
Fox News ในหัวข้อ "KT McFarland: This is a COMPLETE win for Trump" (KT McFarland: นี่คือชัยชนะอย่างสมบูรณ์ของทรัมป์)
• แนวโน้มข้อตกลงใหม่กับอิหร่าน: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าข้อตกลงกับอิหร่านจะมีการลงนามในวันนี้ โดยยืนยันว่าอิหร่านไม่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จะกลับมาเปิดทำการทันทีที่การลงนามเสร็จสิ้น [
00:02] อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิหร่านอ้างว่ากรอบข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสรุป และยังมีข้อมูลเรื่องกรอบเวลาและเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนกันอยู่ [
00:09]
• เงื่อนไขสำคัญที่ทำเนียบขาวต้องการ: ข้อตกลงนี้รวมถึงการทำลายและถอดถอนวัสดุนิวเคลียร์, การรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์, จะไม่มีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจนกว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามเงื่อนไข (ประเมินตามผลงาน), การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย [
00:30]
• มุมมองของ KT McFarland: อดีตรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติในยุคทรัมป์ มองว่านี่คือ "ชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบ" ของทรัมป์ เพราะเขาได้ในสิ่งที่ต้องการทุกอย่าง ทั้งการปิดหนทางสู่อาวุธนิวเคลียร์ การทำลายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง และการยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน (Proxies) ในภูมิภาค [
00:44]
• บทบาทของการประชุม G7 และผู้นำตะวันออกกลาง: ทรัมป์มีกำหนดการเข้าร่วมประชุม G7 แต่สิ่งที่น่าจับตามองกว่าคือการพบปะพูดคุยนอกรอบกับผู้นำกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (เช่น อียิปต์ กาตาร์ และยูเออี) [
01:12] ประเทศเหล่านี้คือผู้ที่จะมีส่วนสำคัญในการช่วยบังคับใช้ข้อตกลงกับอิหร่าน [
01:23]
• เส้นทางสู่สันติภาพและภาพใหญ่ของภูมิภาค: McFarland ระบุว่าเราไม่ควรจดจ่อแค่รายละเอียดของข้อตกลงนิวเคลียร์ เพราะภาพใหญ่นั้นลึกซึ้งกว่า ทรัมป์เคยเกริ่นไว้ว่าเขาต้องการให้ประเทศอาหรับทั้งหมด รวมถึงอิหร่านในท้ายที่สุด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "ข้อตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) [
02:23]
• การปรับโครงสร้างอำนาจในตะวันออกกลาง: ประเทศมหาอำนาจทางการเงินในภูมิภาค เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ยูเออี และบาห์เรน ได้เห็นเนื้อหาและเห็นชอบกับข้อตกลงนี้แล้ว การที่ประเทศเหล่านี้เปลี่ยนข้างมาสนับสนุนข้อตกลงของสหรัฐฯ ถือเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างใหม่ในตะวันออกกลาง หากอิหร่านคิดจะตุกติกหรือกลับไปทำพฤติกรรมแบบเดิม พวกเขาจะถูกโดดเดี่ยวและถูกตัดช่องทางการเงินจากธนาคารในประเทศเพื่อนบ้านทันที [
02:53]

Fox News ในหัวข้อ "BREAKING: Trump TEARS into Netanyahu over Hezbollah strikes" (ด่วน: ทรัมป์ตำหนิเนทันยาฮูอย่างหนักกรณีโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์)
ประเด็นหลักจากรายงานของ Trey Yingst (ผู้สื่อข่าวอาวุโสระหว่างประเทศจากเทลอาวีฟ):
• ทรัมป์โทรเตือนอิสราเอล: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล โดยตำหนิและตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า "คุณกำลังทำอะไรอยู่?" หลังจากอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต (เลบานอน) [
00:48] ทรัมป์ต้องการให้อิสราเอลยุติการโจมตีเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น [
00:55]
• ความคืบหน้าข้อตกลงกับอิหร่าน: ทรัมป์เชื่อว่าข้อตกลงกับอิหร่านจะสามารถลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงนี้ [
00:36] หากข้อตกลงสำเร็จ ทรัมป์จะสั่งยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านทันที [
01:52] และคาดว่าจะมีการลงนามด้วยตนเองที่ยุโรปในสัปดาห์หน้า [
02:10]
• ความพยายามลดความขัดแย้ง: ทรัมป์ยังเตรียมโทรศัพท์หาทางการอิหร่านเพื่อขอไม่ให้ยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล [
01:09] ในช่วงเวลาที่การเจรจากำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย
• ปฏิบัติการลับในอดีตและช่องแคบฮอร์มุซ: ข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ [
04:49] ทรัมป์ยังเปิดเผยข้อมูลว่าในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีปฏิบัติการลับใช้กองทัพเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 22 ลำต่อคืนออกจากอ่าวเปอร์เซีย เพื่อสร้างความมั่นคงให้ราคาน้ำมันโลก ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค [
05:45]
มุมมองและการวิเคราะห์จากพลตรี Vincent Boles (อดีตนายพลกองทัพบกสหรัฐฯ):
• ยังต้องระวังเรื่องรายละเอียด: พลตรี Boles มองว่าข้อตกลงนี้เป็นเรื่องที่ดีหากช่วยยุติความขัดแย้ง แต่ขณะนี้มันยังเป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไม่ใช่ข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์ [
07:02] "พฤติกรรมคือสิ่งที่เชื่อถือได้ที่สุด" ดังนั้นเรายังต้องจับตาดูว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามหรือไม่ [
07:22]
• กลไกการตรวจสอบที่สำคัญ: เมื่อต้องรับมือกับรัฐบาลอิหร่านที่มีประวัติไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "กลไกการตรวจสอบ" (Verification) และ "กลไกการบังคับใช้" (Enforcement) ว่าเราจะบังคับใช้อย่างไรให้อิหร่านยอมให้เข้าไปตรวจสอบอย่างโปร่งใส [
08:03] โดยไม่ต้องเจอกับยุทธวิธีถ่วงเวลาแบบที่เคยใช้กับหน่วยงานของ UN (IAEA) ในอดีต [
09:21]
• การจัดการโครงการนิวเคลียร์: ข้อตกลงระบุว่าจะมีการหารือเรื่องนิวเคลียร์ภายใน 60 วันข้างหน้า [
08:21] ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเจรจาเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบและทำลายสิ่งตกค้าง รวมถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ถูกฝังลึกใต้ดินจากผลพวงของปฏิบัติการโจมตี "Midnight Hammer" เมื่อปีที่แล้ว [
05:10]
• ถ้าไม่ทำตามอาจต้องโจมตีต่อ: หากอิหร่านผิดข้อตกลง สหรัฐฯ จำเป็นต้องกลับไปใช้การโจมตีทางทหาร เพราะการใช้กำลังคือภาษาเดียวที่อิหร่านเข้าใจ [
10:33] อย่างไรก็ตาม การพักรบตอนนี้ก็เพื่อให้บรรดาประเทศพันธมิตรในภูมิภาค (เช่น คูเวต กาตาร์) ได้มีช่องว่างหายใจและมั่นใจในความปลอดภัยของชาติตนเองบ้าง [
11:22]

CBS News ในหัวข้อ "U.S. monitoring Chinese activity in South China Sea" (สหรัฐฯ จับตาความเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้) รวมถึงประเด็นเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและฟิลิปปินส์:
• การติดตั้งโครงสร้างใหม่: หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ กำลังจับตาความเคลื่อนไหวบริเวณแนวปะการังสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท โดยรัฐบาลจีนได้เข้าไปติดตั้งสิ่งที่อ้างว่าเป็น "โครงสร้างทางวิทยาศาสตร์" ไว้ตรงกลางแนวปะการัง ทำให้ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ไม่พอใจอย่างมาก [
00:16] พื้นที่นี้อยู่ห่างจากเกาะของฟิลิปปินส์ราว 140 ไมล์ และอยู่ภายใต้การควบคุมของจีนตั้งแต่ปี 2012 [
00:27]
• ความกังวลต่อแผนระยะยาวของจีน: James LaPorta (โปรดิวเซอร์ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของ CBS) วิเคราะห์ว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ตัวโครงสร้าง หรือแนวป้องกันใต้น้ำที่จีนสร้างขึ้น แต่คือ "สัญลักษณ์" ที่บ่งบอกว่าจีนกำลังใช้แผนการเดิม ๆ คือ เข้าไปตั้งฐานที่มั่น ค่อย ๆ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน แล้วตามด้วยการยึดครองอย่างถาวร [
01:02]
• การขยายอิทธิพลทางทหาร: หากจีนตั้งฐานที่มั่นถาวรได้สำเร็จ จีนจะสามารถเฝ้าระวังทางทะเลได้ดีขึ้น ขยายการอ้างสิทธิ์ในน่านน้ำ (ซึ่งศาลระหว่างประเทศเคยตัดสินแล้วว่าจีนไม่มีสิทธิผูกขาด) และอาจพัฒนาไปสู่การสร้างสนามบินหรือฐานปล่อยขีปนาวุธในอนาคตได้ [
01:29]
สรุปเนื้อหา: สาเหตุที่จีนสร้างเกาะเทียมแห่งใหม่ในทะเลจีนใต้
วิดีโอจาก The Economist อธิบายถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนในการถมทะเลสร้างเกาะเทียมที่ แนวปะการังแอนทีโลป (Antelope Reef) ซึ่งอาจกลายเป็นเกาะเทียมที่ใหญ่ที่สุดของจีนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
• การสร้างเกาะเพื่อเป็นฐานทัพ: แนวปะการังแห่งนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นเกาะเทียมที่มีลักษณะคล้ายฐานทัพทหาร [
00:06]
• บริบทในอดีต: จีนเคยมีแคมเปญถมทะเลครั้งใหญ่บริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) ในปี 2013 โดยเปลี่ยนเกาะ 7 แห่งให้เป็นฐานทัพ ก่อนที่จะหยุดชะงักไปอย่างเป็นปริศนาในปี 2015 (คาดว่าเพราะโดนฟิลิปปินส์ฟ้องร้องชนะในศาลโลก หรือเพราะจีนบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์แล้ว) [
00:57]
• ทำไมถึงกลับมาสร้างอีกครั้ง?: ปัจจุบันจีนหันมาสร้างเกาะที่หมู่เกาะพาราเซล (Paracels) ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่านี่คือ การตอบโต้เวียดนาม เนื่องจากตั้งแต่ปี 2021 เวียดนามได้เร่งถมทะเลสร้างพื้นที่ใหม่จำนวนมากจนเกือบจะแซงหน้าพื้นที่รวมของจีน การสร้างเกาะที่ Antelope Reef จึงทำให้จีนยังคงรักษาสถิติความเป็นผู้นำในการขยายพื้นที่ทางทะเลไว้ได้ [
01:47]
• ปฏิกิริยาของประชาคมโลก: เวียดนามออกมาประณามว่าการกระทำของจีนผิดกฎหมาย [
01:54] แต่แตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนตรงที่ครั้งนี้นานาชาติกลับมีท่าทีนิ่งเฉย ประกอบกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีต้องการผูกมิตรกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยิ่งทำให้จีนสามารถรวบอำนาจในภูมิภาคนี้ได้แนบเนียนยิ่งขึ้น [
02:02]
วิวัฒนาการโดรนทางการทหารสหรัฐฯ
1.RQ-4 Global Hawk: โดรนสอดแนมเพดานบินสูง เน้นบินได้นานเพื่อเก็บข้อมูล
2.X-47B: โดรนรุ่นเบิกทาง พิสูจน์ว่าโดรนสามารถขึ้น-ลงจอด และเติมน้ำมันบนเรือบรรทุกเครื่องบินได้แบบอัตโนมัติ
3.MQ-25 Stingray: โดรนเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ช่วยยืดระยะทำการให้เครื่องบินรบ
อัพเดทข่าวไม่ด่วน//ทรัมปสายพิราบ กับ จีนที่ขยันยึด และ โดรนของตำรวจโลก
Fox News ในหัวข้อ "KT McFarland: This is a COMPLETE win for Trump" (KT McFarland: นี่คือชัยชนะอย่างสมบูรณ์ของทรัมป์)
• แนวโน้มข้อตกลงใหม่กับอิหร่าน: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าข้อตกลงกับอิหร่านจะมีการลงนามในวันนี้ โดยยืนยันว่าอิหร่านไม่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จะกลับมาเปิดทำการทันทีที่การลงนามเสร็จสิ้น [00:02] อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิหร่านอ้างว่ากรอบข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสรุป และยังมีข้อมูลเรื่องกรอบเวลาและเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนกันอยู่ [00:09]
• เงื่อนไขสำคัญที่ทำเนียบขาวต้องการ: ข้อตกลงนี้รวมถึงการทำลายและถอดถอนวัสดุนิวเคลียร์, การรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์, จะไม่มีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจนกว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามเงื่อนไข (ประเมินตามผลงาน), การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย [00:30]
• มุมมองของ KT McFarland: อดีตรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติในยุคทรัมป์ มองว่านี่คือ "ชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบ" ของทรัมป์ เพราะเขาได้ในสิ่งที่ต้องการทุกอย่าง ทั้งการปิดหนทางสู่อาวุธนิวเคลียร์ การทำลายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง และการยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน (Proxies) ในภูมิภาค [00:44]
• บทบาทของการประชุม G7 และผู้นำตะวันออกกลาง: ทรัมป์มีกำหนดการเข้าร่วมประชุม G7 แต่สิ่งที่น่าจับตามองกว่าคือการพบปะพูดคุยนอกรอบกับผู้นำกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (เช่น อียิปต์ กาตาร์ และยูเออี) [01:12] ประเทศเหล่านี้คือผู้ที่จะมีส่วนสำคัญในการช่วยบังคับใช้ข้อตกลงกับอิหร่าน [01:23]
• เส้นทางสู่สันติภาพและภาพใหญ่ของภูมิภาค: McFarland ระบุว่าเราไม่ควรจดจ่อแค่รายละเอียดของข้อตกลงนิวเคลียร์ เพราะภาพใหญ่นั้นลึกซึ้งกว่า ทรัมป์เคยเกริ่นไว้ว่าเขาต้องการให้ประเทศอาหรับทั้งหมด รวมถึงอิหร่านในท้ายที่สุด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "ข้อตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) [02:23]
• การปรับโครงสร้างอำนาจในตะวันออกกลาง: ประเทศมหาอำนาจทางการเงินในภูมิภาค เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ยูเออี และบาห์เรน ได้เห็นเนื้อหาและเห็นชอบกับข้อตกลงนี้แล้ว การที่ประเทศเหล่านี้เปลี่ยนข้างมาสนับสนุนข้อตกลงของสหรัฐฯ ถือเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างใหม่ในตะวันออกกลาง หากอิหร่านคิดจะตุกติกหรือกลับไปทำพฤติกรรมแบบเดิม พวกเขาจะถูกโดดเดี่ยวและถูกตัดช่องทางการเงินจากธนาคารในประเทศเพื่อนบ้านทันที [02:53]
Fox News ในหัวข้อ "BREAKING: Trump TEARS into Netanyahu over Hezbollah strikes" (ด่วน: ทรัมป์ตำหนิเนทันยาฮูอย่างหนักกรณีโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์)
ประเด็นหลักจากรายงานของ Trey Yingst (ผู้สื่อข่าวอาวุโสระหว่างประเทศจากเทลอาวีฟ):
• ทรัมป์โทรเตือนอิสราเอล: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล โดยตำหนิและตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า "คุณกำลังทำอะไรอยู่?" หลังจากอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต (เลบานอน) [00:48] ทรัมป์ต้องการให้อิสราเอลยุติการโจมตีเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น [00:55]
• ความคืบหน้าข้อตกลงกับอิหร่าน: ทรัมป์เชื่อว่าข้อตกลงกับอิหร่านจะสามารถลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงนี้ [00:36] หากข้อตกลงสำเร็จ ทรัมป์จะสั่งยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านทันที [01:52] และคาดว่าจะมีการลงนามด้วยตนเองที่ยุโรปในสัปดาห์หน้า [02:10]
• ความพยายามลดความขัดแย้ง: ทรัมป์ยังเตรียมโทรศัพท์หาทางการอิหร่านเพื่อขอไม่ให้ยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล [01:09] ในช่วงเวลาที่การเจรจากำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย
• ปฏิบัติการลับในอดีตและช่องแคบฮอร์มุซ: ข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ [04:49] ทรัมป์ยังเปิดเผยข้อมูลว่าในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีปฏิบัติการลับใช้กองทัพเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันกว่า 22 ลำต่อคืนออกจากอ่าวเปอร์เซีย เพื่อสร้างความมั่นคงให้ราคาน้ำมันโลก ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค [05:45]
มุมมองและการวิเคราะห์จากพลตรี Vincent Boles (อดีตนายพลกองทัพบกสหรัฐฯ):
• ยังต้องระวังเรื่องรายละเอียด: พลตรี Boles มองว่าข้อตกลงนี้เป็นเรื่องที่ดีหากช่วยยุติความขัดแย้ง แต่ขณะนี้มันยังเป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไม่ใช่ข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์ [07:02] "พฤติกรรมคือสิ่งที่เชื่อถือได้ที่สุด" ดังนั้นเรายังต้องจับตาดูว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามหรือไม่ [07:22]
• กลไกการตรวจสอบที่สำคัญ: เมื่อต้องรับมือกับรัฐบาลอิหร่านที่มีประวัติไม่น่าเชื่อถือ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "กลไกการตรวจสอบ" (Verification) และ "กลไกการบังคับใช้" (Enforcement) ว่าเราจะบังคับใช้อย่างไรให้อิหร่านยอมให้เข้าไปตรวจสอบอย่างโปร่งใส [08:03] โดยไม่ต้องเจอกับยุทธวิธีถ่วงเวลาแบบที่เคยใช้กับหน่วยงานของ UN (IAEA) ในอดีต [09:21]
• การจัดการโครงการนิวเคลียร์: ข้อตกลงระบุว่าจะมีการหารือเรื่องนิวเคลียร์ภายใน 60 วันข้างหน้า [08:21] ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเจรจาเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบและทำลายสิ่งตกค้าง รวมถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ถูกฝังลึกใต้ดินจากผลพวงของปฏิบัติการโจมตี "Midnight Hammer" เมื่อปีที่แล้ว [05:10]
• ถ้าไม่ทำตามอาจต้องโจมตีต่อ: หากอิหร่านผิดข้อตกลง สหรัฐฯ จำเป็นต้องกลับไปใช้การโจมตีทางทหาร เพราะการใช้กำลังคือภาษาเดียวที่อิหร่านเข้าใจ [10:33] อย่างไรก็ตาม การพักรบตอนนี้ก็เพื่อให้บรรดาประเทศพันธมิตรในภูมิภาค (เช่น คูเวต กาตาร์) ได้มีช่องว่างหายใจและมั่นใจในความปลอดภัยของชาติตนเองบ้าง [11:22]
CBS News ในหัวข้อ "U.S. monitoring Chinese activity in South China Sea" (สหรัฐฯ จับตาความเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้) รวมถึงประเด็นเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและฟิลิปปินส์:
• การติดตั้งโครงสร้างใหม่: หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ กำลังจับตาความเคลื่อนไหวบริเวณแนวปะการังสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท โดยรัฐบาลจีนได้เข้าไปติดตั้งสิ่งที่อ้างว่าเป็น "โครงสร้างทางวิทยาศาสตร์" ไว้ตรงกลางแนวปะการัง ทำให้ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ไม่พอใจอย่างมาก [00:16] พื้นที่นี้อยู่ห่างจากเกาะของฟิลิปปินส์ราว 140 ไมล์ และอยู่ภายใต้การควบคุมของจีนตั้งแต่ปี 2012 [00:27]
• ความกังวลต่อแผนระยะยาวของจีน: James LaPorta (โปรดิวเซอร์ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของ CBS) วิเคราะห์ว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ตัวโครงสร้าง หรือแนวป้องกันใต้น้ำที่จีนสร้างขึ้น แต่คือ "สัญลักษณ์" ที่บ่งบอกว่าจีนกำลังใช้แผนการเดิม ๆ คือ เข้าไปตั้งฐานที่มั่น ค่อย ๆ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน แล้วตามด้วยการยึดครองอย่างถาวร [01:02]
• การขยายอิทธิพลทางทหาร: หากจีนตั้งฐานที่มั่นถาวรได้สำเร็จ จีนจะสามารถเฝ้าระวังทางทะเลได้ดีขึ้น ขยายการอ้างสิทธิ์ในน่านน้ำ (ซึ่งศาลระหว่างประเทศเคยตัดสินแล้วว่าจีนไม่มีสิทธิผูกขาด) และอาจพัฒนาไปสู่การสร้างสนามบินหรือฐานปล่อยขีปนาวุธในอนาคตได้ [01:29]
สรุปเนื้อหา: สาเหตุที่จีนสร้างเกาะเทียมแห่งใหม่ในทะเลจีนใต้
วิดีโอจาก The Economist อธิบายถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนในการถมทะเลสร้างเกาะเทียมที่ แนวปะการังแอนทีโลป (Antelope Reef) ซึ่งอาจกลายเป็นเกาะเทียมที่ใหญ่ที่สุดของจีนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
• การสร้างเกาะเพื่อเป็นฐานทัพ: แนวปะการังแห่งนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นเกาะเทียมที่มีลักษณะคล้ายฐานทัพทหาร [00:06]
• บริบทในอดีต: จีนเคยมีแคมเปญถมทะเลครั้งใหญ่บริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) ในปี 2013 โดยเปลี่ยนเกาะ 7 แห่งให้เป็นฐานทัพ ก่อนที่จะหยุดชะงักไปอย่างเป็นปริศนาในปี 2015 (คาดว่าเพราะโดนฟิลิปปินส์ฟ้องร้องชนะในศาลโลก หรือเพราะจีนบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์แล้ว) [00:57]
• ทำไมถึงกลับมาสร้างอีกครั้ง?: ปัจจุบันจีนหันมาสร้างเกาะที่หมู่เกาะพาราเซล (Paracels) ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่านี่คือ การตอบโต้เวียดนาม เนื่องจากตั้งแต่ปี 2021 เวียดนามได้เร่งถมทะเลสร้างพื้นที่ใหม่จำนวนมากจนเกือบจะแซงหน้าพื้นที่รวมของจีน การสร้างเกาะที่ Antelope Reef จึงทำให้จีนยังคงรักษาสถิติความเป็นผู้นำในการขยายพื้นที่ทางทะเลไว้ได้ [01:47]
• ปฏิกิริยาของประชาคมโลก: เวียดนามออกมาประณามว่าการกระทำของจีนผิดกฎหมาย [01:54] แต่แตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนตรงที่ครั้งนี้นานาชาติกลับมีท่าทีนิ่งเฉย ประกอบกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีต้องการผูกมิตรกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยิ่งทำให้จีนสามารถรวบอำนาจในภูมิภาคนี้ได้แนบเนียนยิ่งขึ้น [02:02]
วิวัฒนาการโดรนทางการทหารสหรัฐฯ
1.RQ-4 Global Hawk: โดรนสอดแนมเพดานบินสูง เน้นบินได้นานเพื่อเก็บข้อมูล
2.X-47B: โดรนรุ่นเบิกทาง พิสูจน์ว่าโดรนสามารถขึ้น-ลงจอด และเติมน้ำมันบนเรือบรรทุกเครื่องบินได้แบบอัตโนมัติ
3.MQ-25 Stingray: โดรนเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ช่วยยืดระยะทำการให้เครื่องบินรบ