🌺ญี่ปุ่นมองไทย 🌺 ญี่ปุ่นมองว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงที่จีนผลักดันในอาเซียน ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่โฆษณาไว้ โดยยกตัวอย่างลาว อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งแต่ละประเทศเจอปัญหาคนละแบบ
⠀
และในกรณีของไทย ถือเป็นตัวอย่างสำคัญมาก เพราะไทยไม่ได้ให้จีนลงทุนเต็มรูปแบบ แต่ให้จีนช่วยด้านเทคนิค ขณะที่ไทยออกเงินเองจำนวนมาก ผลคือโครงการเดินช้ามาก
⠀
🔴 ภาพรวมทั้งภูมิภาค
1. ลาว – สร้างเสร็จเร็ว แต่เสี่ยงหนี้สูง
รถไฟจีน-ลาว เปิดใช้ปี 2021 เชื่อมคุนหมิงกับเวียงจันทน์
⠀
จุดเด่น:
จีนออกเงินจำนวนมาก
สร้างเร็ว ใช้เวลาประมาณ 5 ปี
⠀
ปัญหา:
ลาวเป็นประเทศเล็ก รายได้ไม่สูง
ผู้โดยสารและขนส่งสินค้าอาจไม่พอทำกำไร
ลาวเสี่ยงแบกภาระหนี้ระยะยาว
⠀
สรุปคือ “สร้างได้จริง แต่คุ้มไหมยังไม่แน่”
⠀
2. อินโดนีเซีย – เปิดแล้ว แต่ต้นทุนบานปลาย
โครงการ Jakarta–Bandung เปิดปี 2023
⠀
ตอนแรกจีนเสนอเงื่อนไขดีมาก:
▪️ ไม่ต้องค้ำประกันโดยรัฐบาล
▪️ ดูเหมือนไม่เพิ่มภาระหนี้รัฐ
⠀
แต่สุดท้าย:
▪️ งบก่อสร้างบานปลาย
▪️ ล่าช้าหลายปี
▪️ รัฐบาลต้องเอาเงินภาษีเข้าอุดหนุนอยู่ดี
▪️ จนผู้บริหารรถไฟอินโดนีเซียเรียกหนี้นี้ว่า “ระเบิดเวลา”
⠀
3. ไทย: ประเด็นสำคัญที่สุด ไทยถูกยกเป็นตัวอย่างว่า แม้ไม่รับเงินจีนเต็มตัว ก็ยังติดหล่ม
⠀
โครงการไทย-จีนคืออะไร
▪️ เป็นเส้นทางหลัก: กรุงเทพฯ – นครราชสีมา – หนองคาย
▪️ เป้าหมายคือเชื่อมต่อไปลาว แล้วต่อเข้าจีน
▪️ พูดง่าย ๆ คือ ไทยเป็น “ทางผ่านสำคัญ” หากจีนจะเชื่อมรถไฟลงมาถึงอาเซียนตอนล่าง
⠀
🔴 ปัญหาของไทยที่สำคัญ
1. เริ่มมานาน แต่คืบหน้าช้ามาก
▪️ เริ่มพูดคุยจริงจังตั้งแต่ราวปี 2015
▪️ แต่ผ่านไปเกือบสิบปี ความคืบหน้าเพียงประมาณ 50%
▪️ บางช่วงแทบหยุดนิ่ง
⠀
2. ไทยไม่ยอมให้จีนควบคุมมากเกินไป
▪️ ไทยมีท่าทีระวังจีนค่อนข้างมาก เช่น:
▪️ ไม่อยากกู้จีนทั้งหมด
▪️ ไม่อยากให้จีนถือสิทธิ์บริหารโครงการมากเกินไป
▪️ ต้องการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานเอง
⠀
▪️ ผลคือ จีนช่วยด้านเทคนิค แต่ไทยต้องจัดการงบประมาณ ระบบราชการ และงานก่อสร้างเองหลายส่วน ทำให้โครงการช้าลงมาก
⠀
3. ปัญหาเวนคืนที่ดิน / เปลี่ยนแบบ / ระบบราชการ
ไทยมีปัญหาคลาสสิกของเมกะโปรเจกต์:
▪️ เวนคืนที่ดิน
▪️ ต้องเจรจากับประชาชนจำนวนมาก
▪️ ปรับแบบก่อสร้าง
▪️ บางจุดต้องแก้แบบใหม่ เช่น พื้นที่ประวัติศาสตร์อยุธยา
▪️ ประมูลหลายสัญญา
▪️ แบ่งงานหลายช่วง ทำให้บางสัญญาเดิน บางสัญญาค้าง
⠀
4. บางสัญญาคืบหน้า 0%
▪️ บางช่วงงานก่อสร้างที่ยังไม่เริ่มเลย
▪️ แปลว่าแม้ภาพรวมจะบอกว่า “50%” แต่บางจุดจริง ๆ ยังหยุดสนิท
▪️ อุบัติเหตุและข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย
▪️ เหตุเครนก่อสร้างตกในไทย และอุบัติเหตุไซต์งานต่าง ๆ
⠀
🔴 โครงการใหญ่ที่ล่าช้า มักมาพร้อมปัญหาผู้รับเหมา
▪️ ระบบตรวจสอบความปลอดภัยไทยยังมีจุดอ่อน
▪️ เมื่อมีบริษัทต่างชาติร่วมงาน ความรับผิดชอบยิ่งซับซ้อน
▪️ แล้วญี่ปุ่นเกี่ยวอะไรกับไทย?
⠀
ไทยเคยมีอีกแนวคิดหนึ่ง:
▪️ รถไฟเร็วสูงกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ โดยญี่ปุ่น (ชินคันเซ็น)
เคยศึกษาอย่างจริงจัง ญี่ปุ่นเสนอเทคโนโลยีชินคันเซ็น
แต่สุดท้ายไม่เดินหน้า เพราะ:
⠀
1. งบสูงมาก
ระดับหลายแสนล้านถึงล้านล้านบาท
⠀
2. คนใช้ไม่พอ
คาดการณ์ผู้โดยสารต่ำกว่าจุดคุ้มทุน
⠀
3. ไทยอยากให้ญี่ปุ่นร่วมลงทุนมากกว่าแค่ปล่อยกู้
แต่ญี่ปุ่นระวังความเสี่ยง
⠀
จึงไม่ตกลงกัน
⠀
🔴 สรุป ญี่ปุ่นมองว่า “ญี่ปุ่นไม่ขายได้ก็ดีแล้ว”
เพราะถ้าญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนลึก แล้วโครงการขาดทุนแบบอินโดนีเซียหรือช้าแบบไทย
⠀
ญี่ปุ่นอาจ:
▪️ เสียเงิน
▪️ เสียชื่อเสียงชินคันเซ็น
▪️ เจอปัญหาการเมืองไทย
⠀
ดังนั้นผการไม่เข้าไปเสี่ยง อาจเป็นผลดีกับญี่ปุ่น
ไม่ใช่แค่ “จีนทำไม่สำเร็จ” แต่คือ:
รถไฟความเร็วสูงอาจไม่เหมาะกับบางประเทศในอาเซียน
⠀
เพราะต้องมี:
▪️ คนเดินทางจำนวนมากทุกวัน
▪️ เมืองใหญ่ปลายทางแข็งแรง
▪️ ระบบเชื่อมต่อดี
▪️ กำลังซื้อสูง
▪️ การบริหารต่อเนื่องหลายสิบปี
⠀
หลายประเทศยังไม่ครบเงื่อนไขนี้ ถ้ามองเฉพาะไทยแบบตรงไปตรงมา ไทยอาจเหมาะกับรถไฟเร็วสูง บางเส้นทาง มากกว่า “สร้างทั้งประเทศ” เช่น:
▪️ กรุงเทพฯ–พัทยา–ระยอง
▪️ กรุงเทพฯ–โคราช (อาจพอมีดีมานด์)
▪️ กรุงเทพฯ–หัวหิน
แต่เส้นทางยาวมากบางสาย อาจยังไม่คุ้มทุน
⠀
🌺🌺หมายเหตุ: คือความคิดเห็นบางส่วนของประชาชน ในเรื่องนี้ครับ 🌺ประเด็นของไทย ที่ไทยเลือกสร้างเองก็เพื่อจะเรียนรู้( Know How) ด้านเทคนิคการก่อสร้าง, ระบบวิศวกรรมต่างๆ เพิ่อในวันข้างหน้า การก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง เส้นทางส่วนต่อขยายหรือสายอื่นๆ ทีมวิศวกรไทย บริษัทก่อสร้างไทย วัสดุต่างๆ คนไทยทำได้เองหมด ไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ ซึ่งมันก็ทำให้การก่อสร้าง ช้ามากๆ แต่ในอนาคตก็จะเหมือนกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ชานเมือง ที่ทุกวันนี้ คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ จนทำเองได้เกือบทุกสาย
กลับกัน ที่ญี่ปุ่นเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ยังลดการลงทุนเมกกะโปรเจ็ค ที่สามารถขายเทคโนโลยี สร้างงาน สร้างรายได้กลับมาญี่ปุ่นมหาศาลลง แทนที่จะขายของ ขายขบวนรถไฟ ได้สัมปทาน ได้สิทธิประโยชน์รอบๆสถานีรถไฟครส. ในไทยสายเหนือกรุงเทพ -เชียงใหม่ มาบ้าง แต่เลือกไม่ลงทุน แล้วจะปล่อยให้จีนและไทยทำเอง ต้องถามว่าแน่ใจจริงๆใช่มั้ย🌺
รถไฟความเร็วสูง ญี่ปุ่นมองไทยในรูปแบบใด?
⠀
และในกรณีของไทย ถือเป็นตัวอย่างสำคัญมาก เพราะไทยไม่ได้ให้จีนลงทุนเต็มรูปแบบ แต่ให้จีนช่วยด้านเทคนิค ขณะที่ไทยออกเงินเองจำนวนมาก ผลคือโครงการเดินช้ามาก
⠀
🔴 ภาพรวมทั้งภูมิภาค
1. ลาว – สร้างเสร็จเร็ว แต่เสี่ยงหนี้สูง
รถไฟจีน-ลาว เปิดใช้ปี 2021 เชื่อมคุนหมิงกับเวียงจันทน์
⠀
จุดเด่น:
จีนออกเงินจำนวนมาก
สร้างเร็ว ใช้เวลาประมาณ 5 ปี
⠀
ปัญหา:
ลาวเป็นประเทศเล็ก รายได้ไม่สูง
ผู้โดยสารและขนส่งสินค้าอาจไม่พอทำกำไร
ลาวเสี่ยงแบกภาระหนี้ระยะยาว
⠀
สรุปคือ “สร้างได้จริง แต่คุ้มไหมยังไม่แน่”
⠀
2. อินโดนีเซีย – เปิดแล้ว แต่ต้นทุนบานปลาย
โครงการ Jakarta–Bandung เปิดปี 2023
⠀
ตอนแรกจีนเสนอเงื่อนไขดีมาก:
▪️ ไม่ต้องค้ำประกันโดยรัฐบาล
▪️ ดูเหมือนไม่เพิ่มภาระหนี้รัฐ
⠀
แต่สุดท้าย:
▪️ งบก่อสร้างบานปลาย
▪️ ล่าช้าหลายปี
▪️ รัฐบาลต้องเอาเงินภาษีเข้าอุดหนุนอยู่ดี
▪️ จนผู้บริหารรถไฟอินโดนีเซียเรียกหนี้นี้ว่า “ระเบิดเวลา”
⠀
3. ไทย: ประเด็นสำคัญที่สุด ไทยถูกยกเป็นตัวอย่างว่า แม้ไม่รับเงินจีนเต็มตัว ก็ยังติดหล่ม
⠀
โครงการไทย-จีนคืออะไร
▪️ เป็นเส้นทางหลัก: กรุงเทพฯ – นครราชสีมา – หนองคาย
▪️ เป้าหมายคือเชื่อมต่อไปลาว แล้วต่อเข้าจีน
▪️ พูดง่าย ๆ คือ ไทยเป็น “ทางผ่านสำคัญ” หากจีนจะเชื่อมรถไฟลงมาถึงอาเซียนตอนล่าง
⠀
🔴 ปัญหาของไทยที่สำคัญ
1. เริ่มมานาน แต่คืบหน้าช้ามาก
▪️ เริ่มพูดคุยจริงจังตั้งแต่ราวปี 2015
▪️ แต่ผ่านไปเกือบสิบปี ความคืบหน้าเพียงประมาณ 50%
▪️ บางช่วงแทบหยุดนิ่ง
⠀
2. ไทยไม่ยอมให้จีนควบคุมมากเกินไป
▪️ ไทยมีท่าทีระวังจีนค่อนข้างมาก เช่น:
▪️ ไม่อยากกู้จีนทั้งหมด
▪️ ไม่อยากให้จีนถือสิทธิ์บริหารโครงการมากเกินไป
▪️ ต้องการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานเอง
⠀
▪️ ผลคือ จีนช่วยด้านเทคนิค แต่ไทยต้องจัดการงบประมาณ ระบบราชการ และงานก่อสร้างเองหลายส่วน ทำให้โครงการช้าลงมาก
⠀
3. ปัญหาเวนคืนที่ดิน / เปลี่ยนแบบ / ระบบราชการ
ไทยมีปัญหาคลาสสิกของเมกะโปรเจกต์:
▪️ เวนคืนที่ดิน
▪️ ต้องเจรจากับประชาชนจำนวนมาก
▪️ ปรับแบบก่อสร้าง
▪️ บางจุดต้องแก้แบบใหม่ เช่น พื้นที่ประวัติศาสตร์อยุธยา
▪️ ประมูลหลายสัญญา
▪️ แบ่งงานหลายช่วง ทำให้บางสัญญาเดิน บางสัญญาค้าง
⠀
4. บางสัญญาคืบหน้า 0%
▪️ บางช่วงงานก่อสร้างที่ยังไม่เริ่มเลย
▪️ แปลว่าแม้ภาพรวมจะบอกว่า “50%” แต่บางจุดจริง ๆ ยังหยุดสนิท
▪️ อุบัติเหตุและข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย
▪️ เหตุเครนก่อสร้างตกในไทย และอุบัติเหตุไซต์งานต่าง ๆ
⠀
🔴 โครงการใหญ่ที่ล่าช้า มักมาพร้อมปัญหาผู้รับเหมา
▪️ ระบบตรวจสอบความปลอดภัยไทยยังมีจุดอ่อน
▪️ เมื่อมีบริษัทต่างชาติร่วมงาน ความรับผิดชอบยิ่งซับซ้อน
▪️ แล้วญี่ปุ่นเกี่ยวอะไรกับไทย?
⠀
ไทยเคยมีอีกแนวคิดหนึ่ง:
▪️ รถไฟเร็วสูงกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ โดยญี่ปุ่น (ชินคันเซ็น)
เคยศึกษาอย่างจริงจัง ญี่ปุ่นเสนอเทคโนโลยีชินคันเซ็น
แต่สุดท้ายไม่เดินหน้า เพราะ:
⠀
1. งบสูงมาก
ระดับหลายแสนล้านถึงล้านล้านบาท
⠀
2. คนใช้ไม่พอ
คาดการณ์ผู้โดยสารต่ำกว่าจุดคุ้มทุน
⠀
3. ไทยอยากให้ญี่ปุ่นร่วมลงทุนมากกว่าแค่ปล่อยกู้
แต่ญี่ปุ่นระวังความเสี่ยง
⠀
จึงไม่ตกลงกัน
⠀
🔴 สรุป ญี่ปุ่นมองว่า “ญี่ปุ่นไม่ขายได้ก็ดีแล้ว”
เพราะถ้าญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนลึก แล้วโครงการขาดทุนแบบอินโดนีเซียหรือช้าแบบไทย
⠀
ญี่ปุ่นอาจ:
▪️ เสียเงิน
▪️ เสียชื่อเสียงชินคันเซ็น
▪️ เจอปัญหาการเมืองไทย
⠀
ดังนั้นผการไม่เข้าไปเสี่ยง อาจเป็นผลดีกับญี่ปุ่น
ไม่ใช่แค่ “จีนทำไม่สำเร็จ” แต่คือ:
รถไฟความเร็วสูงอาจไม่เหมาะกับบางประเทศในอาเซียน
⠀
เพราะต้องมี:
▪️ คนเดินทางจำนวนมากทุกวัน
▪️ เมืองใหญ่ปลายทางแข็งแรง
▪️ ระบบเชื่อมต่อดี
▪️ กำลังซื้อสูง
▪️ การบริหารต่อเนื่องหลายสิบปี
⠀
หลายประเทศยังไม่ครบเงื่อนไขนี้ ถ้ามองเฉพาะไทยแบบตรงไปตรงมา ไทยอาจเหมาะกับรถไฟเร็วสูง บางเส้นทาง มากกว่า “สร้างทั้งประเทศ” เช่น:
▪️ กรุงเทพฯ–พัทยา–ระยอง
▪️ กรุงเทพฯ–โคราช (อาจพอมีดีมานด์)
▪️ กรุงเทพฯ–หัวหิน
แต่เส้นทางยาวมากบางสาย อาจยังไม่คุ้มทุน
⠀
🌺🌺หมายเหตุ: คือความคิดเห็นบางส่วนของประชาชน ในเรื่องนี้ครับ 🌺ประเด็นของไทย ที่ไทยเลือกสร้างเองก็เพื่อจะเรียนรู้( Know How) ด้านเทคนิคการก่อสร้าง, ระบบวิศวกรรมต่างๆ เพิ่อในวันข้างหน้า การก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง เส้นทางส่วนต่อขยายหรือสายอื่นๆ ทีมวิศวกรไทย บริษัทก่อสร้างไทย วัสดุต่างๆ คนไทยทำได้เองหมด ไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ ซึ่งมันก็ทำให้การก่อสร้าง ช้ามากๆ แต่ในอนาคตก็จะเหมือนกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ชานเมือง ที่ทุกวันนี้ คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ จนทำเองได้เกือบทุกสาย
กลับกัน ที่ญี่ปุ่นเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ยังลดการลงทุนเมกกะโปรเจ็ค ที่สามารถขายเทคโนโลยี สร้างงาน สร้างรายได้กลับมาญี่ปุ่นมหาศาลลง แทนที่จะขายของ ขายขบวนรถไฟ ได้สัมปทาน ได้สิทธิประโยชน์รอบๆสถานีรถไฟครส. ในไทยสายเหนือกรุงเทพ -เชียงใหม่ มาบ้าง แต่เลือกไม่ลงทุน แล้วจะปล่อยให้จีนและไทยทำเอง ต้องถามว่าแน่ใจจริงๆใช่มั้ย🌺