดำเนินรายการโดย รดา ลภัสรดา พิพัฒน์ - Thairath Money
Mr Nakamura Shigeo ผู้ค้นพบและประดิษฐ์ ABF
Ajinomoto Build-up Film (ABF) คือ อะไร
Ajinomoto Build-up Film (ABF) คือ วัสดุฉนวนชนิดฟิล์มบางที่คิดค้นและพัฒนาโดย
บริษัท Ajinomoto (อายิโนะโมะโต๊ะ) ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยีกรดอะมิโนที่เชี่ยวชาญ
นำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
หน้าที่และความสำคัญ
ABF เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในกระบวนการผลิต "แผงวงจรชิปคอมพิวเตอร์"
(Semiconductor Packaging) โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนคั่นระหว่างชั้นวงจรไฟฟ้าขนาดเล็กมากใน
CPU (Central Processing Unit) และ GPU (Graphics Processing Unit)
จุดเด่นของ ABF
เปลี่ยนจากของเหลวเป็นฟิล์ม: ในอดีตการทำฉนวนใช้ของเหลวซึ่งเลอะเทอะและยาก
ต่อการเคลือบ แต่ ABF เป็นแผ่นฟิล์มที่นำไปแปะติดได้ง่าย (Build-up) ทำให้ขั้นตอนการผลิตสั้นลง
ความละเอียดสูง (Fine Line): ช่วยให้สามารถสร้างวงจรที่มีความละเอียดสูงระดับนาโนเมตรได้
ประสิทธิภาพสูง: รองรับการทำงานของซีพียูที่ต้องการความเร็วและประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับ
สมองคอมพิวเตอร์, Data Center, และ AI
ทนทาน: มีความคงทนและเป็นฉนวนที่ยอดเยี่ยม
สรุป
Ajinomoto Build-up Film คือ "ฟิล์มวัสดุฉนวน" ที่เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์
ประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี AI ทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทที่ทำผงชูรส
เท่านั้นที่ผลิตได้
ส่วนสาเหตุอื่น ก็แค่ .. น้ำจิ้ม
คนส่วนใหญ่ชอบและนิยมใช้ AI (Artificial Intelligence) ในปัจจุบันเนื่องจากความสามารถ
ในการช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
โดยเหตุผลหลักที่ AI ได้รับความนิยม มีดังนี้
1. ความเร็วและประสิทธิภาพ (Speed & Efficiency)
ทำงานได้รวดเร็ว: AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า
เพิ่มประสิทธิภาพงาน: ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในงานประจำที่ซ้ำซ้อน ทำให้มนุษย์มีเวลา
โฟกัสกับงานที่สร้างสรรค์กว่า
ความแม่นยำสูง: ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากการทำงานของมนุษย์
2. ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน (Usability & Convenience)
ผู้ช่วยส่วนตัว: AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช่น แนะนำเพลง ตอบแชท แปลภาษา หรือวิเคราะห์สุขภาพ
หาข้อมูล/ระดมสมอง (Brainstorming): ใช้เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนการสอน หาไอเดียทำนิยาย
หรือสรุปข้อมูล
เข้าถึงง่าย: ปัจจุบัน AI เข้าถึงได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่างๆ
3. ที่ปรึกษาที่ไม่ตัดสิน (Non-judgmental Adviser)
เป็นพื้นที่ปลอดภัย: โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ (Gen Z) นิยมปรึกษา AI แทนผู้ใหญ่ เพราะรู้สึกไม่กดดัน
ไม่ถูกตัดสิน และได้คำตอบทันที
คุยได้ทุกเรื่อง: AI กลายเป็น "เพื่อนร่วมงาน" และ "เพื่อนคู่คิด" ที่ปรึกษาได้ตั้งแต่เรื่องงานจนถึง
เรื่องส่วนตัวและความรัก
4. ประโยชน์ทางธุรกิจ (Business Benefits)
ลดต้นทุน: ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
วิเคราะห์ข้อมูลลึก: ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าหรือแนวโน้มธุรกิจ ทำให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
5. ความสามารถด้านการสร้างสรรค์ (Creativity)
Generative AI: สร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ เช่น เขียนบทความ วาดภาพ หรือทำวิดีโอ