สวัสดีค่ะ อยากมาเล่าประสบการณ์การทำงานพาร์ทไทม์ในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อนค่ะ
ตอนนั้นเราเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ประมาณปี 2-3 และตัดสินใจออกมาอยู่เอง เลยต้องหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วย เรียนไปด้วย
ช่วงแรกที่เข้าไปทำ หน้าที่หลักจะเป็นจัดของ เติมของ และดูแลสต๊อกทั้งหน้าร้านและหลังร้าน ทำอยู่ประมาณ 2-3 เดือน ทุกอย่างก็ยังโอเคตามหน้าที่ของพนักงานพาร์ทไทม์
แต่พอเวลาผ่านไป พนักงานเริ่มขาด เราก็ถูกขอให้ช่วยงานมากขึ้น เช่น เข้าเครื่องแคชเชียร์ ทั้งที่ปกติพาร์ทไทม์ไม่ควรทำหน้าที่นี้ รวมถึงช่วยคุยกับลูกค้าชาวต่างชาติ เพราะพนักงานบางคนสื่อสารภาษาอังกฤษไม่สะดวก
หลังจากนั้นก็เริ่มต้องทำโซนเครื่องดื่ม/กาแฟ รวมถึงงานอื่นๆ ในร้าน เรียกได้ว่าแทบทุกหน้าที่
เราทำงานวันละประมาณ 4-5 ชั่วโมง เลิกเรียนแล้วต้องรีบไปทำงานทันที บางวันแทบไม่มีเวลาพัก ลูกค้าเข้าออกตลอด และบางครั้งก็ไม่ได้กินข้าวเย็น
เราทำแบบนี้มาเกือบ 1 ปี
ระหว่างนั้นเคยมีผู้ช่วยผู้จัดการพูดในลักษณะว่า ถ้าไม่ไหวก็ลาออก ซึ่งสำหรับเรา มันไม่ได้รู้สึกเหมือนคำแนะนำ แต่เหมือนแรงกดดันมากกว่า
สุดท้ายเราตัดสินใจขอย้ายสาขา เพราะรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมเดิมไม่ค่อยโอเค ทั้งเรื่องงานและบรรยากาศ
พอย้ายสาขาใหม่ ทุกอย่างดีขึ้น ผู้จัดการพูดดี สอนงานดี ลูกค้าไม่เยอะเท่าเดิม ทำให้เราทำงานได้สบายใจขึ้น
แต่ช่วงนั้นชีวิตเราค่อนข้างหนักมาก ทั้งเรียน ฝึกงาน ทำงานพาร์ทไทม์ มีปัญหาส่วนตัวหลายอย่างพร้อมกัน ทำให้สภาพจิตใจค่อนข้างแย่
จนกระทั่งมีการเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ ซึ่งเป็นคนที่รู้จักกับแฟนเก่าของเรา และมีการถามเรื่องส่วนตัว เช่น มีแฟนใหม่หรือยัง ซึ่งทำให้เรารู้สึกไม่โอเค
หลังจากนั้นเริ่มมีการตำหนิเรื่องงานผ่านไลน์กลุ่ม และพูดถึงการจะออกใบเตือน ทั้งที่เรารู้สึกว่าเราพยายามทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว
วันนั้นเราอยู่ในห้องเรียน แล้วเห็นข้อความในไลน์กลุ่ม เราร้องไห้หนักมาก และตัดสินใจกดออกจากกลุ่ม แล้วก็ไม่ได้กลับไปทำงานอีกเลย
ยอมรับว่าวิธีนี้ไม่ถูกต้อง แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ
หลังจากนั้นพอไปสมัครงานที่ใหม่ คนสัมภาษณ์บอกว่า การที่เราทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ได้นานเกือบ 2 ปี ถือว่าอดทนมาก เพราะหลายคนอยู่ไม่ถึงไม่กี่เดือนก็ลาออก
พอมองย้อนกลับไป เราไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจ หรือแย่
แต่แค่ตอนนั้นมันหนักเกินไปสำหรับเด็กอายุ20จริงๆ
เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ไว้ เผื่อจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งสำหรับคนที่กำลังทำงานพาร์ทไทม์อยู่ค่ะ เหนื่อยก◌ับงานไม่เท่าเหนื่อยกับเพื่อนร่วมงาน
ประสบการณ์งานพาร์ทไทม์แรกในชีวิต(มั้ง)
ตอนนั้นเราเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ประมาณปี 2-3 และตัดสินใจออกมาอยู่เอง เลยต้องหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วย เรียนไปด้วย
ช่วงแรกที่เข้าไปทำ หน้าที่หลักจะเป็นจัดของ เติมของ และดูแลสต๊อกทั้งหน้าร้านและหลังร้าน ทำอยู่ประมาณ 2-3 เดือน ทุกอย่างก็ยังโอเคตามหน้าที่ของพนักงานพาร์ทไทม์
แต่พอเวลาผ่านไป พนักงานเริ่มขาด เราก็ถูกขอให้ช่วยงานมากขึ้น เช่น เข้าเครื่องแคชเชียร์ ทั้งที่ปกติพาร์ทไทม์ไม่ควรทำหน้าที่นี้ รวมถึงช่วยคุยกับลูกค้าชาวต่างชาติ เพราะพนักงานบางคนสื่อสารภาษาอังกฤษไม่สะดวก
หลังจากนั้นก็เริ่มต้องทำโซนเครื่องดื่ม/กาแฟ รวมถึงงานอื่นๆ ในร้าน เรียกได้ว่าแทบทุกหน้าที่
เราทำงานวันละประมาณ 4-5 ชั่วโมง เลิกเรียนแล้วต้องรีบไปทำงานทันที บางวันแทบไม่มีเวลาพัก ลูกค้าเข้าออกตลอด และบางครั้งก็ไม่ได้กินข้าวเย็น
เราทำแบบนี้มาเกือบ 1 ปี
ระหว่างนั้นเคยมีผู้ช่วยผู้จัดการพูดในลักษณะว่า ถ้าไม่ไหวก็ลาออก ซึ่งสำหรับเรา มันไม่ได้รู้สึกเหมือนคำแนะนำ แต่เหมือนแรงกดดันมากกว่า
สุดท้ายเราตัดสินใจขอย้ายสาขา เพราะรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมเดิมไม่ค่อยโอเค ทั้งเรื่องงานและบรรยากาศ
พอย้ายสาขาใหม่ ทุกอย่างดีขึ้น ผู้จัดการพูดดี สอนงานดี ลูกค้าไม่เยอะเท่าเดิม ทำให้เราทำงานได้สบายใจขึ้น
แต่ช่วงนั้นชีวิตเราค่อนข้างหนักมาก ทั้งเรียน ฝึกงาน ทำงานพาร์ทไทม์ มีปัญหาส่วนตัวหลายอย่างพร้อมกัน ทำให้สภาพจิตใจค่อนข้างแย่
จนกระทั่งมีการเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ ซึ่งเป็นคนที่รู้จักกับแฟนเก่าของเรา และมีการถามเรื่องส่วนตัว เช่น มีแฟนใหม่หรือยัง ซึ่งทำให้เรารู้สึกไม่โอเค
หลังจากนั้นเริ่มมีการตำหนิเรื่องงานผ่านไลน์กลุ่ม และพูดถึงการจะออกใบเตือน ทั้งที่เรารู้สึกว่าเราพยายามทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว
วันนั้นเราอยู่ในห้องเรียน แล้วเห็นข้อความในไลน์กลุ่ม เราร้องไห้หนักมาก และตัดสินใจกดออกจากกลุ่ม แล้วก็ไม่ได้กลับไปทำงานอีกเลย
ยอมรับว่าวิธีนี้ไม่ถูกต้อง แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ
หลังจากนั้นพอไปสมัครงานที่ใหม่ คนสัมภาษณ์บอกว่า การที่เราทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ได้นานเกือบ 2 ปี ถือว่าอดทนมาก เพราะหลายคนอยู่ไม่ถึงไม่กี่เดือนก็ลาออก
พอมองย้อนกลับไป เราไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจ หรือแย่
แต่แค่ตอนนั้นมันหนักเกินไปสำหรับเด็กอายุ20จริงๆ
เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ไว้ เผื่อจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งสำหรับคนที่กำลังทำงานพาร์ทไทม์อยู่ค่ะ เหนื่อยก◌ับงานไม่เท่าเหนื่อยกับเพื่อนร่วมงาน