สวัสดีค่ะ คำถามที่อยากฟังความเห็นของทุกคนตรงคำถามเลยค่ะ
เข้าเรื่องเลยนะคะ เราขอสมมติชื่อพี่ร่วมงานคนนั้นว่า คุณ ก ละกันนะคะ
คุณ ก ทำงานที่นี่มาประมาณ3ปีได้แล้วค่ะ ต้องบอกก่อนว่าแผนกที่เราอยู่ เป็นแผนกเล็กๆนะคะ มีคนไม่ถึง20 จะมีกระบวนการทำงานที่ 1234 แบ่งคนลงชัดเจนค่ะ ทีนี้เวลาที่มีคนลา ปกติจะลากันล่วงหน้าอยู่แล้ว ยกเว้นลาป่วย หัวหน้าก็จะวางแผนล่วงหน้ามาเลยค่ะว่าคนไหนต้องไปแทนคนที่ลา ปกติจะเป็นคนที่ทำอยู่กระบวนการที่3 และจะหาคนอื่นมาทำกระบวนที่3แทน และคนที่ทำกระบวนนี้ต้องเป็คนคนแพ็คงานเองด้วย ถ้าวันไหนถูกดึงไปทำที่อื่นก็จะไม่ได้ทำส่วนนั้น ทำให้งานค้างรอแพ็คเยอะมากๆ จะค่อนข้างลำบากเวลามีคนลา แต่ถ้าไม่กี่วันก็พอช่วยกันไปได้บ้าง มาถึงเรื่องของ คุณ ก ช่วง2ปีหลังจนถึงปัจจุบันนี้พ่อแกป่วยค่ะต้องเข้า รพ บ่อยมากๆและที้บ้านไม่สามารถมีใครพาไปได้ พี่ชายก็อยู่ ตปท มีแกคนเดียวที่ไปหาได้ง่ายสุด ทีนี้พอมีการนัดพ่อแก แกก็ต้องลาไปส่งพ่อบ่อยๆบางทีตกเย็นมามาแจ้งอีกทีกลับมาทำงานไม่ได้แล้วต้องลาต่ออีก 2-3 วัน หรือบางทียาวจนเป็นอาทิตย์เพราะ บ.เรา หยุด ส-อา ค่ะ จะควบกับวันหยุดพอดี เป็นแบบนี้ยาวนานมาเป็นปีๆ บางทีทำๆงานอยู่ก็ต้องออกลางานกระทันหันก็มี ทำให้ดารหาคนมาแทนวุ่นวายมาก พี่ชายแกเคยเสนอว่าให้ลาออกมาดูแลพ่อเขาจะให้เงินเดือนประมาณเดือนละ10K ไม่รวมค่า รพ แต่ก็ไม่ยอมลาออก ทั้งๆที่ต่อให้ทำงานก็ได้ไม่ถึง10K เพราะทำงานปกติ5วัน ได้เต็มที่ไม่เกิน13K แต่เดือนนึงลาไป5-6 วันได้ เหลือเงินไม่ถึง10Kด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ยอมโดยให้เหตุผลว่าเพราะแฟนทำงานอยู่นี่ เลยยังไม่อยากกลับไปอยู่ ตจว คนเดียว สำหรับเราเหตุผลแบบนี้คือไม่เห็นใจเพื่อนร่วมงาน หรือเราใจแคบไปไม่รู้นะคะ เพราะที่ผ่านมาเขาได้อภิสิทธิ์ลาแบบนี้คนเดียว ลากิจเกิน พักร้อน หมด จนต้องใช้ลาป่วยโดยการไปซื้อใบ รับรองแพทย์ที่คลีนิคมา แต่เราแค่ไม่เข้าใจตรงที่ว่าคุณมีทางที่มันดีไม่ถึงกับแย่และไม่เดือดร้อนเพื่อนร่วมงานแต่คุณกลับไม่ทำ มันเพราะอะไรหรอคะ
หรือหนูใจร้ายเกินไปที่คิดแบบนี้ มันเหนื่อยจริงๆค่ะสำหร้บหนู เพราะทุกครั้งที่ลาจะมีพี่คนนึงกับหนูที่ต้องแทนตลอด และทำงานเยอะกว่าคนอื่น แต่พอผลประเมินแระจำปีออก เขากลับได้เกรดสูงกว่าคนอื่นเลย
อยากรู้แค่ว่าหนูใจแคบไป คิดมากไปไหมคะ
เพื่อนร่วมงานลางานบ่อย เรารู้สึกไม่โอเค จะดูใจแคบไปไหม
เข้าเรื่องเลยนะคะ เราขอสมมติชื่อพี่ร่วมงานคนนั้นว่า คุณ ก ละกันนะคะ
คุณ ก ทำงานที่นี่มาประมาณ3ปีได้แล้วค่ะ ต้องบอกก่อนว่าแผนกที่เราอยู่ เป็นแผนกเล็กๆนะคะ มีคนไม่ถึง20 จะมีกระบวนการทำงานที่ 1234 แบ่งคนลงชัดเจนค่ะ ทีนี้เวลาที่มีคนลา ปกติจะลากันล่วงหน้าอยู่แล้ว ยกเว้นลาป่วย หัวหน้าก็จะวางแผนล่วงหน้ามาเลยค่ะว่าคนไหนต้องไปแทนคนที่ลา ปกติจะเป็นคนที่ทำอยู่กระบวนการที่3 และจะหาคนอื่นมาทำกระบวนที่3แทน และคนที่ทำกระบวนนี้ต้องเป็คนคนแพ็คงานเองด้วย ถ้าวันไหนถูกดึงไปทำที่อื่นก็จะไม่ได้ทำส่วนนั้น ทำให้งานค้างรอแพ็คเยอะมากๆ จะค่อนข้างลำบากเวลามีคนลา แต่ถ้าไม่กี่วันก็พอช่วยกันไปได้บ้าง มาถึงเรื่องของ คุณ ก ช่วง2ปีหลังจนถึงปัจจุบันนี้พ่อแกป่วยค่ะต้องเข้า รพ บ่อยมากๆและที้บ้านไม่สามารถมีใครพาไปได้ พี่ชายก็อยู่ ตปท มีแกคนเดียวที่ไปหาได้ง่ายสุด ทีนี้พอมีการนัดพ่อแก แกก็ต้องลาไปส่งพ่อบ่อยๆบางทีตกเย็นมามาแจ้งอีกทีกลับมาทำงานไม่ได้แล้วต้องลาต่ออีก 2-3 วัน หรือบางทียาวจนเป็นอาทิตย์เพราะ บ.เรา หยุด ส-อา ค่ะ จะควบกับวันหยุดพอดี เป็นแบบนี้ยาวนานมาเป็นปีๆ บางทีทำๆงานอยู่ก็ต้องออกลางานกระทันหันก็มี ทำให้ดารหาคนมาแทนวุ่นวายมาก พี่ชายแกเคยเสนอว่าให้ลาออกมาดูแลพ่อเขาจะให้เงินเดือนประมาณเดือนละ10K ไม่รวมค่า รพ แต่ก็ไม่ยอมลาออก ทั้งๆที่ต่อให้ทำงานก็ได้ไม่ถึง10K เพราะทำงานปกติ5วัน ได้เต็มที่ไม่เกิน13K แต่เดือนนึงลาไป5-6 วันได้ เหลือเงินไม่ถึง10Kด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ยอมโดยให้เหตุผลว่าเพราะแฟนทำงานอยู่นี่ เลยยังไม่อยากกลับไปอยู่ ตจว คนเดียว สำหรับเราเหตุผลแบบนี้คือไม่เห็นใจเพื่อนร่วมงาน หรือเราใจแคบไปไม่รู้นะคะ เพราะที่ผ่านมาเขาได้อภิสิทธิ์ลาแบบนี้คนเดียว ลากิจเกิน พักร้อน หมด จนต้องใช้ลาป่วยโดยการไปซื้อใบ รับรองแพทย์ที่คลีนิคมา แต่เราแค่ไม่เข้าใจตรงที่ว่าคุณมีทางที่มันดีไม่ถึงกับแย่และไม่เดือดร้อนเพื่อนร่วมงานแต่คุณกลับไม่ทำ มันเพราะอะไรหรอคะ
หรือหนูใจร้ายเกินไปที่คิดแบบนี้ มันเหนื่อยจริงๆค่ะสำหร้บหนู เพราะทุกครั้งที่ลาจะมีพี่คนนึงกับหนูที่ต้องแทนตลอด และทำงานเยอะกว่าคนอื่น แต่พอผลประเมินแระจำปีออก เขากลับได้เกรดสูงกว่าคนอื่นเลย
อยากรู้แค่ว่าหนูใจแคบไป คิดมากไปไหมคะ