ผมอ่านบทความนี้จบ แล้วนั่งเงียบไปพักใหญ่...
ไม่ใช่เพราะเห็นด้วยทุกจุด
แต่เพราะ Ray Dalio เอาสิ่งที่เราแอบรู้สึกมาตลอด มาวางเรียงให้เห็นเป็นภาพเดียว…แล้วภาพนั้นไม่ใช่ภาพที่สวยเท่าไหร่
Ray บอกว่าภาพตอนนี้เหมือนปี 1938-39
📍ทำไม Ray Dalio ถึงเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "สงครามโลก"
เพราะมันเป็นอยู่แล้ว แค่ไม่มีใครประกาศ
และเราอยู่ในช่วงเวลานั้น เลยไม่ได้รับรู้ เหมือนกบที่โดนต้มจนแยกไม่ออก
ซึ่งจะเป็นอีกเรื่อง ถ้าเรามองจากอนาคตย้อนกลับมาวันนี้
รัสเซีย-ยูเครน-NATO ยังรบอยู่…
อิสราเอล-กาซา-เลบานอน-ซีเรียยังรบอยู่…
เยเมน-ซูดาน-ซาอุฯ-UAE ยังรบอยู่…
สหรัฐฯ-อิสราเอล พร้อมสมาชิกอ่าวเปอร์เซียนเปิดฉากกับอิหร่านเต็มตัว…
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุการณ์แยกชิ้น มันเชื่อมโยงกัน พันธมิตรทับซ้อนกัน ทรัพยากรแย่งชิงกัน
Ray Dalio บอกว่าสงครามโลกในอดีตก็เริ่มแบบนี้ทุกครั้ง
ค่อยๆ ไหลเข้าสู่สงครามโดยไม่มีวันเริ่มต้นชัดเจน
ไม่มีใครตื่นมาแล้วพบว่า "วันนี้สงครามโลกเริ่มแล้ว"
มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ มันไหลเข้ามาเงียบๆ
(เหมือนตอนนี้)
📍 ขั้วอำนาจแบ่งชัดแล้ว และข้อมูลชัดมาก
จีน-รัสเซีย-อิหร่าน-เกาหลีเหนือ-คิวบา ฝั่งหนึ่ง…
สหรัฐฯ-ยูเครน-ยุโรป-อิสราเอล-สมาชิกอ่าวเปอร์เซีย-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย อีกฝั่ง
Ray Dalio บอกเขาไม่ได้เดา
เขาดูจาก UN voting records สนธิสัญญาทางการ คำแถลงผู้นำ
และการกระทำจริง ทั้งหมดชี้ไปทางเดียวกัน
มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจมาก…เพราะมันตรงข้ามกับที่หลายคนคิด
ว่าจีนจะเจ็บหนักจากการปิดช่องแคบ Hormuz
แต่ Ray Dalio บอกว่าผิด
จีนซื้อน้ำมัน 80-90% ของอิหร่าน
ทำให้มี Leverage สูง
รัสเซียก็ส่งน้ำมันให้จีนอยู่แล้ว
สำรองน้ำมันยุทธศาสตร์จีนอยู่ที่ 90-120 วัน
บวกถ่านหินและโซลาร์สำรองอีก
สรุปของ Dalio…จีนกับรัสเซียคือ Relative Winners จากสงครามนี้
อีกข้างสหรัฐฯ ก็ไม่เจ็บมาก เพราะเป็น Energy Exporter
แล้วใครเจ็บ??
ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานผ่านช่องแคบ Hormuz
(รวมถึงประเทศแถวนี้)
📍 13 ขั้นบันไดสู่สงครามโลก…Ray Dalio บอกว่าเราอยู่ขั้น 9
***ส่วนนี้คือหัวใจของบทความครับ***
Ray Dalio ใช้การศึกษาสงครามใหญ่ในประวัติศาสตร์ 500 ปีแล้วพบว่า…
ทุกครั้งที่มหาอำนาจลากกันเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ
มันเดินตาม pattern เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาสรุปเป็น 13 ขั้นตามนี้ครับ
ขั้น 1 - มหาอำนาจเดิมอ่อนลงเทียบกับมหาอำนาจที่กำลังขึ้น จนกำลังใกล้เคียงกัน เริ่มท้าทายกันในเรื่องเศรษฐกิจและทหาร
ขั้น 2 - สงครามเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น ทั้ง Sanctions และ Trade Blockages
ขั้น 3 - พันธมิตรทางเศรษฐกิจ ทหาร อุดมการณ์ก่อตัวชัดเจน
ขั้น 4 - สงครามตัวแทนเพิ่มขึ้น
ขั้น 5 - หนี้สิน ขาดดุล ความเครียดทางการเงินพุ่ง โดยเฉพาะมหาอำนาจที่ขยายขอบเขตมากไป
ขั้น 6 - รัฐบาลเข้าควบคุม Supply Chain และอุตสาหกรรมสำคัญ
ขั้น 7 - Trade Chokepoints ถูก Weaponize (เส้นทางค้าขาย ถูกใช้เป็นอาวุธ)
ขั้น 8 - เทคโนโลยีสงครามใหม่ถูกสร้างและสะสม
ขั้น 9 - สงครามหลายสมรภูมิเกิดพร้อมกัน *** Ray Dalio บอกว่าเราอยู่ตรงนี้
ขั้น 10 - รัฐบาลเรียกร้องความจงรักภักดี ปิดปากฝ่ายค้าน เพราะ "บ้านที่แตกแยก ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้" โดยเฉพาะเวลาทำสงคราม
ขั้น 11 - มหาอำนาจรบกันโดยตรง
ขั้น 12 - ขึ้นภาษีหนัก กู้หนี้มหาศาล พิมพ์เงิน ควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ควบคุมเงินทุน บางกรณีอาจมีตลาดถูกปิด
ขั้น 13 - ฝ่ายหนึ่งชนะ ออกแบบระเบียบโลกใหม่
ลองอ่านขั้น 1-9 แล้วนึกถึงข่าวช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาแบบไม่ต้องคิดว่าเห็นด้วยกับบทความนี้หรือไม่
US-China Trade War ขั้น1 ✅
Sanctions รัสเซีย ขั้น 2 ✅
NATO-จีน-รัสเซีย แบ่งขั้ว ขั้น 3 ✅
ยูเครนเป็น proxy ขั้น 4 ✅
หนี้สหรัฐฯ ทะลุ $36 trillion ขั้น 5 ✅
CHIPS Act ควบคุม semiconductor ขั้น 6 ✅
Hormuz ถูก weaponize ขั้น 7 ✅
ขีปนาวุธ Hypersonic โดรนนับล้าน ขั้น 8 ✅
สงครามหลายแนวรบพร้อมกัน ขั้น 9 ✅
ผมอยากบอกว่ามันบังเอิญ แต่มันเรียงกันมาครบทุกขั้น จนน่าใจหาย
(หมายเหตุ: 13 ขั้นนี้เป็นคนละ framework กับ "18 determinants of Big Cycle"
ที่อยู่ในหนังสือ Changing World Order นะครับ
อันนั้นคือวัฏจักรทั้งชีวิตของมหาอำนาจ
อันนี้คือ pattern เฉพาะช่วงที่ลากเข้าสู่สงครามที่ Ray เขียนไว้ในบทความล่าสุดครับ
📍สหรัฐฯ คือมหาอำนาจที่ขยายขอบเขตมากที่สุด
ปัจจุบันสหรัฐฯ มีฐานทัพ 750-800 แห่ง ใน 70-80 ประเทศ
จีนมี 1 แห่ง
ประวัติศาสตร์บอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า มหาอำนาจที่ Overextend ไม่เคยรบหลายแนวรบพร้อมกันได้สำเร็จ
Dalio ชี้ว่าทุกประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ
กำลังดูอยู่ว่าอเมริกาทำได้จริงแค่ไหนในตะวันออกกลาง
ถ้าผลออกมาไม่ดี ทุกประเทศจะเริ่มการวางตัวใหม่…โดยเฉพาะในเอเชีย
(เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้)
📍 ใครชนะสงคราม ไม่ได้วัดที่ใครแข็งแกร่งกว่า
วัดที่ใครทนเจ็บได้นานกว่า
ทั้งสนามเวียดนาม อิรัก อัฟกานิสถาน…สหรัฐฯ มีกำลังทหารเหนือกว่าทุกครั้ง แต่แพ้ทุกครั้ง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกประชาชนว่าสงครามจะจบใน "สองสัปดาห์" น้ำมันจะลง ทุกอย่างกลับปกติ
Ray Dalio มองว่านี่คือสัญญาณอันตราย เพราะระบอบประชาธิปไตยมีจุดอ่อนตรงที่ความอดทนของสาธารณชนมีจำกัด ยิ่ง Midterm Elections ใกล้เข้ามา ยิ่งกดดัน
📍 5 แนวรบ กับความน่าจะเป็นใน 5 ปี
Ray Dalio มองว่ามีโอกาสเกิดความขัดแย้งขึ้น 5 แนวรบ
1.US-Iran >> เกิดแล้ว กำลัง intensify
2.รัสเซีย-NATO ลุกลามนอกยูเครน>> 30-40%
3.จีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ >> 30-40% (จุดเสี่ยงสูงสุดปี 2028)
4.เกาหลีเหนือ >> 40-50%
5.ทะเลจีนใต้ ฟิลิปปินส์-จีน-สหรัฐฯ >> 30%
โดย Ray คาดว่ามีโอกาสเกิดอย่างน้อย 1 จาก 5 สนามดังกล่าวมากกว่า 50% ครับ
📍ระเบียบโลกเปลี่ยนแล้ว
จากระเบียบตามกฎกติกาที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำหลังปี 1945 ไปสู่ระบอบ Might-is-Right (ใครแกร่งกว่าชนะ)
ไม่มีมหาอำนาจเดี่ยวๆ บังคับใช้กฎอีกแล้ว
โลกกลับไปคล้ายยุคก่อน 1945
Ray Dalio บอกว่านั่นแปลว่า Conflict จะมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง
และผลพวงอีกอย่าง ประเทศที่เคยพึ่งร่มนิวเคลียร์สหรัฐฯ เริ่มพูดคุยเรื่องการมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง
🤔ผมอ่านจบแล้วรู้สึกยังไง…
ผมไม่ได้เห็นด้วยกับ Dalio ทุกจุด
อดีตก็ค่อนข้างชัด Timing ของ Ray เคยเร็วไปมากเหมือนกัน
เช่น เขาเคยบอกว่าช่วง 2025-26 คือจุดเสี่ยงสูงสุด
พูดไว้ตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งถูกในเรื่อง Direction แต่ Precision ยังไม่ถูกครับ
แต่สิ่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้คือ Framework ของเขามันอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
ไม่ใช่แย่ลง
และสิ่งที่ทำให้ผมนั่งเงียบจริงๆ คือ…ตลาดหุ้นยังทำเหมือนทุกอย่างจะกลับปกติ เหมือนก่อนเกิดความขัดแย้งได้ง่ายดาย เหมือนที่ตลาดชินกับความขัดแย้งของรัสเซีย ยูเครน มาก่อนหน้านี้
⁉️ Ray Dalio ไม่ได้บอกให้ตื่นตระหนก หรือขายหุ้นออกไปให้หมด
เขาแค่บอกว่า "นี่คือ template ของผม เอาไปเทียบกับเหตุการณ์จริงเอง แล้วตัดสินใจเอง"
ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด เราควรทำแบบนั้น
ถ้าอ่าน 13 ขั้นของ Dalio แล้วย้อนดูข่าว 3-4 ปีที่ผ่านมา ทุกคนคิดว่ายังไงบ้างครับ?
ส่วนตัวผมค่อนข้างกังวล...
แต่คิดว่าทุกโอกาสมีวิกฤติครับ ผ่ามม😅
อ้างอิง: Ray Dalio,
"The Big Thing: We Are In A World War That Isn't Going To End Anytime Soon"
LinkedIn / Substack, 7 April 2026
เพจ ลงทุน360
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/invest360th/photos/%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88ray-dalio-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A1/122263170422171009/?set=a.122099979764171009&http_ref=eyJ0cyI6MTc3NTg4NzMxODAwMCwiciI6IiJ9
Ray Dalio ไม่ได้พูดว่า “สงครามโลกกำลังจะมา” แต่ Ray พูดว่า “ตอนนี้เราอยู่ในสงครามแล้ว”
ไม่ใช่เพราะเห็นด้วยทุกจุด
แต่เพราะ Ray Dalio เอาสิ่งที่เราแอบรู้สึกมาตลอด มาวางเรียงให้เห็นเป็นภาพเดียว…แล้วภาพนั้นไม่ใช่ภาพที่สวยเท่าไหร่
Ray บอกว่าภาพตอนนี้เหมือนปี 1938-39
📍ทำไม Ray Dalio ถึงเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "สงครามโลก"
เพราะมันเป็นอยู่แล้ว แค่ไม่มีใครประกาศ
และเราอยู่ในช่วงเวลานั้น เลยไม่ได้รับรู้ เหมือนกบที่โดนต้มจนแยกไม่ออก
ซึ่งจะเป็นอีกเรื่อง ถ้าเรามองจากอนาคตย้อนกลับมาวันนี้
รัสเซีย-ยูเครน-NATO ยังรบอยู่…
อิสราเอล-กาซา-เลบานอน-ซีเรียยังรบอยู่…
เยเมน-ซูดาน-ซาอุฯ-UAE ยังรบอยู่…
สหรัฐฯ-อิสราเอล พร้อมสมาชิกอ่าวเปอร์เซียนเปิดฉากกับอิหร่านเต็มตัว…
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุการณ์แยกชิ้น มันเชื่อมโยงกัน พันธมิตรทับซ้อนกัน ทรัพยากรแย่งชิงกัน
Ray Dalio บอกว่าสงครามโลกในอดีตก็เริ่มแบบนี้ทุกครั้ง
ค่อยๆ ไหลเข้าสู่สงครามโดยไม่มีวันเริ่มต้นชัดเจน
ไม่มีใครตื่นมาแล้วพบว่า "วันนี้สงครามโลกเริ่มแล้ว"
มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ มันไหลเข้ามาเงียบๆ
(เหมือนตอนนี้)
📍 ขั้วอำนาจแบ่งชัดแล้ว และข้อมูลชัดมาก
จีน-รัสเซีย-อิหร่าน-เกาหลีเหนือ-คิวบา ฝั่งหนึ่ง…
สหรัฐฯ-ยูเครน-ยุโรป-อิสราเอล-สมาชิกอ่าวเปอร์เซีย-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย อีกฝั่ง
Ray Dalio บอกเขาไม่ได้เดา
เขาดูจาก UN voting records สนธิสัญญาทางการ คำแถลงผู้นำ
และการกระทำจริง ทั้งหมดชี้ไปทางเดียวกัน
มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจมาก…เพราะมันตรงข้ามกับที่หลายคนคิด
ว่าจีนจะเจ็บหนักจากการปิดช่องแคบ Hormuz
แต่ Ray Dalio บอกว่าผิด
จีนซื้อน้ำมัน 80-90% ของอิหร่าน
ทำให้มี Leverage สูง
รัสเซียก็ส่งน้ำมันให้จีนอยู่แล้ว
สำรองน้ำมันยุทธศาสตร์จีนอยู่ที่ 90-120 วัน
บวกถ่านหินและโซลาร์สำรองอีก
สรุปของ Dalio…จีนกับรัสเซียคือ Relative Winners จากสงครามนี้
อีกข้างสหรัฐฯ ก็ไม่เจ็บมาก เพราะเป็น Energy Exporter
แล้วใครเจ็บ??
ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานผ่านช่องแคบ Hormuz
(รวมถึงประเทศแถวนี้)
📍 13 ขั้นบันไดสู่สงครามโลก…Ray Dalio บอกว่าเราอยู่ขั้น 9
***ส่วนนี้คือหัวใจของบทความครับ***
Ray Dalio ใช้การศึกษาสงครามใหญ่ในประวัติศาสตร์ 500 ปีแล้วพบว่า…
ทุกครั้งที่มหาอำนาจลากกันเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ
มันเดินตาม pattern เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาสรุปเป็น 13 ขั้นตามนี้ครับ
ขั้น 1 - มหาอำนาจเดิมอ่อนลงเทียบกับมหาอำนาจที่กำลังขึ้น จนกำลังใกล้เคียงกัน เริ่มท้าทายกันในเรื่องเศรษฐกิจและทหาร
ขั้น 2 - สงครามเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น ทั้ง Sanctions และ Trade Blockages
ขั้น 3 - พันธมิตรทางเศรษฐกิจ ทหาร อุดมการณ์ก่อตัวชัดเจน
ขั้น 4 - สงครามตัวแทนเพิ่มขึ้น
ขั้น 5 - หนี้สิน ขาดดุล ความเครียดทางการเงินพุ่ง โดยเฉพาะมหาอำนาจที่ขยายขอบเขตมากไป
ขั้น 6 - รัฐบาลเข้าควบคุม Supply Chain และอุตสาหกรรมสำคัญ
ขั้น 7 - Trade Chokepoints ถูก Weaponize (เส้นทางค้าขาย ถูกใช้เป็นอาวุธ)
ขั้น 8 - เทคโนโลยีสงครามใหม่ถูกสร้างและสะสม
ขั้น 9 - สงครามหลายสมรภูมิเกิดพร้อมกัน *** Ray Dalio บอกว่าเราอยู่ตรงนี้
ขั้น 10 - รัฐบาลเรียกร้องความจงรักภักดี ปิดปากฝ่ายค้าน เพราะ "บ้านที่แตกแยก ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้" โดยเฉพาะเวลาทำสงคราม
ขั้น 11 - มหาอำนาจรบกันโดยตรง
ขั้น 12 - ขึ้นภาษีหนัก กู้หนี้มหาศาล พิมพ์เงิน ควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ควบคุมเงินทุน บางกรณีอาจมีตลาดถูกปิด
ขั้น 13 - ฝ่ายหนึ่งชนะ ออกแบบระเบียบโลกใหม่
ลองอ่านขั้น 1-9 แล้วนึกถึงข่าวช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาแบบไม่ต้องคิดว่าเห็นด้วยกับบทความนี้หรือไม่
US-China Trade War ขั้น1 ✅
Sanctions รัสเซีย ขั้น 2 ✅
NATO-จีน-รัสเซีย แบ่งขั้ว ขั้น 3 ✅
ยูเครนเป็น proxy ขั้น 4 ✅
หนี้สหรัฐฯ ทะลุ $36 trillion ขั้น 5 ✅
CHIPS Act ควบคุม semiconductor ขั้น 6 ✅
Hormuz ถูก weaponize ขั้น 7 ✅
ขีปนาวุธ Hypersonic โดรนนับล้าน ขั้น 8 ✅
สงครามหลายแนวรบพร้อมกัน ขั้น 9 ✅
ผมอยากบอกว่ามันบังเอิญ แต่มันเรียงกันมาครบทุกขั้น จนน่าใจหาย
(หมายเหตุ: 13 ขั้นนี้เป็นคนละ framework กับ "18 determinants of Big Cycle"
ที่อยู่ในหนังสือ Changing World Order นะครับ
อันนั้นคือวัฏจักรทั้งชีวิตของมหาอำนาจ
อันนี้คือ pattern เฉพาะช่วงที่ลากเข้าสู่สงครามที่ Ray เขียนไว้ในบทความล่าสุดครับ
📍สหรัฐฯ คือมหาอำนาจที่ขยายขอบเขตมากที่สุด
ปัจจุบันสหรัฐฯ มีฐานทัพ 750-800 แห่ง ใน 70-80 ประเทศ
จีนมี 1 แห่ง
ประวัติศาสตร์บอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า มหาอำนาจที่ Overextend ไม่เคยรบหลายแนวรบพร้อมกันได้สำเร็จ
Dalio ชี้ว่าทุกประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ
กำลังดูอยู่ว่าอเมริกาทำได้จริงแค่ไหนในตะวันออกกลาง
ถ้าผลออกมาไม่ดี ทุกประเทศจะเริ่มการวางตัวใหม่…โดยเฉพาะในเอเชีย
(เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้)
📍 ใครชนะสงคราม ไม่ได้วัดที่ใครแข็งแกร่งกว่า
วัดที่ใครทนเจ็บได้นานกว่า
ทั้งสนามเวียดนาม อิรัก อัฟกานิสถาน…สหรัฐฯ มีกำลังทหารเหนือกว่าทุกครั้ง แต่แพ้ทุกครั้ง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกประชาชนว่าสงครามจะจบใน "สองสัปดาห์" น้ำมันจะลง ทุกอย่างกลับปกติ
Ray Dalio มองว่านี่คือสัญญาณอันตราย เพราะระบอบประชาธิปไตยมีจุดอ่อนตรงที่ความอดทนของสาธารณชนมีจำกัด ยิ่ง Midterm Elections ใกล้เข้ามา ยิ่งกดดัน
📍 5 แนวรบ กับความน่าจะเป็นใน 5 ปี
Ray Dalio มองว่ามีโอกาสเกิดความขัดแย้งขึ้น 5 แนวรบ
1.US-Iran >> เกิดแล้ว กำลัง intensify
2.รัสเซีย-NATO ลุกลามนอกยูเครน>> 30-40%
3.จีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ >> 30-40% (จุดเสี่ยงสูงสุดปี 2028)
4.เกาหลีเหนือ >> 40-50%
5.ทะเลจีนใต้ ฟิลิปปินส์-จีน-สหรัฐฯ >> 30%
โดย Ray คาดว่ามีโอกาสเกิดอย่างน้อย 1 จาก 5 สนามดังกล่าวมากกว่า 50% ครับ
📍ระเบียบโลกเปลี่ยนแล้ว
จากระเบียบตามกฎกติกาที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำหลังปี 1945 ไปสู่ระบอบ Might-is-Right (ใครแกร่งกว่าชนะ)
ไม่มีมหาอำนาจเดี่ยวๆ บังคับใช้กฎอีกแล้ว
โลกกลับไปคล้ายยุคก่อน 1945
Ray Dalio บอกว่านั่นแปลว่า Conflict จะมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง
และผลพวงอีกอย่าง ประเทศที่เคยพึ่งร่มนิวเคลียร์สหรัฐฯ เริ่มพูดคุยเรื่องการมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง
🤔ผมอ่านจบแล้วรู้สึกยังไง…
ผมไม่ได้เห็นด้วยกับ Dalio ทุกจุด
อดีตก็ค่อนข้างชัด Timing ของ Ray เคยเร็วไปมากเหมือนกัน
เช่น เขาเคยบอกว่าช่วง 2025-26 คือจุดเสี่ยงสูงสุด
พูดไว้ตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งถูกในเรื่อง Direction แต่ Precision ยังไม่ถูกครับ
แต่สิ่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้คือ Framework ของเขามันอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
ไม่ใช่แย่ลง
และสิ่งที่ทำให้ผมนั่งเงียบจริงๆ คือ…ตลาดหุ้นยังทำเหมือนทุกอย่างจะกลับปกติ เหมือนก่อนเกิดความขัดแย้งได้ง่ายดาย เหมือนที่ตลาดชินกับความขัดแย้งของรัสเซีย ยูเครน มาก่อนหน้านี้
⁉️ Ray Dalio ไม่ได้บอกให้ตื่นตระหนก หรือขายหุ้นออกไปให้หมด
เขาแค่บอกว่า "นี่คือ template ของผม เอาไปเทียบกับเหตุการณ์จริงเอง แล้วตัดสินใจเอง"
ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด เราควรทำแบบนั้น
ถ้าอ่าน 13 ขั้นของ Dalio แล้วย้อนดูข่าว 3-4 ปีที่ผ่านมา ทุกคนคิดว่ายังไงบ้างครับ?
ส่วนตัวผมค่อนข้างกังวล...
แต่คิดว่าทุกโอกาสมีวิกฤติครับ ผ่ามม😅
อ้างอิง: Ray Dalio,
"The Big Thing: We Are In A World War That Isn't Going To End Anytime Soon"
LinkedIn / Substack, 7 April 2026
เพจ ลงทุน360
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้