เรื่องนี้เกิดเมื่อตอนเราอายุ 19 ซึ่งผ่านมาประมาณ 20 ปีแล้วค่ะ ซึ่งช่วงนั้นตอนเราเป็นวัยรุ่นจะชอบรวมตัวกับแก๊งค์เพื่อนๆวันเสาร์ ทั้งเพื่อนผู้ชายและเพื่อนผู้หญิงค่ะ รวมตัวกันไปทำอะไร คือ ช่วงนั้นวัยรุ่นสมัยนั้นนิยมไปดูบ้านผีกันค่ะ ไปตามรายการผีสมัยนั้นค่ะ เราก็ไปมาหลายที แต่ที่พอจะจำได้ก็มี บ้านตายายนครปฐม โรงงานที่เคยไฟไหม้ แล้วก็โรงพยาบาลร้าง คือช่วงนั้นคึกคะนองกันสุดๆค่ะ แล้วมีอยู่วันเสาร์นึง เราก็นัดรวมตัวกันที่บ้านรุ่นพี่คนนึง ชื่อพี่เจ ซึ่งเค้าจะโตกว่าใครเพื่อนในกลุ่มค่ะ พี่เจจะมีรถกะบะของที่บ้าน ที่จะชอบพาพวกเราไปดูบ้านผีกัน คืนนั้นประมาณสามทุ่มได้ค่ะ เรากับเพื่อนรวมสามคนก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปจอดไว้บ้านพี่เจกันเหมือนเดิมเพื่อที่จะไปดูบ้านผีกัน ขอแนะนำเพื่อนสองคนก่อนนะคะ พี่คนขับมอไซชื่อพี่เอค่ะ เพื่อนที่นั่งกลางชื่อดาวค่ะ แล้วก็ที่นั่งคนสุดท้ายคือหนูเอง เหมือนวันนั้นเราจะไปบ้านผีกันแถวๆรามคำแหง ไปถึงบ้านพี่เจก็เห็นเพื่อนๆคนอื่นมากันแล้วค่ะ รวมพวกเราสามคนก็ประมาณ 10 คนค่ะ ที่นี้รวมก็เตรียมตัวออกเดินทางกันค่ะ ก็ไปนั่งหลังกะบะกันนั่งชมวิวไป จนไปถึงที่บ้านร้างหลังนั้น คือบรรยากาศน่ากลัวมากค่า พอไปถึงก็ลงเตรียมจะเข้าไปดูในบ้านกัน ก็จับกลุ่มเข้าไปกันถือไฟฉายไปกลุ่มละกระบอก กลุ่มหนูก็หญิงล้วนสามคนค่ะ พอพวกหนูเดินเข้าไปได้แค่ชั้นล่างละคือมันวังเวงมากแล้วสาดไฟฉายไปเจอมีใครมาพ่นสีแดงไว้เขียนว่าสุขสงบไม่มี พอเราเห็นคำนี้ละมันขนลุกขึ้นมาเฉยๆเลยค่ะ คือหลอนมาก แล้วก็รู้สึกอัดอัดขึ้นมา พวกเราสามคนก็คุยกันบอกออกดีม่ะ น่ากลัวอ่ะ เพื่อนหนูที่ชื่อดาวก็บอกออกเหอะ ก่อนออกก็ยกมือไหว้ขอขมาบอกไม่ได้มาลบหลู่นะคะ ก็เลยเดินออกมากันก่อน มารอที่รถ ส่วนพวกเพื่อนที่เหลือก็ยังอยู่ค่ะเดินสำรวจกันอยู่ พอสักพักพวกเพื่อนก็ทยอยเดินกันออกมาค่ะ ก็ถามเพื่อนๆพี่ๆว่าเป็นไงเจอไรไหม พวกเพื่อนๆก็บอกไม่เจออะไรนะ เสร็จแล้วเราขึ้นขึ้นรถกลับกันค่ะ พอไปถึงบ้านพี่เจเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านกันค่ะ ส่วนพวกหนูสามคนก็เหมือนเดิมขี่มอไซกลับซ้อนสามเหมือนเดิมตอนมาเลยค่ะ ระหว่างทางที่กลับมันก็ดึกแล้วค่ะ ประมาณตี1-2 พี่เอก็ค่อนข้างขี่มอไซเร็วเลยเพราะถนนโล่ง แล้วอีกสักประมาณ2-3โล จะถึงห้องหนูแล้วอ่ะ ก็มีแท็กซี่ค่ะขับปาดซ้ายมาเหมือนจะเลี้ยวเข้าซอย แล้วรถพี่เอคือมาเลนซ้ายค่อนข้างเร็ว เบรคไม่ทันค่ะชนเข้าช่วงล้อหน้าฝั่งหน้าข้างคนขับ คือทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก หนูเห็นตั้งแต่ตอนจะชนก็คิดในใจชนแน่ทำไงดีวะๆ แต่คือทำไรไม่ได้แล้ว ก็ชนเต็มๆทีนี้อ่ะหนูกับดาวก็ลอยขึ้นฟุตบาทเลยค่ะ หนูกระเด็นไปกระแทกกับประตูดังโครม ดังสนั่นมากเพราะมันเป็นประตูแบบเลื่อนขึ้นเลื่อนลงอ่ะพี่ ที่สีเทาๆ ที่เวลาปิดต้องเอาเท้าเหยียบละคล้องกุญแจ แล้วพอหนูลุกขึ้นมาได้หนูก็หันไปดูเพื่อนหนูว่ามีใครเป็นไรไหม คือตัวหนูตอนนั้นมันไม่รู้สึกเจ็บเลยนะคะ มันชาไปหมด พอหนูลุกขึ้นมาเห็นดาวนอนอยู่ไม่ไกลจากหนูเท่าไร ส่วนพี่เอเค้าติดอยู่ที่มอไซค่ะ หนูก็ไปดูดาวเห็นดาวนอนสลบไปเลย คือแผลภายนอกดาวไม่มีเลยค่ะ ไม่มีแผลถลอกเลย ส่วนหนูแผลถลอกเต็มตัว แต่ไม่มีอะไรหัก สักพักนึงมีพี่ผู้ชายขี่มอไซมาสองคน จอดละถามพวกหนูเป็นอะไรกันไหม หนูบอกไม่เป็นเพื่อนหนูน่าจะเป็นเพราะสลบ พี่เค้าก็บอกว่าไม่เป็นอะไรละเลือดเต็มเลย คือหนูเพิ่งเห็นว่าเลือดหนูหยดแหมะๆ คือหนูคางแตกด้วย สักพักนึงมีกู้ภัยมาค่ะ ไม่รู้พี่สองคนนั้นโทรให้หรือป่าว ก็มารับดาวกับหนูไปรพ. ซึ่งพอไปถึงรพ.แรก ทางรพ.แจ้งว่าให้พาไปรพ.ใหญ่ ที่นี้เครื่องมือไม่พร้อมค่ะ เพราะรพ.นี้เป็นรพ.เล็กๆค่ะ พวกพี่ๆกู้ภัยก็พาไปรพ.ที่สอง ซึ่งเป็นรพ.ใหญ่ละ พอไปถึงรพ. ก็เข้าห้องฉุกเฉินทั้งหนูทั้งดาว หนูก็ล้างแผล เย็บแผล แล้วพี่พยาบาลก็เดินมาบอกว่าให้ติดต่อพ่อแม่ดาว ดาวต้องผ่าตัดต้องมีคนมาเซ็นเอกสารค่ะ หนูก็เลยเดินไปใช้โทรศัพท์ของรพ.โทรหาแม่ดาว พ่อของดาวเสียไปแล้วค่ะ พอแม่ดาวรับหนูก็บอกให้แม่ดาวมารพ.ด่วนดาวรถล้มต้องผ่าตัดค่ะ พอแจ้งอะไรเรียบร้อยหนูก็ไปดูดาวหนูเห็นดาวนอนอยู่บนเตียงห้องฉุกเฉินเห็นพยาบาลเอากรรไกรมาตัดเสื้อผ้าดาว แล้วก็เห็นพยาบาลโกนผมดาว คือหนูอ่ะนึกว่าดาวไม่เป็นอะไรมากเพราะดาวไม่มีแผลเลย แต่พอโกนผมเท่านั้นแหละ คือหัวดาวช้ำไปฝั่งนึงเลย ช้ำจนเป็นสีม่วงค่ะ หนูก็ยืนร้องไห้ สักพักนึงพี่เอก็ตามมาถึงรพ.ถามว่าเป็นไงมั้ง หนูก็บอกว่าดาวอาการไม่ดีเลยต้องผ่าตัด พี่เอแกก็ร้องไห้โทษตัวเองว่าเป็นเพราะแกเอง แล้วดาวก็เข้าไปผ่าตัด แล้วหนูกับพี่เอก็นั่งเล่าเหตุการณ์ให้แม่ดาวฟังว่ารถชนได้ไง เกิดอะไรขึ้น พอนั่งคุยกันสักพักแม่ดาวก็บอกให้พวกหนูกลับไปพักผ่อนก่อน พอตอนเช้าหนูกับพี่เอก็ไปรพ.กันแต่เช้า ไปเจอแม่ดาวก็ถามว่าเป็นยังไงบ้างแม่ดาวบอกดาวออกจากห้องผ่าตัดแล้วแต่ยังไม่ฟื้น หนูก็ไปดูดาวแต่เยี่ยมไม่ได้ค่ะ อยู่ icu แต่เห็นจากนอกห้องมันเป็นกระจก เห็นดาวมีผ้าพันหัวละก็ใส่สายอะไรเต็มไปหมดเลย หนูก็กลับห้องกัน แล้วก็ค่อยถามกับแม่ดาวตลอดเข้าไปเยี่ยมได้หรือยัง จนผ่านไปประมาณสองอาทิตย์ค่ะ ดาวย้ายออกมาจากห้อง icu แล้ว หนูกับพี่เอไปเยี่ยมหนูเห็นหมอเอาผ้าพันแผลออกเห็นเป็นรอยเย็บยาวเลยค่ะค่ะอยู่ที่หัว คือตั้งแต่วันนั้นดาวไม่เคยฟื้นขึ้นมาเลยค่า พอเยี่ยมได้หนูก็ไปเยี่ยมดาวกันตลอด ไปจับพลิกตัวกลัวเป็นแผลกดทับ คอยไปกระซิบข้างหูดาวว่าฟื้นขึ้นมาได้แล้ว ไหนสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันไง จากที่ดาวเป็นคนอวบๆ ก็ค่อยๆผอมลงๆ จนหนังหุ้มกระดูกไม่เหลือเค้าโครงดาวคนเดิมเลยค่ะ ที่เคยผ่าตัดตรงสมองจากตอนแรกบวมๆ ตอนนี้ยุบจนกะโหลกบุบเข้าไปเลยค่ะ แล้วก็ต้องเจาะคอด้วย หมอก็บอกกับแม่ดาวว่าให้ทำใจนะ รอดไปก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว อาจเป็นเจ้าหญิงนิทรา พอเวลาผ่านไปสักเดือนกว่าดาวก็เสียค่ะ แม่ดาวก็จัดงานศพสามวันละเผา ตอนจัดงานศพก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกตินะคะก็ผ่านไปด้วยดี หนูเห็นเจ้าของอู่แท๊กซี่กับคนขับมาที่งานศพแล้วก็เหมือนให้เงินชดเชยกับแม่ดาวด้วยค่ะ จนเสร็จสิ้นงานศพ หนูก็กลับไปใช้ชีวิตกันปกติ พี่เอก็ซึมๆไปรู้สึกผิด แล้วคือห้องหนูกับบ้านพี่เอจะอยู่ใกล้ๆกัน ห่างกันไม่กี่ซอย ห้องหนูก็เลยจะเป็นที่รวมตัวกัน ชอบมานั่งเล่นด้วยกัน ซึ่งก่อนที่ดาวจะเสียดาวก็มาประจำ แล้วเหตุการณ์แรกก็เกิดขึ้น คือวันนั้นเรานั่งเล่นกันอยู่สามคนค่ะ มีหนู มีพี่เอ มีบี ซึ่งเป็นน้องสาวของพี่เอค่ะ แล้วสมัยก่อนเวลาฟังเพลงจะไม่ใช่เหมือนสมัยนี้ โทรศัพท์ยังไม่ใช่แบบตอนนี้ค่ะ เป็นแค่แบบปุ่มกด หรือ pct พวกหนูฟังเพลงจากแผ่นซีดี ใส่เครื่องเล่น mp3 ไรงี้ค่ะ ก็นั่งเล่นๆกันเม้ากันไปเรื่อยเปื่อย แล้วเพลงมันมาถึงเพลงที่ดาวชอบค่ะ อยู่ดีๆเพลงมันดังขึ้นเองเบาลงเองเหมือนมีคนกดเพิ่มเสียงลดเสียงทั้งๆที่รีโมทว่างอยู่ตรงนั้นไม่มีใครจับรีโมทเลย พวกเราสามคนหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ไม่มีใครพูดอะไรเลยนะคะ ก็ฟังจนจบเพลงพอไปอีกเพลงนึงมันก็ปกติเลย หนูก็คาใจลองกดย้อนกลับไปเพลงที่ดาวชอบ คืออยากรู้ว่ามันเป็นที่แผ่นเสียไหมหรืออะไร สรุปคือปกติเลยค่ะ อันนั่นคือเหตุการณ์แรก เหตุการณ์ที่สองคือ วันนั้นหนูกับพี่เออยู่ในห้องกันสองคนวันนั้นพี่เอเค้ามานอนที่ห้องหนูค่ะ คืออธิบายสภาพห้องหนูก่อนนะคะ คือเปิดเข้ามาฝั่งขวาจะเป็นหน้าต่างบานเกร็ด กะเถิบไปนิดนึงจะเป็นเตียง3.5ฟุต ถัดจากเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ติดกับกำแพงห้องน้ำ หน้าห้องน้ำจะเป็นทางออกไประเบียงได้ค่ะ ปลายเตียงจะเป็นชั้นวางทีวีค่ะ แล้วประตูทางเข้าห้องกับประตูระเบียงมันจะตรงกันพอดี ประมาณนี้ค่ะ คืนนั้นพี่เอมานอนกับหนู เราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนกำลังจะเคลิ้มๆ ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้มาจากห้องน้ำค่ะ สักพักเสียงเปิดน้ำ หนูก็สะกิดพี่เอ มองหน้าพี่เอ พี่เอพยักหน้า คือพี่เอก็ได้ยินค่ะ ก็เลยนอนกอดกันคลุมโปรงอยู่แบบนั้นจนหลับไปตอนไหนไม่รู้ค่ะ พอตอนเช้าตื่นมาไม่เจอพี่เอแล้ว แกน่าจะกลับบ้านไปแล้ว อันนี้เหตุการณ์ที่สอง แล้วเหตุการณ์ที่สามก็คือ ด้วยความที่หนูเริ่มกลัวละ ไม่ค่อยกล้านอนคนเดียวละ ก็เลยชวนพี่เอกะบีน้องสาวพี่เอมานอนด้วย แล้วคืนนั้น หนูนอนบนเตียงกับพี่เอ บีนอนพื้นฝั่งตู้เสื้อผ้า เพราะเตียงมันแค่3.5ฟุต มันนอนไม่พอค่ะ คืนนี้ก็นอนๆกันอยู่พี่เอกับบี หนูกำลังเคลิ้มๆ หนูรู้สึกมีคนกระชากผ้าห่มแรงมาก แบบผ้าลงไปเกือบถึงเอวเลยค่ะ แล้วหนูก็พูดว่าเห้ยจะกระชากผ้าห่มไมวะ นึกว่าเพื่อนแกล้ง สรุปลุกขึ้นมาจะห่มผ้า บีนอนหลับไปแล้ว แถมนอนอยู่ฝั่งขาวมือ แต่ผ้าห่มถูกกระชากจากซ้ายอ่ะพี่แล้วฝั่งซ้ายมันติดกลับหน้าต่าง มันไม่มีใครนอนค่ะ แล้วตอนนั้นก็ได้กลิ่นเหมือนน้ำหอมที่ดาวชอบใช้ พี่เอก็หลับสนิทไม่ตื่น หนูก็เลยดึงผ้าห่มมานอนละหลับตาปี๋จนหลับไป ตื่นมาก็ถามพี่เอกับบีว่ามีใครดึงผ้าไหมเมื่อคืนคือทุกคนบอกไม่รุ้เรื่อง และคือเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน1เดือนนะคะ ไม่ได้เกิดติดต่อกันทุกคืนค่ะ เหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้หนูต้องย้ายออกจากห้องนี้เลยคือ คืนวันนั้นหนูนอนอยู่คนเดียว ไม่มีใครมานอนด้วยวันนั้น ด้วยความที่เจอมาหลายรอบเลยกลัวไม่กล้านอนปิดไฟ เลยเปิดไฟห้องน้ำไว้แล้วแง้มๆประตูห้องน้ำไว้นิดนึงเพื่อให้แสงมันรอดออกมาค่ะ มันจะได้ไม่มืดมาก แล้ววันนั้นหนูก็กำลังจะนอน หนูก็นอนตะแคงหันหน้าไปทางห้องน้ำ หนูเห็นเงาดำขยับได้ แต่ด้วยความที่หนูสายตาสั้น 400 หนูก็มองไม่ชัด ก็เลยหยิบแว่นมาใส่ คือแทบชอคค่ะ หนูเห็นเป็นเงาดำๆแต่โปร่งแสงแบบมองทะลุได้ หันหน้ามากำลังมองหนู เท่านั้นแระหนูแข็งไปเลย หันไปมองอีกทีเงานั้นก็ยังอยู่ สักพักสติมาหนูวิ่งจู๊ดออกจากห้องไปเลยค่า ห้องไม่ได้ลอคไม่ได้เอาอะไรมาเลยแบบใส่ชุดนอนวิ่งไปบ้านพี่เอ ไปเคาะเรียกพี่เออยู่หน้าบ้านบอกขอนอนด้วย พอตอนเช้าก็เล่าให้พี่เอฟังว่าเจอแบบนี้ๆ ก็เลยชวนกันไปทำบุญค่ะ หนูคิดว่าเป็นดาวแหละ พี่เอก็บอกฝันถึงดาวฝันเห็นดาวร้องไห้พี่เอโทษตัวเองตลอดว่าเป็นเพราะเค้าขับรถเร็วดาวถึงเสีย พอไปถึงวัดก็บอกพระท่านว่ามาทำบุญให้เพื่อนที่เพิ่งเสียไป เหมือนเพื่อนจะมาหาหนู หนูกลัว พระท่านก็พูดว่า ละไปสัญญาอะไรกับเค้าไว้ละ หนูก็นึกๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่ดาวยังอยู่เคยพูดกันไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ตอนดาวนอนอยู่รพ. ก็ยังไปกระซิบข้างหูดาว ก็เลยทำบุญให้ดาว ละหนูก็พูดตอนกรวดน้ำ "ดาว... เราขอโทษนะ สำหรับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด และสำหรับคำสัญญาที่เราเคยพูดกันไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป วันนี้เราขอถอนคำสัญญานั้นนะ... ไม่ใช่ว่าเราไม่รักแกนะดาว แต่เราอยากให้แกไปสู่ภพภูมิที่ดี ไปอยู่ในที่ที่แกจะมีความสุขและสงบจริงๆ ไม่ต้องห่วงเรา ไม่ต้องกลับมาหาเราแล้วนะ ต่อจากนี้เราจะทำบุญไปให้แกบ่อยๆ ให้แกได้รับผลบุญนี้แล้วไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์นะเพื่อน"
พอพูดจบ หนูก็รู้สึกมีลมวูบๆ แล้วก็ขนลุกค่ะพี่ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนตอนอยู่ที่ห้องแล้ว หลังจากวันนั้นหนูก็ย้ายห้องทันที และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 20 ปี หนูไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ หรือเจอเพื่อนคนนี้มาปรากฏตัวให้เห็นอีกเลยค่ะ"
ห้องนั้น ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว
พอพูดจบ หนูก็รู้สึกมีลมวูบๆ แล้วก็ขนลุกค่ะพี่ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนตอนอยู่ที่ห้องแล้ว หลังจากวันนั้นหนูก็ย้ายห้องทันที และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 20 ปี หนูไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ หรือเจอเพื่อนคนนี้มาปรากฏตัวให้เห็นอีกเลยค่ะ"