ใครจะคิดว่าวันนึงจะได้กลับไปที่นั่นอีก แต่ก็เพราะตัวเรานั่นแหล่ะ ที่คิดไปเองว่ามันจะดี มันจะโอเค แต่สุดท้ายมันก็พังและพังยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
วันที่20กันยายน เราพาลูกชายวัย9ขวบและลูกสาววัย2ขวบกลับไปที่บ้านพักฉุกเฉินอีกครั้ง เพราะปัญหากับพ่อของลูกเหมือนเดิมแต่มันรุนแรงมากขึ้นเพราะเขาทำร้ายลูกและลามไปทำร้ายคนในครอบครัวเราด้วย กลับไปครั้งนี้โดนเจ้าหน้าที่ซักประวัติยาวเลย ด้วยเพราะเราเป็นเคสเก่าที่เคยไปพักแล้ว แต่เพราะด้วยปัญหาและความรุนแรงมันเพิ่มมากขึ้น เจ้าหน้าที่ตัดสินใจให้เราพักที่บ้านพักฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือ ด้วยเพราะครั้งนี้มีการทำร้ายลูกและมีหลักฐานชัดเจน
เรายอมให้ลูกด็อบเรียนไปหนึ่งปี ใจนึงก็สงสารลูกมาก แต่เพื่อให้ทุกอย่างมันจบ ช่วงแรกเจ้าหน้าที่ก็ให้อยู่แบบชิลล์ๆไปก่อนให้สบายใจขึ้นแล้วค่อยมาลุยทางกฎหมายกัน
ทุกอย่างที่บ้านพักยังเหมือนเดิม กฏและหน้าที่ต่างๆยังเหมือนเดิม ยังคงมีเวรครัว เวรทำความสะอาดตามพื้นที่ที่เราพักอาศัย มีฝึกอาชีพต่างๆ บางครั้งก็มีบุคคลภายนอกมาสอน แต่ครั้งนี้ให้ใช้โทรศัพท์ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ1ชั่วโมง แต่ถ้านอกเหนือวันอื่นๆมีธุระจำเป็นต้องใช้ ก็ไปขอใช้ได้ตามความจำเป็น
เราอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินได้ราวๆ2อาทิตย์ เจ้าหน้าที่ก็เรียกไปคุยว่าจะเอายังไงต่อกับปัญหานี้ เราบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเอายังไงก็ได้ไม่ให้เขามายุ่งวุ่นวายกับลูกและครอบครัวเราอีก
เพราะตลอดเวลาที่เราไปบ้านพักฉุกเฉิน พ่อของลูกไปก่อกวนไปสร้างความวุ่นวายที่บ้านแม่เราอยู่ตลอด จนท.ให้แม่เราถ่ายรูปแล้วไปแจ้งความทุกครั้งที่มีการข่มขู่
เจ้าหน้าที่จึงประสานไปทางพม.เพื่อบอกเล่าเรื่องของเราและขอความช่วยเหลือ ทางพม.จึงบอกให้เราเตรียมเอกสารและหลักฐานทุกอย่างที่เป็นปัญหา ให้ไปยื่นกับศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอคุ้มครองสิทธิ์ ไม่ให้พ่อของลูกมาวุ่นวายและทำร้ายคนในครอบครัวได้อีก
วันที่30ตุลาคม เจ้าหน้าที่บ้านพักและเจ้าหน้าที่พม.พาเราไปยื่นเอกสารขอคุ้มครองสิทธิ์ที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
โดยศาลนัดให้มาฟังคำพิพากษาวันที่10พฤศจิกายน
วันที่10พฤศจิกายน เราไปที่ศาลพร้อมกับเจ้าหน้าที่และแม่ของเรา แต่ตัวจำเลย(พ่อของลูก) ไม่มา ด้วยหลักฐานที่เรามีมันทำให้เห็นได้ชัดว่าเรากับลูกและครอบครัวโดนทำร้ายจริงๆ ศาลจึงตัดสินออกใบคุ้มครองสิทธิ์ให้ โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง6เดือน ถึงจะเป็นเวลาไม่นานมาก แต่มันก็พอทำให้ชีวิตเราสงบสุขได้มากขึ้น เพราะเรามั่นใจว่าถ้านานประมาณนี้พ่อของลูกจะไม่มายุ่งกับเราอีก
เรากับมาอยู่บ้านพักฉุกเฉินได้อีกเดือนนึงเราก็ยื่นเรื่องขอout
เพราะเห็นว่าเรื่องมันเริ่มสงบขึ้น แม่บอกว่าพ่อของลูกเราไม่ได้ไปที่บ้านแล้ว ไม่โทรมาข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น มาอยู่รอบนี้มีเงินเก็บออกไปด้วย เพราะได้ทำงานเสริม พอได้เอามาใช้ช่วงหางาน เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า ขอให้หนักแน่นอย่าให้เป็นเหมือนครั้งที่แล้วอีก ไม่งั้นทุกอย่างก็จะวนลูปเหมือนเดิมซ้ำๆอีก
ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านกับแม่ได้4เดือนแล้ว หางานทำหาเงินให้ลูก ทุกอย่างโอเค เรากับพ่อของลูกคุยกันจบแบบสมบูรณ์
เราให้เขามาหาลูกได้อาทิตย์ละครั้งหรือตามที่เราสะดวก
แต่เราไม่ให้เอาลูกไปค้างเพราะเขามีแฟนใหม่แล้ว
อีกอย่างลูกเราเป็นผู้หญิง เราไม่ไว้ใจอะไรทั้งนั้น
ส่วนลูกชายคนโตเขาไม่เอาพ่อเขาเลย เราไม่กดดันลูก
เรารู้ว่าลึกๆเขายังรักแหล่ะ แต่เพราะความเสียใจมันมากกว่า
อยากบอกผู้หญิงทุกคนที่พบเจอปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเหมือนกับเรา ถ้าออกมาได้ออกมาเถอะค่ะ
อย่าบอกว่าอยู่เพราะสงสารลูก กลัวลูกไม่มีพ่อ !!!
ถ้ามีพ่อไม่ดีอะไม่มียังดีกว่าอีก
ส่วนใครที่มีปัญหาอยากไปพักพิงหรือขอคำปรึกษาก็ยังไปได้ตลอดนะคะ อยากให้รู้ว่ายังมีที่ดีๆที่คอยช่วยเหลือผู้หญิงอย่างเราอยู่
บ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง
501/1 ซ.เดชะตุงคะ1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
โทร : 0958212020
ประสบการณ์บ้านพักฉุกเฉินครั้งที่2
วันที่20กันยายน เราพาลูกชายวัย9ขวบและลูกสาววัย2ขวบกลับไปที่บ้านพักฉุกเฉินอีกครั้ง เพราะปัญหากับพ่อของลูกเหมือนเดิมแต่มันรุนแรงมากขึ้นเพราะเขาทำร้ายลูกและลามไปทำร้ายคนในครอบครัวเราด้วย กลับไปครั้งนี้โดนเจ้าหน้าที่ซักประวัติยาวเลย ด้วยเพราะเราเป็นเคสเก่าที่เคยไปพักแล้ว แต่เพราะด้วยปัญหาและความรุนแรงมันเพิ่มมากขึ้น เจ้าหน้าที่ตัดสินใจให้เราพักที่บ้านพักฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือ ด้วยเพราะครั้งนี้มีการทำร้ายลูกและมีหลักฐานชัดเจน
เรายอมให้ลูกด็อบเรียนไปหนึ่งปี ใจนึงก็สงสารลูกมาก แต่เพื่อให้ทุกอย่างมันจบ ช่วงแรกเจ้าหน้าที่ก็ให้อยู่แบบชิลล์ๆไปก่อนให้สบายใจขึ้นแล้วค่อยมาลุยทางกฎหมายกัน
ทุกอย่างที่บ้านพักยังเหมือนเดิม กฏและหน้าที่ต่างๆยังเหมือนเดิม ยังคงมีเวรครัว เวรทำความสะอาดตามพื้นที่ที่เราพักอาศัย มีฝึกอาชีพต่างๆ บางครั้งก็มีบุคคลภายนอกมาสอน แต่ครั้งนี้ให้ใช้โทรศัพท์ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ1ชั่วโมง แต่ถ้านอกเหนือวันอื่นๆมีธุระจำเป็นต้องใช้ ก็ไปขอใช้ได้ตามความจำเป็น
เราอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินได้ราวๆ2อาทิตย์ เจ้าหน้าที่ก็เรียกไปคุยว่าจะเอายังไงต่อกับปัญหานี้ เราบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเอายังไงก็ได้ไม่ให้เขามายุ่งวุ่นวายกับลูกและครอบครัวเราอีก
เพราะตลอดเวลาที่เราไปบ้านพักฉุกเฉิน พ่อของลูกไปก่อกวนไปสร้างความวุ่นวายที่บ้านแม่เราอยู่ตลอด จนท.ให้แม่เราถ่ายรูปแล้วไปแจ้งความทุกครั้งที่มีการข่มขู่
เจ้าหน้าที่จึงประสานไปทางพม.เพื่อบอกเล่าเรื่องของเราและขอความช่วยเหลือ ทางพม.จึงบอกให้เราเตรียมเอกสารและหลักฐานทุกอย่างที่เป็นปัญหา ให้ไปยื่นกับศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอคุ้มครองสิทธิ์ ไม่ให้พ่อของลูกมาวุ่นวายและทำร้ายคนในครอบครัวได้อีก
วันที่30ตุลาคม เจ้าหน้าที่บ้านพักและเจ้าหน้าที่พม.พาเราไปยื่นเอกสารขอคุ้มครองสิทธิ์ที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
โดยศาลนัดให้มาฟังคำพิพากษาวันที่10พฤศจิกายน
วันที่10พฤศจิกายน เราไปที่ศาลพร้อมกับเจ้าหน้าที่และแม่ของเรา แต่ตัวจำเลย(พ่อของลูก) ไม่มา ด้วยหลักฐานที่เรามีมันทำให้เห็นได้ชัดว่าเรากับลูกและครอบครัวโดนทำร้ายจริงๆ ศาลจึงตัดสินออกใบคุ้มครองสิทธิ์ให้ โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง6เดือน ถึงจะเป็นเวลาไม่นานมาก แต่มันก็พอทำให้ชีวิตเราสงบสุขได้มากขึ้น เพราะเรามั่นใจว่าถ้านานประมาณนี้พ่อของลูกจะไม่มายุ่งกับเราอีก
เรากับมาอยู่บ้านพักฉุกเฉินได้อีกเดือนนึงเราก็ยื่นเรื่องขอout
เพราะเห็นว่าเรื่องมันเริ่มสงบขึ้น แม่บอกว่าพ่อของลูกเราไม่ได้ไปที่บ้านแล้ว ไม่โทรมาข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น มาอยู่รอบนี้มีเงินเก็บออกไปด้วย เพราะได้ทำงานเสริม พอได้เอามาใช้ช่วงหางาน เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า ขอให้หนักแน่นอย่าให้เป็นเหมือนครั้งที่แล้วอีก ไม่งั้นทุกอย่างก็จะวนลูปเหมือนเดิมซ้ำๆอีก
ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านกับแม่ได้4เดือนแล้ว หางานทำหาเงินให้ลูก ทุกอย่างโอเค เรากับพ่อของลูกคุยกันจบแบบสมบูรณ์
เราให้เขามาหาลูกได้อาทิตย์ละครั้งหรือตามที่เราสะดวก
แต่เราไม่ให้เอาลูกไปค้างเพราะเขามีแฟนใหม่แล้ว
อีกอย่างลูกเราเป็นผู้หญิง เราไม่ไว้ใจอะไรทั้งนั้น
ส่วนลูกชายคนโตเขาไม่เอาพ่อเขาเลย เราไม่กดดันลูก
เรารู้ว่าลึกๆเขายังรักแหล่ะ แต่เพราะความเสียใจมันมากกว่า
อยากบอกผู้หญิงทุกคนที่พบเจอปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเหมือนกับเรา ถ้าออกมาได้ออกมาเถอะค่ะ
อย่าบอกว่าอยู่เพราะสงสารลูก กลัวลูกไม่มีพ่อ !!!
ถ้ามีพ่อไม่ดีอะไม่มียังดีกว่าอีก
ส่วนใครที่มีปัญหาอยากไปพักพิงหรือขอคำปรึกษาก็ยังไปได้ตลอดนะคะ อยากให้รู้ว่ายังมีที่ดีๆที่คอยช่วยเหลือผู้หญิงอย่างเราอยู่
บ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง
501/1 ซ.เดชะตุงคะ1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
โทร : 0958212020