เราค่อนข้างนอยด์ค่ะหลาย ๆ อย่างว่าทำไมเราแค่เปิดปากพูดอะไร พ่อดับแม่ก็ว่า ”ไม่เอา ๆ หนี ๆ อย่ามาพูดให้ฟัง“ คือการขอเราก็มองว่าค่อนข้างสมเหตุสมผล ตัวอย่างนะคะ เราขอเรียนพิเศษเขาก็ไม่ให้เพราะไม่มีเงินซึ่งเทอมละ 2000 เราก็เข้าใจได้ไม่เรียน พอมีเรียนพิเศษฟรีเขาก็ว่าแล้วเรียนเสร็จใครจะไปรับได้ เลิกเรียนดึกขนาดนั้น เราก็เลยเสนอ คือให้เราขับรถไปกลับเอง หรือให้เรากลับกับเพื่อนจ่ายค่ารถช่วยเขา หรือนั่งรถตู้กลับเอง ซึ่งเขาปฏิเสธหมดเลย บอกไม่มีคนทำงานที่บ้าน ถ้าเราเรียนแล้วคนอื่นก็เหนื่อยทำแทนเราหมด เราก็เฟลเลยไม่ได้เรียน มันผนวกกับน้อยใจที่น้องสาวสามารถไปซัมเมอร์ที่ต่างประเทศได้ กับพี่ชายขอรถก็ได้ แต่เราขอเรียนพิเศษไม่ได้ มันเลยเสียใจมาก
เราต้องถีบตัวเองทั้งเลิกเรียนแล้วต้องทำงาน (ขายหมูกระทะ) ปิดร้าน 4 ทุ่ม ทำการบ้านต้องอ่านเนื้อหาล่วงหน้าเพราะเพื่อนในห้องไปเร็วมากและทุกคนแยกย้ายเรียนพิเศษกันหมด พอเรียนจบเราโชคดีติดมหาลัยที่พอจะมีหน้ามีตาภาคอีสาน กับคณะที่โอเค ที่จริงพ่อไม่อยากให้เราเรียรมหาลัยด้วยซ้ำจะให้เราเรียนม.ปลายจบแล้วทำงานเลย เราได้เงินไปรร วันละ 120 ตกเดือนละ 3,000 ซึ่งเงินนี้รวมถึงซื้อของใช้ส่วนตัวของตัวเอง และทำงานที่บ้านแต่ละวันไม่ได้ค่าอะไรเลย (ชุดนร ค่ากิจกรรม ค่าเทอมก็จ่ายเอง ค่าเทอมก็คือให้เราออกเท่าที่ไหวแต่ก็พูดเชิงบังคับให้ออก 50-50 ตลอด ลูก 50% พ่อแม่ 50%) พ่อกับแม่บอกเราโตไปจะได้อยู่เป็น อยู่ในสังคมได้ เราอยู่บ้านเหมือนเราออกรบเลนค่ะ ทำอะไรต้องคิดตลอดเวลาไม่มีเวลาผ่อนคลายไม่มีจังหวะให้หยุดหายใจ มันเหนื่อย มันล้า เครียด ท้อ แล้วยังต้องทำตัวให้อารมณ์ดีตลอดต้องยิ้มแย้มเพราะเราทำงานลริการ เรามีช่วงที่คีพรอยยิ้มไม่ไหวก็หน้าดุใส่พ่อแม่ ซึ่งมันเป็นเองจากความเครียดสะสม เขาก็ตำหนิว่าทำหน้ายังงี้หรอใส่ลูกค้า กูไปทำอะไรให้ ทำหน้าดี ๆ หน่อยได้มั้ย พูดใส่เรายังงี้ ก็นอยด์อยู่ค่ะ เราทำหน้าแบบนี้แค่ตอนอยู่กับครอบครัวไม่ได้ แม้แต่อยู่กับคนที่รักก็ต้องแสร้งต้อฃพยายามมีความสุข
ตอนแรกเขาจะให้เราอยู่หอใน แต่มีเพื่อนแม่ที่รู้จักบอกว่สไม่สงสารเราหรอ เรียนแล้วให้ไปอยู่หอในพลังกายพลังใจไม่มีแน่นอน ลูกสาวเขาเคยอยู่หอในก็ไม่ไหวตอนนี้เลยออกไปซื้อคอนโดตอนนี้การบาลานซ์ก็ดีขึ้นมาก จิตแจ่มใสมีเวลากลับบ้าน
พ่อกับแม่ตอนแรกก็ดำเนินการเลยค่ะ แต่ผลปรากฎว่าต้องจ่ายเงินก้อนทันที 67,000 ซึ่งมันเป็นเงิน 1/3 ของเงินเก็บครอบครัวเราเลยค่ะ แม่เราก็ปล่อยคอนโดที่จองไว้ไปเลย ไม่เอาคอนโดให้แล้ว เราก็โอเคไม่ได้อะไรนึกว่าจะได้ไปอยู่หอนอกสักเดือนละ 5,000 แต่พ่อให้ไปอยู่กับญาติฝั่งย่าค่ะ เขาอยู่เป็นครอบครัว คือมีคุณป้า-ลุง ลูกสาว-ชาย เมียลูกชายพร้อมลูกอีก 2 คน เราเหม่อเลย เขาก็บอกต่อให้บ้านหละงนั้นจะอยู่เป็นครัวแต่ลูกสาวเรียนจบไปทำงานแล้ว ส่วนลูกชายกับเมียก็ไปอยู่บ้านเมีย นาน ๆ ทีกลับทั้งคู่ แต่เราก็อึดอัดใจนะคะ ให้ไปอยูากับครองครัวเขาแล้วเราเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ ไม่รู้ว่าเราจะไปขวงหูขวางตาเขามั้ย
หลาย ๆ เรื่องค่ะที่เจอ พยายามไม่เก็บมาใส่ใจ ชีวิตเจอมรสุมเยอะมาก
ชอบอ่านชีวิตของคนอื่น อย่างน้อยทำให้รู้ว่ามีคนที่สู้ที่เจอเหมือนกับเรา
สิ่งที่เราเจอมันปกติไหม หรือเพื่อน ๆ คิดเห็นยังไงบอกกันด้วยนะคะ
เหนื่อยค่ะ ☺️ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ
รู้สึกพ่อแม่ไม่ค่อยลงทุนกับเราเลย
เราต้องถีบตัวเองทั้งเลิกเรียนแล้วต้องทำงาน (ขายหมูกระทะ) ปิดร้าน 4 ทุ่ม ทำการบ้านต้องอ่านเนื้อหาล่วงหน้าเพราะเพื่อนในห้องไปเร็วมากและทุกคนแยกย้ายเรียนพิเศษกันหมด พอเรียนจบเราโชคดีติดมหาลัยที่พอจะมีหน้ามีตาภาคอีสาน กับคณะที่โอเค ที่จริงพ่อไม่อยากให้เราเรียรมหาลัยด้วยซ้ำจะให้เราเรียนม.ปลายจบแล้วทำงานเลย เราได้เงินไปรร วันละ 120 ตกเดือนละ 3,000 ซึ่งเงินนี้รวมถึงซื้อของใช้ส่วนตัวของตัวเอง และทำงานที่บ้านแต่ละวันไม่ได้ค่าอะไรเลย (ชุดนร ค่ากิจกรรม ค่าเทอมก็จ่ายเอง ค่าเทอมก็คือให้เราออกเท่าที่ไหวแต่ก็พูดเชิงบังคับให้ออก 50-50 ตลอด ลูก 50% พ่อแม่ 50%) พ่อกับแม่บอกเราโตไปจะได้อยู่เป็น อยู่ในสังคมได้ เราอยู่บ้านเหมือนเราออกรบเลนค่ะ ทำอะไรต้องคิดตลอดเวลาไม่มีเวลาผ่อนคลายไม่มีจังหวะให้หยุดหายใจ มันเหนื่อย มันล้า เครียด ท้อ แล้วยังต้องทำตัวให้อารมณ์ดีตลอดต้องยิ้มแย้มเพราะเราทำงานลริการ เรามีช่วงที่คีพรอยยิ้มไม่ไหวก็หน้าดุใส่พ่อแม่ ซึ่งมันเป็นเองจากความเครียดสะสม เขาก็ตำหนิว่าทำหน้ายังงี้หรอใส่ลูกค้า กูไปทำอะไรให้ ทำหน้าดี ๆ หน่อยได้มั้ย พูดใส่เรายังงี้ ก็นอยด์อยู่ค่ะ เราทำหน้าแบบนี้แค่ตอนอยู่กับครอบครัวไม่ได้ แม้แต่อยู่กับคนที่รักก็ต้องแสร้งต้อฃพยายามมีความสุข
ตอนแรกเขาจะให้เราอยู่หอใน แต่มีเพื่อนแม่ที่รู้จักบอกว่สไม่สงสารเราหรอ เรียนแล้วให้ไปอยู่หอในพลังกายพลังใจไม่มีแน่นอน ลูกสาวเขาเคยอยู่หอในก็ไม่ไหวตอนนี้เลยออกไปซื้อคอนโดตอนนี้การบาลานซ์ก็ดีขึ้นมาก จิตแจ่มใสมีเวลากลับบ้าน
พ่อกับแม่ตอนแรกก็ดำเนินการเลยค่ะ แต่ผลปรากฎว่าต้องจ่ายเงินก้อนทันที 67,000 ซึ่งมันเป็นเงิน 1/3 ของเงินเก็บครอบครัวเราเลยค่ะ แม่เราก็ปล่อยคอนโดที่จองไว้ไปเลย ไม่เอาคอนโดให้แล้ว เราก็โอเคไม่ได้อะไรนึกว่าจะได้ไปอยู่หอนอกสักเดือนละ 5,000 แต่พ่อให้ไปอยู่กับญาติฝั่งย่าค่ะ เขาอยู่เป็นครอบครัว คือมีคุณป้า-ลุง ลูกสาว-ชาย เมียลูกชายพร้อมลูกอีก 2 คน เราเหม่อเลย เขาก็บอกต่อให้บ้านหละงนั้นจะอยู่เป็นครัวแต่ลูกสาวเรียนจบไปทำงานแล้ว ส่วนลูกชายกับเมียก็ไปอยู่บ้านเมีย นาน ๆ ทีกลับทั้งคู่ แต่เราก็อึดอัดใจนะคะ ให้ไปอยูากับครองครัวเขาแล้วเราเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ ไม่รู้ว่าเราจะไปขวงหูขวางตาเขามั้ย
หลาย ๆ เรื่องค่ะที่เจอ พยายามไม่เก็บมาใส่ใจ ชีวิตเจอมรสุมเยอะมาก
ชอบอ่านชีวิตของคนอื่น อย่างน้อยทำให้รู้ว่ามีคนที่สู้ที่เจอเหมือนกับเรา
สิ่งที่เราเจอมันปกติไหม หรือเพื่อน ๆ คิดเห็นยังไงบอกกันด้วยนะคะ
เหนื่อยค่ะ ☺️ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ