ถ้าเปรียบประเทศสหรัฐอเมริกาเป็น "บริษัทข้ามชาติขนาดมหึมา" ที่เปิดมานานจนเริ่มมีพนักงานเก่าแก่ (ข้าราชการและนักการเมืองหน้าเดิม) แอบรวมตัวกันใช้อำนาจมืดหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ซึ่งคนกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า Deep State หรือ "รัฐซ้อนรัฐ"
ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาในฐานะประธานบริษัทอีกครั้ง และเขาไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่พา "ทีมรวมพลังคนนอก" มาเพื่อไล่พนักงานโกงๆ ออกให้หมด โดยมีคนสำคัญ 3 คนที่เป็นหัวหอกหลัก
1. ทีมทลายงบประมาณ อีลอน มัสก์ (Elon Musk)
เปรียบเหมือนนักบัญชีมือโหดที่รวยที่สุดในโลก
หน้าที่เข้าไปดูว่าเงินภาษีประชาชนหายไปไหน ทำไมหน่วยงานรัฐถึงทำงานช้าและเปลืองเงิน มัสก์มีหน้าที่ "ตัดงบ" อะไรที่ไม่จำเป็นต้องถูกตัดทิ้งให้เรียบ เพื่อให้รัฐบาลคล่องตัวเหมือนบริษัทเทคโนโลยี
2. ทีมคุมสายสืบ ทูลซี แกบบาร์ด (Tulsi Gabbard)
เปรียบเหมือนอดีตพนักงานฝ่ายความมั่นคงที่ทนเห็นบริษัทแอบสอดแนมลูกค้าไม่ไหวเลยลาออกมาร่วมทีมคู่แข่ง
หน้าที่เข้าไปล้างบางหน่วยงานข่าวกรอง (อย่าง CIA) เพื่อไม่ให้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งประชาชน หรือแอบไปทำสงครามในต่างประเทศโดยไม่จำเป็น
3. ทีมคุมกฎหมาย ท็อดด์ บลานซ์ (Todd Blanche)
เปรียบเหมือนทนายความฝีมือดีที่เคยสู้คดีเคียงบ่าเคียงไหล่กับประธานบริษัทในช่วงที่โดนรุมฟ้อง
หน้าที่เข้าไปคุมกระทรวงยุติธรรมและ FBI เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเล่นงานศัตรูทางการเมืองหรือไม่
ทำไม เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ถึงออกมาเชียร์ทรัมป์?
เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน คือคนที่เคยแฉว่ารัฐบาลแอบดูข้อมูลมือถือประชาชนทั่วโลก เขาต้องหนีไปอยู่รัสเซียเพราะถูกตามล่า ดังนั้นเมื่อเขาเห็นทีมนี้ เขามองว่านี่คือ "ความหวังเดียว" ที่จะหยุดการที่หน่วยงานรัฐทำตัวเป็นมาเฟียคอยกดขี่ประชาชน
เขามองว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการแค่ "ปฏิรูป" แต่ต้องการ "รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่" (Set on fire) เพื่อให้ขั้วอำนาจเก่าอย่างตระกูลมหาเศรษฐีหรือกลุ่มธนาคารกลางที่คุมเศรษฐกิจโลกอยู่ ต้องสูญเสียอำนาจที่เคยมีมานาน
แล้วจะรอดหรือจะร่วง?
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทีมนี้ไม่ใช่ "นักการเมืองอาชีพ" แต่เป็นกลุ่มคนที่มาจากสายเทคโนโลยี ทนาย และคนดัง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีสองด้านเสมอ
มุมบวก + ระบบที่เน่าเฟะมานานจะถูกชำระล้างด้วยความสดใหม่ ความโปร่งใส และเทคโนโลยี ทำให้เงินภาษีถูกใช้อย่างคุ้มค่า
มุมลบ - ระบบเดิม (ข้าราชการเก่า) จะต่อต้านอย่างรุนแรง จนอาจเกิดความขัดแย้งภายในประเทศอย่างหนัก เพราะไม่มีใครยอมเสียอำนาจง่ายๆ
บทสรุป
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี แต่มันคือการ "รีเซ็ตระบบโลก" ทั้งในแง่การเมืองและการเงิน ถ้าทีมนี้ทำสำเร็จ ระเบียบโลกที่เราเคยรู้จักมาตลอดหลายสิบปีจะเปลี่ยนไปตลอดกาลครับ
ทำไม Snowden ถึงเชียร์? เจาะแผน Trump’s Avengers ทีมพิฆาต Deep State ที่จะเปลี่ยนระเบียบโลกไปตลอดกาล
ถ้าเปรียบประเทศสหรัฐอเมริกาเป็น "บริษัทข้ามชาติขนาดมหึมา" ที่เปิดมานานจนเริ่มมีพนักงานเก่าแก่ (ข้าราชการและนักการเมืองหน้าเดิม) แอบรวมตัวกันใช้อำนาจมืดหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ซึ่งคนกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า Deep State หรือ "รัฐซ้อนรัฐ"
ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาในฐานะประธานบริษัทอีกครั้ง และเขาไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่พา "ทีมรวมพลังคนนอก" มาเพื่อไล่พนักงานโกงๆ ออกให้หมด โดยมีคนสำคัญ 3 คนที่เป็นหัวหอกหลัก
1. ทีมทลายงบประมาณ อีลอน มัสก์ (Elon Musk)
เปรียบเหมือนนักบัญชีมือโหดที่รวยที่สุดในโลก
หน้าที่เข้าไปดูว่าเงินภาษีประชาชนหายไปไหน ทำไมหน่วยงานรัฐถึงทำงานช้าและเปลืองเงิน มัสก์มีหน้าที่ "ตัดงบ" อะไรที่ไม่จำเป็นต้องถูกตัดทิ้งให้เรียบ เพื่อให้รัฐบาลคล่องตัวเหมือนบริษัทเทคโนโลยี
2. ทีมคุมสายสืบ ทูลซี แกบบาร์ด (Tulsi Gabbard)
เปรียบเหมือนอดีตพนักงานฝ่ายความมั่นคงที่ทนเห็นบริษัทแอบสอดแนมลูกค้าไม่ไหวเลยลาออกมาร่วมทีมคู่แข่ง
หน้าที่เข้าไปล้างบางหน่วยงานข่าวกรอง (อย่าง CIA) เพื่อไม่ให้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งประชาชน หรือแอบไปทำสงครามในต่างประเทศโดยไม่จำเป็น
3. ทีมคุมกฎหมาย ท็อดด์ บลานซ์ (Todd Blanche)
เปรียบเหมือนทนายความฝีมือดีที่เคยสู้คดีเคียงบ่าเคียงไหล่กับประธานบริษัทในช่วงที่โดนรุมฟ้อง
หน้าที่เข้าไปคุมกระทรวงยุติธรรมและ FBI เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเล่นงานศัตรูทางการเมืองหรือไม่
ทำไม เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ถึงออกมาเชียร์ทรัมป์?
เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน คือคนที่เคยแฉว่ารัฐบาลแอบดูข้อมูลมือถือประชาชนทั่วโลก เขาต้องหนีไปอยู่รัสเซียเพราะถูกตามล่า ดังนั้นเมื่อเขาเห็นทีมนี้ เขามองว่านี่คือ "ความหวังเดียว" ที่จะหยุดการที่หน่วยงานรัฐทำตัวเป็นมาเฟียคอยกดขี่ประชาชน
เขามองว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการแค่ "ปฏิรูป" แต่ต้องการ "รื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่" (Set on fire) เพื่อให้ขั้วอำนาจเก่าอย่างตระกูลมหาเศรษฐีหรือกลุ่มธนาคารกลางที่คุมเศรษฐกิจโลกอยู่ ต้องสูญเสียอำนาจที่เคยมีมานาน
แล้วจะรอดหรือจะร่วง?
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทีมนี้ไม่ใช่ "นักการเมืองอาชีพ" แต่เป็นกลุ่มคนที่มาจากสายเทคโนโลยี ทนาย และคนดัง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีสองด้านเสมอ
มุมบวก + ระบบที่เน่าเฟะมานานจะถูกชำระล้างด้วยความสดใหม่ ความโปร่งใส และเทคโนโลยี ทำให้เงินภาษีถูกใช้อย่างคุ้มค่า
มุมลบ - ระบบเดิม (ข้าราชการเก่า) จะต่อต้านอย่างรุนแรง จนอาจเกิดความขัดแย้งภายในประเทศอย่างหนัก เพราะไม่มีใครยอมเสียอำนาจง่ายๆ
บทสรุป
นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี แต่มันคือการ "รีเซ็ตระบบโลก" ทั้งในแง่การเมืองและการเงิน ถ้าทีมนี้ทำสำเร็จ ระเบียบโลกที่เราเคยรู้จักมาตลอดหลายสิบปีจะเปลี่ยนไปตลอดกาลครับ