พริษฐ์ จี้ ‘นายกฯ-รมต.’ เคลียร์ตารางเข้าตอบกระทู้สภาฯ ลั่น เป็นความรับผิดชอบหลัก ไม่ควรมองเป็นงานอดิเรก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5685617
.

.
พริษฐ์ เผย ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติตรวจสอบแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร จี้ ‘นายกฯ-รมต.’ เคลียร์ตารางตอบกระทู้สภาฯ ลั่น ไม่ควรมองเป็นงานอดิเรก แต่เป็นความรับผิดชอบหลัก
.
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 21 เมษายน ที่รัฐสภา นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ โดยในวันที่ 22 เมษายนนี้มีข้อสรุปใน 2 ญัตติ คือการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการตรวจสอบแผนในการเดินสู่เป้าหมายเนตซีโร่ ภายในปี 2025 หรือ พ.ศ.2593 ซึ่งจะเสนอ ส.ส. พรรคประชาชน
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนญัตติที่ 2 เป็นข้อสรุปจากวิปฝ่ายค้านว่าเราจะเสนอเลื่อนญัตติการตรวจสอบและการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรขึ้นมาพิจารณา ซึ่งจากการหารือนอกรอบกับตัวแทนวิปรัฐบาล มีความเข้าใจที่ตรงกัน โดยสาเหตุที่ฝ่ายค้านเห็นตรงกัน เพราะราคาพืชผลการเกษตรกระทบกับประชาชนจำนวนมาก มีต้นทุนที่สูงขึ้นจากน้ำมันและปุ๋ย อีกมุมหนึ่งกลับมีสินค้าเกษตรที่ราคาตกต่ำอย่างมาก เช่น ข้าว มะพร้าว มะม่วง ที่มีสาเหตุมาจากผลกระทบการส่งออกที่ลดน้อยลง รวมถึงการทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศจึงเห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 22 เมษายน
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลที่มีอำนาจในการบริหารงานแล้ว จัดสรรรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะจากสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงตอบคำถามประเด็นต่างๆ เพราะจากญัตติเรื่องพลังงาน ก็ไม่ได้มีตัวแทนของรัฐบาลเข้ามาชี้แจง รวมถึงญัตติเรื่องน้ำท่วมที่แม้ว่าจะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้สิทธิ์อภิปรายสรุปแทนสมาชิกแต่ก็ไม่ได้เห็นตัวแทนของฝ่ายบริหารเข้ามาตอบคำถามของประชาชน จึงหวังว่าในการอภิปรายเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรจะได้เห็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามารับฟังและชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 เมษายนนี้ จะเป็นสัปดาห์แรกที่มีกระทู้สด กระทู้ทั่วไป และกระทู้แยกเฉพาะ ในส่วนของประชาชนจะมีการเสนออย่างน้อย 1 กระทู้ ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน จะรอดูผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล ในช่วงวันพฤหัสบดีเช้า รู้อยู่แล้วว่าเป็นการตอบกระทู้สด และตามข้อบังคับกระทู้สดต้องเสนอและเสนอได้ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี ดังนั้น ครม. ก็ควรบริหารจัดการเวลาเพื่อให้ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีสามารถมาตอบกระทู้ถามสดได้
.
“
ผมรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลกับการที่นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อสภารอบที่แล้ว พอถูกถามเรื่องกระทู้สดบอกว่าถ้าว่างจะมา เราต้องย้ำว่าการมาตอบคำถาม ส.ส. ที่ถามแทนประชาชนในสภาเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของนายกฯ และรัฐมนตรี ดังนั้น มันไม่ควรเป็นงานอดิเรก ที่นายกฯจะมาเมื่อว่าง แต่เป็นความรับผิดชอบหลักที่นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนควรจัดสรรเวลาให้ และหากในสัปดาห์นั้นไม่มี ส.ส.ถามรัฐมนตรีท่านใด ก็สามารถมาปฏิบัติภารกิจอื่นๆที่สภาได้ เพราะมีห้องทำงาน หรือห้องประชุมให้ ครม. อยู่แล้ว ตนคิดว่าสัปดาห์นี้คงเป็นบทพิสูจน์แรกว่าตกลงแล้วนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญ กับการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนหรือไม่” นาย
พริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า การที่พูดให้นายกฯ และรัฐมนตรี มาตอบกระทู้เป็นเพราะเห็นข่าวที่รัฐมนตรีเทกระทู้ถามของ ส.ว. ใช่หรือไม่ นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า มีส่วน เพราะเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ไม่มีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ทั่วไปของ ส.ว. ซึ่งผสมกับคำพูดของนายกฯ เองที่ตอบคำถามของตน ตอนชี้แจงหลังการอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า ถ้าว่างจะมา ตนว่าก็ให้พิสูจน์ด้วยการกระทำ ตนยืนยันว่าเราอยู่ในระบบรัฐสภาที่ไม่ได้มีการเลือกตั้งฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติแยกจากกัน แต่ฝ่ายบริหารมีที่มา มาจากฝ่ายนิติบัญญัติ พูดง่ายๆคือนายกถูกโหวตเข้ามาในสภา แต่เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบหลักของฝ่ายบริหารทุกคน ที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่องานสภา ซึ่งการมาตอบกระทู้สดคือการตอบคำถามที่ ส.ส. ถามแทนประชาชน
.
“
พรรคประชาชนให้ข้อมูลได้ว่าในการตั้งกระทู้สดเช้าวันพฤหัสบดีนี้ เรามีประเด็นที่จำเป็นต้องถามนายกฯ ถือว่าเป็นการแจ้งล่วงหน้าให้สามารถเคลียร์ตาราง” นาย
พริษฐ์ กล่าว
.
.
พริษฐ์ เปิดสูตรจัดสรร ปธ.กมธ. 35 คณะ ใช้ 2 ขั้นตอน เผยปชน.ขอดูกมธ.ป.ป.ช. แต่ภท.ก็อยากคุม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5685597
.
‘พริษฐ์’ เผยสูตรจัดสรรประธาน กมธ. 35 คณะ ใช้ 2 ขั้นตอน หวังทุกพรรคเคารพกติกา แจงไม่ได้มีแค่ ‘ปชน.-ปชป.’ ต้องการกรรมาธิการตรงกัน แต่ทับกันทุกพรรค
.
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 21 เมษายน ที่รัฐสภา นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงกรณีเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา มีการประชุมพิจารณาร่วมกับประธานสภาเพื่อพิจารณาสัดส่วนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะว่า ความจริงต้องบอกว่ารายละเอียดอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่มีข่าวออกมาทั้งหมด ซึ่งตนขอให้รายละเอียดว่าทุกพรรคเห็นตรงกันว่าพรรคการเมืองใดจะมีสัดส่วนที่จะส่ง ส.ส.เข้าเป็นประธาน กมธ.จำนวนเท่าไหร่ โดยสิ่งที่ทุกพรรคเห็นตรงกันและประธานสภาสรุปให้คือเรื่องกระบวนการว่าเมื่อมี 35 คณะแล้ว คณะไหนจะมีประธาน กมธ.มาจากพรรคใด โดยประธานสภาให้ทำ 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 ให้ 6 พรรคการเมืองที่มีอย่างน้อย 1 ประธานไปหารือกันนอกรอบ หากใน 35 คณะนั้นมีคณะใดคณะหนึ่งที่ทั้ง 6 พรรคเห็นตรงกันว่าจะจัดสรรให้กับพรรคใด ก็ถือว่าเป็นข้อสรุป
.
นาย
พริษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนคณะใดที่อาจจะเห็นไม่ตรงกัน โดยอาจมีมากกว่า 1 พรรคที่ประสงค์ตัวแทนเข้าไปเป็นประธาน กมธ. ก็ให้เอากลับเข้ามาในขั้นตอนที่ 2 คือการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภา และตัวแทนพรรคการเมืองในรอบที่สอง เพื่อใช้กระบวนการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการเรียงคิวเลือกหรือการจับสลากเพื่อกำหนดลำดับในการเลือก ฉะนั้น ตนคิดว่าข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุปที่ถือว่าเป็นธรรม และหวังว่าทุกพรรคการเมืองจะรักษากติกาดังกล่าว
.
นาย
พริษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าหลายพรรคมีความประสงค์ กมธ.ที่คล้ายกันนั้น ก็เป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น ซึ่งไม่ได้ทับกันเฉพาะพรรค ปชน.และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เท่านั้น แต่ทับกันทุกพรรค เช่น คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ที่พรรค ปชน.แสดงความประสงค์ว่าอยากจะส่งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น เพราะเป็น กมธ.ที่มีความสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล ควรที่จะเป็นตัวแทนของฝ่ายค้านเข้าไปทำงาน แต่พรรคภูมิใจไทยก็แสดงความประสงค์ว่าต้องการประธาน กมธ.ป.ป.ช.เช่นกัน ซึ่งเมื่อมีความประสงค์ที่ตรงกันจึงต้องใช้กระบวนการทั้ง 2 ขั้นตอนดังกล่าว
.
เมื่อถามว่า ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาพูดคุยในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านหรือไม่ นาย
พริษฐ์กล่าวว่า มีการอัพเดตกับทุกฝ่าย แต่ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากข้อสรุปที่ประธานสภาสรุปให้
.
.
ปชน. ดันร่างพ.ร.บ.ตายดี หวังให้สิทธิคนไทยจบชีวิตถูกกม. ชี้ มีความละเอียดอ่อน เงื่อนไข-ระบบต้องชัด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5685753
.
ปชน. ดันร่างพ.ร.บ.ตายดี หวังให้สิทธิคนไทยจบชีวิตถูกกม. ชี้ มีความละเอียดอ่อน เงื่อนไขต้องชัด
.
เมื่อวันที่ 20 เมษายน นาย
เอกภพ สิทธิวรรณธนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีผลักดันร่าง พ.ร.บ.ตายดี โดยระบุว่า
.
วันนี้ ผมและเพื่อน ส.ส. พรรคประชาชน 6 คน เข้าหารือกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ สช. และคณะผู้บริหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ตายดี และสิทธิการเลือกจบชีวิตตนเอง ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจของสังคม โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
.
1. ที่ประชุมมีเห็นพ้องเรื่องว่าการดูแลแบบประคับประคองควรเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน
.
2. ข้อเสนอเรื่องสิทธิการขอจบชีวิตตนเองเมื่อป่วยระยะท้ายโดยความช่วยเหลือทางการแพทย์ (Medical Assistance in Dying: MAiD) แม้เป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง แต่ควรเกิดขึ้นเมื่อระบบการดูแลแบบประคับประคองเข้มแข็งแล้ว โจทย์คือทำอย่างไรให้บริการประคับประคองและ MAiD ช่วยเสริมสร้างระบบการดูแลวาระท้ายอย่างเคารพศักดิ์ศรีผู้ป่วย ตั้งอยู่บนความสมัครใจของผู้ป่วยและบุคลากรสุขภาพ
.
3. การถกเถียงและพัฒนาระบบการดูแลวาระท้าย ควรนำไปสู่การพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองที่เข้มแข็งขึ้น ทั้งด้านกำลังคนผู้ให้บริการ ความพร้อมของหน่วยบริการ การเข้าถึงบริการ การมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
.
4. MAiD ต้องกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่เหมาะสม การพิจารณาสิทธินี้มีความละเอียดอ่อน ใช้ระยะเวลาในการทำความเข้าใจ ทั้งในมิติการสื่อสาร การแพทย์ และกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
.
5. ในระหว่างนี้ ผม พรรคประชาชน และเครือข่าย จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นจากสังคม ควบคู่กับการสื่อสารเรื่อง “การแสดงเจตนาการรักษาในช่วงท้ายของชีวิต” ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ
.
ในที่ประชุมยังได้คุยกันถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานสุขภาพในพื้นที่ กทม. โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
.
1. ใน 50 เขตของกทม. มี “ธรรมนูญสุขภาพระดับเขต” ครบทุกเขต ซึ่งเป็นเหมือนแผนที่ยุทธศาสตร์สุขภาพในแต่ละเขตพื้นที่ ที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่ง ส.ส. เขตจะใช้เป็นอีกเครื่องมือในการผลักดันวาระสุขภาพในระดับพื้นที่ ร่วมกับกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.)
.
2. กรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ทั้ง 13 เขต เป็นกลไกที่น่าสนใจในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพในพื้นที่ กรรมการนี้มีเครือข่ายที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐ เอกชน วิชาการ และภาคประชาสังคม และกำลังขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ เช่น สังคมสูงอายุ NCDs เด็กและเยาวชน และ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่ง สส. อาจเสนอให้เป็นหน่วยงานเสนอในวาระปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎร
.
3. สส. และ สช. จะหาโอกาสทำงานร่วมกันในการยกระดับประเด็นสุขภาพ ทั้งการผลักดันในสภา เช่น การตั้งญัตติ กระทู้ถาม กมธ.สาธารณสุข และการเชื่อมการทำงานกับสมัชชาสุขภาพในพื้นที่
.
ผมจะเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ตายดี และนโยบายสุขภาพระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในสภาและในพื้นที่ ควบคู่กับการรับฟังความเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสุขภาวะในทุกช่วงของชีวิต
.
ขอบพระคุณทีมงาน สช. ที่กรุณาสละเวลาให้ข้อมูลและการพบกันที่มีความหมาย
.
https://www.facebook.com/MartEkkapop/posts/pfbid0yiQ4MP9TtLhNGnMNcHLQyzL3PHYZRaZtFxQpoxKrwTtj3rFGbyiAQSu1Jgu49Sp3l
JJNY : พริษฐ์จี้เคลียร์ตาราง│พริษฐ์เปิดสูตรจัด ปธ.กมธ.│ปชน.ดันร่างพ.ร.บ.ตายดี│ชี้หุ้นโลกฟื้น│ญี่ปุ่นยกเลิกกฎส่งออกอาวุธ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5685617
.
.
พริษฐ์ เผย ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติตรวจสอบแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร จี้ ‘นายกฯ-รมต.’ เคลียร์ตารางตอบกระทู้สภาฯ ลั่น ไม่ควรมองเป็นงานอดิเรก แต่เป็นความรับผิดชอบหลัก
.
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 21 เมษายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ โดยในวันที่ 22 เมษายนนี้มีข้อสรุปใน 2 ญัตติ คือการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการตรวจสอบแผนในการเดินสู่เป้าหมายเนตซีโร่ ภายในปี 2025 หรือ พ.ศ.2593 ซึ่งจะเสนอ ส.ส. พรรคประชาชน
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนญัตติที่ 2 เป็นข้อสรุปจากวิปฝ่ายค้านว่าเราจะเสนอเลื่อนญัตติการตรวจสอบและการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรขึ้นมาพิจารณา ซึ่งจากการหารือนอกรอบกับตัวแทนวิปรัฐบาล มีความเข้าใจที่ตรงกัน โดยสาเหตุที่ฝ่ายค้านเห็นตรงกัน เพราะราคาพืชผลการเกษตรกระทบกับประชาชนจำนวนมาก มีต้นทุนที่สูงขึ้นจากน้ำมันและปุ๋ย อีกมุมหนึ่งกลับมีสินค้าเกษตรที่ราคาตกต่ำอย่างมาก เช่น ข้าว มะพร้าว มะม่วง ที่มีสาเหตุมาจากผลกระทบการส่งออกที่ลดน้อยลง รวมถึงการทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศจึงเห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 22 เมษายน
.
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลที่มีอำนาจในการบริหารงานแล้ว จัดสรรรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะจากสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงตอบคำถามประเด็นต่างๆ เพราะจากญัตติเรื่องพลังงาน ก็ไม่ได้มีตัวแทนของรัฐบาลเข้ามาชี้แจง รวมถึงญัตติเรื่องน้ำท่วมที่แม้ว่าจะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้สิทธิ์อภิปรายสรุปแทนสมาชิกแต่ก็ไม่ได้เห็นตัวแทนของฝ่ายบริหารเข้ามาตอบคำถามของประชาชน จึงหวังว่าในการอภิปรายเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรจะได้เห็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามารับฟังและชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 23 เมษายนนี้ จะเป็นสัปดาห์แรกที่มีกระทู้สด กระทู้ทั่วไป และกระทู้แยกเฉพาะ ในส่วนของประชาชนจะมีการเสนออย่างน้อย 1 กระทู้ ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน จะรอดูผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล ในช่วงวันพฤหัสบดีเช้า รู้อยู่แล้วว่าเป็นการตอบกระทู้สด และตามข้อบังคับกระทู้สดต้องเสนอและเสนอได้ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี ดังนั้น ครม. ก็ควรบริหารจัดการเวลาเพื่อให้ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีสามารถมาตอบกระทู้ถามสดได้
.
“ผมรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลกับการที่นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อสภารอบที่แล้ว พอถูกถามเรื่องกระทู้สดบอกว่าถ้าว่างจะมา เราต้องย้ำว่าการมาตอบคำถาม ส.ส. ที่ถามแทนประชาชนในสภาเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของนายกฯ และรัฐมนตรี ดังนั้น มันไม่ควรเป็นงานอดิเรก ที่นายกฯจะมาเมื่อว่าง แต่เป็นความรับผิดชอบหลักที่นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนควรจัดสรรเวลาให้ และหากในสัปดาห์นั้นไม่มี ส.ส.ถามรัฐมนตรีท่านใด ก็สามารถมาปฏิบัติภารกิจอื่นๆที่สภาได้ เพราะมีห้องทำงาน หรือห้องประชุมให้ ครม. อยู่แล้ว ตนคิดว่าสัปดาห์นี้คงเป็นบทพิสูจน์แรกว่าตกลงแล้วนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญ กับการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนหรือไม่” นายพริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า การที่พูดให้นายกฯ และรัฐมนตรี มาตอบกระทู้เป็นเพราะเห็นข่าวที่รัฐมนตรีเทกระทู้ถามของ ส.ว. ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า มีส่วน เพราะเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ไม่มีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ทั่วไปของ ส.ว. ซึ่งผสมกับคำพูดของนายกฯ เองที่ตอบคำถามของตน ตอนชี้แจงหลังการอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า ถ้าว่างจะมา ตนว่าก็ให้พิสูจน์ด้วยการกระทำ ตนยืนยันว่าเราอยู่ในระบบรัฐสภาที่ไม่ได้มีการเลือกตั้งฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติแยกจากกัน แต่ฝ่ายบริหารมีที่มา มาจากฝ่ายนิติบัญญัติ พูดง่ายๆคือนายกถูกโหวตเข้ามาในสภา แต่เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบหลักของฝ่ายบริหารทุกคน ที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่องานสภา ซึ่งการมาตอบกระทู้สดคือการตอบคำถามที่ ส.ส. ถามแทนประชาชน
.
“พรรคประชาชนให้ข้อมูลได้ว่าในการตั้งกระทู้สดเช้าวันพฤหัสบดีนี้ เรามีประเด็นที่จำเป็นต้องถามนายกฯ ถือว่าเป็นการแจ้งล่วงหน้าให้สามารถเคลียร์ตาราง” นายพริษฐ์ กล่าว
.
.
พริษฐ์ เปิดสูตรจัดสรร ปธ.กมธ. 35 คณะ ใช้ 2 ขั้นตอน เผยปชน.ขอดูกมธ.ป.ป.ช. แต่ภท.ก็อยากคุม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5685597
.
‘พริษฐ์’ เผยสูตรจัดสรรประธาน กมธ. 35 คณะ ใช้ 2 ขั้นตอน หวังทุกพรรคเคารพกติกา แจงไม่ได้มีแค่ ‘ปชน.-ปชป.’ ต้องการกรรมาธิการตรงกัน แต่ทับกันทุกพรรค
.
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 21 เมษายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ถึงกรณีเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา มีการประชุมพิจารณาร่วมกับประธานสภาเพื่อพิจารณาสัดส่วนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะว่า ความจริงต้องบอกว่ารายละเอียดอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่มีข่าวออกมาทั้งหมด ซึ่งตนขอให้รายละเอียดว่าทุกพรรคเห็นตรงกันว่าพรรคการเมืองใดจะมีสัดส่วนที่จะส่ง ส.ส.เข้าเป็นประธาน กมธ.จำนวนเท่าไหร่ โดยสิ่งที่ทุกพรรคเห็นตรงกันและประธานสภาสรุปให้คือเรื่องกระบวนการว่าเมื่อมี 35 คณะแล้ว คณะไหนจะมีประธาน กมธ.มาจากพรรคใด โดยประธานสภาให้ทำ 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 ให้ 6 พรรคการเมืองที่มีอย่างน้อย 1 ประธานไปหารือกันนอกรอบ หากใน 35 คณะนั้นมีคณะใดคณะหนึ่งที่ทั้ง 6 พรรคเห็นตรงกันว่าจะจัดสรรให้กับพรรคใด ก็ถือว่าเป็นข้อสรุป
.
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนคณะใดที่อาจจะเห็นไม่ตรงกัน โดยอาจมีมากกว่า 1 พรรคที่ประสงค์ตัวแทนเข้าไปเป็นประธาน กมธ. ก็ให้เอากลับเข้ามาในขั้นตอนที่ 2 คือการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภา และตัวแทนพรรคการเมืองในรอบที่สอง เพื่อใช้กระบวนการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการเรียงคิวเลือกหรือการจับสลากเพื่อกำหนดลำดับในการเลือก ฉะนั้น ตนคิดว่าข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุปที่ถือว่าเป็นธรรม และหวังว่าทุกพรรคการเมืองจะรักษากติกาดังกล่าว
.
นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าหลายพรรคมีความประสงค์ กมธ.ที่คล้ายกันนั้น ก็เป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น ซึ่งไม่ได้ทับกันเฉพาะพรรค ปชน.และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เท่านั้น แต่ทับกันทุกพรรค เช่น คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ที่พรรค ปชน.แสดงความประสงค์ว่าอยากจะส่งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น เพราะเป็น กมธ.ที่มีความสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล ควรที่จะเป็นตัวแทนของฝ่ายค้านเข้าไปทำงาน แต่พรรคภูมิใจไทยก็แสดงความประสงค์ว่าต้องการประธาน กมธ.ป.ป.ช.เช่นกัน ซึ่งเมื่อมีความประสงค์ที่ตรงกันจึงต้องใช้กระบวนการทั้ง 2 ขั้นตอนดังกล่าว
.
เมื่อถามว่า ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาพูดคุยในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า มีการอัพเดตกับทุกฝ่าย แต่ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากข้อสรุปที่ประธานสภาสรุปให้
.
.
ปชน. ดันร่างพ.ร.บ.ตายดี หวังให้สิทธิคนไทยจบชีวิตถูกกม. ชี้ มีความละเอียดอ่อน เงื่อนไข-ระบบต้องชัด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5685753
.
ปชน. ดันร่างพ.ร.บ.ตายดี หวังให้สิทธิคนไทยจบชีวิตถูกกม. ชี้ มีความละเอียดอ่อน เงื่อนไขต้องชัด
.
เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีผลักดันร่าง พ.ร.บ.ตายดี โดยระบุว่า
.
วันนี้ ผมและเพื่อน ส.ส. พรรคประชาชน 6 คน เข้าหารือกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ สช. และคณะผู้บริหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่อการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ตายดี และสิทธิการเลือกจบชีวิตตนเอง ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจของสังคม โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
.
1. ที่ประชุมมีเห็นพ้องเรื่องว่าการดูแลแบบประคับประคองควรเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน
.
2. ข้อเสนอเรื่องสิทธิการขอจบชีวิตตนเองเมื่อป่วยระยะท้ายโดยความช่วยเหลือทางการแพทย์ (Medical Assistance in Dying: MAiD) แม้เป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง แต่ควรเกิดขึ้นเมื่อระบบการดูแลแบบประคับประคองเข้มแข็งแล้ว โจทย์คือทำอย่างไรให้บริการประคับประคองและ MAiD ช่วยเสริมสร้างระบบการดูแลวาระท้ายอย่างเคารพศักดิ์ศรีผู้ป่วย ตั้งอยู่บนความสมัครใจของผู้ป่วยและบุคลากรสุขภาพ
.
3. การถกเถียงและพัฒนาระบบการดูแลวาระท้าย ควรนำไปสู่การพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองที่เข้มแข็งขึ้น ทั้งด้านกำลังคนผู้ให้บริการ ความพร้อมของหน่วยบริการ การเข้าถึงบริการ การมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
.
4. MAiD ต้องกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่เหมาะสม การพิจารณาสิทธินี้มีความละเอียดอ่อน ใช้ระยะเวลาในการทำความเข้าใจ ทั้งในมิติการสื่อสาร การแพทย์ และกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
.
5. ในระหว่างนี้ ผม พรรคประชาชน และเครือข่าย จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นจากสังคม ควบคู่กับการสื่อสารเรื่อง “การแสดงเจตนาการรักษาในช่วงท้ายของชีวิต” ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ
.
ในที่ประชุมยังได้คุยกันถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานสุขภาพในพื้นที่ กทม. โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
.
1. ใน 50 เขตของกทม. มี “ธรรมนูญสุขภาพระดับเขต” ครบทุกเขต ซึ่งเป็นเหมือนแผนที่ยุทธศาสตร์สุขภาพในแต่ละเขตพื้นที่ ที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่ง ส.ส. เขตจะใช้เป็นอีกเครื่องมือในการผลักดันวาระสุขภาพในระดับพื้นที่ ร่วมกับกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.)
.
2. กรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ทั้ง 13 เขต เป็นกลไกที่น่าสนใจในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพในพื้นที่ กรรมการนี้มีเครือข่ายที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐ เอกชน วิชาการ และภาคประชาสังคม และกำลังขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ เช่น สังคมสูงอายุ NCDs เด็กและเยาวชน และ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่ง สส. อาจเสนอให้เป็นหน่วยงานเสนอในวาระปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎร
.
3. สส. และ สช. จะหาโอกาสทำงานร่วมกันในการยกระดับประเด็นสุขภาพ ทั้งการผลักดันในสภา เช่น การตั้งญัตติ กระทู้ถาม กมธ.สาธารณสุข และการเชื่อมการทำงานกับสมัชชาสุขภาพในพื้นที่
.
ผมจะเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ตายดี และนโยบายสุขภาพระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในสภาและในพื้นที่ ควบคู่กับการรับฟังความเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสุขภาวะในทุกช่วงของชีวิต
.
ขอบพระคุณทีมงาน สช. ที่กรุณาสละเวลาให้ข้อมูลและการพบกันที่มีความหมาย
.
https://www.facebook.com/MartEkkapop/posts/pfbid0yiQ4MP9TtLhNGnMNcHLQyzL3PHYZRaZtFxQpoxKrwTtj3rFGbyiAQSu1Jgu49Sp3l