บางคนอาจมองข้ามความสำคัญในการเลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่เหมาะสม ทั้งที่จริงแล้วภาชนะบรรจุอาหารนั้นมีความสำคัญพอๆ กับอาหารที่รับประทานเข้าไป ภาชนะพลาสติกที่ผู้บริโภคใช้กัน เช่น ถุงแกง ถ้วย ชาม และพลาสติกห่อหุ้มอาหาร จะมีคุณสมบัติและส่วนประกอบที่แตกต่างกันตามคุณภาพของวัตถุที่ทำมาใช้ผลิตถุงบรรจุอาหารนั้นจะมีทั้งแบบถุงร้อนที่ทนความร้อน และถุงเย็นที่ไม่สามารถทนความร้อนได้
ดังนั้นควรเลือกใช้ให้เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ ฉลากสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทำให้เราเลือกซื้อและใช้ถุงได้ถูกประเภทและตรงกับความต้องการประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 โดยฉลากสินค้าจะต้องแสดงรายละเอียด ต้องใช้ข้อความที่ตรงกับข้อเท็จจริงของสินค้าและไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพและคุณภาพของสินค้า ดังนี้
1. ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร
2. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย
3. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
4. กรณีที่เป็นสินค้านำเข้าให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย
5. สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย
6. ต้องแสดงขนาดหรือมิติ ปริมาณ ปริมาตร น้ำหนักของสินค้านั้น แล้วแต่กรณี
7. ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้อย่างถูกต้อง
8. ข้อแนะนำในการใช้หรือการเก็บรักษา เพื่อให้ผู้บริโภคใช้สินค้านั้นได้อย่างถูกต้อง
9. คำเตือน ข้อห้ามใช้ หรือข้อควรระวัง
10. วัน เดือน ปีที่ผลิต
11. วัน เดือน ปีที่หมดอายุ
12. ราคา โดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นด้วยก็ได้
จะเห็นได้ว่า “ฉลาก” มีข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการตัดสินใจซื้อ และยังมีผลต่อสุขภาพด้วย แนะนำให้ใช้ถุงพลาสติกที่ได้รับการรับรองว่าเป็น food grade หรือปลอดภัยสำหรับอาหาร
ใช้ถุงพลาสติกปลอดภัย “ฉลาก” ช่วยได้
ดังนั้นควรเลือกใช้ให้เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ ฉลากสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทำให้เราเลือกซื้อและใช้ถุงได้ถูกประเภทและตรงกับความต้องการประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ลักษณะของฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 โดยฉลากสินค้าจะต้องแสดงรายละเอียด ต้องใช้ข้อความที่ตรงกับข้อเท็จจริงของสินค้าและไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพและคุณภาพของสินค้า ดังนี้
1. ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร
2. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนประเทศไทยของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย
3. ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
4. กรณีที่เป็นสินค้านำเข้าให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย
5. สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย
6. ต้องแสดงขนาดหรือมิติ ปริมาณ ปริมาตร น้ำหนักของสินค้านั้น แล้วแต่กรณี
7. ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้อย่างถูกต้อง
8. ข้อแนะนำในการใช้หรือการเก็บรักษา เพื่อให้ผู้บริโภคใช้สินค้านั้นได้อย่างถูกต้อง
9. คำเตือน ข้อห้ามใช้ หรือข้อควรระวัง
10. วัน เดือน ปีที่ผลิต
11. วัน เดือน ปีที่หมดอายุ
12. ราคา โดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นด้วยก็ได้
จะเห็นได้ว่า “ฉลาก” มีข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการตัดสินใจซื้อ และยังมีผลต่อสุขภาพด้วย แนะนำให้ใช้ถุงพลาสติกที่ได้รับการรับรองว่าเป็น food grade หรือปลอดภัยสำหรับอาหาร