สงครามเทคโนโลยีโลกเดือดพล่านระลอกใหม่! กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) สั่งขึ้นบัญชีดำยักษ์ใหญ่จีน ทั้ง Alibaba, BYD และ Baidu ตราหน้าเป็น "บริษัททหารจีน" ตัดสิทธิ์คว้าสัญญาความมั่นคงของสหรัฐฯ ด้านสถานทูตจีนจวกยับสับแหลก ลากความมั่นคงบังหน้าเพื่อเลือกปฏิบัติและกีดกันทางการค้า
สงครามเทคโนโลยีและการค้าเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจโลก ทวีความตึงเครียดและสุ่มเสี่ยงที่จะสั่นสะเทือนระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง จากรายงานล่าสุดของสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) ได้ประกาศยกระดับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ ด้วยการสั่งบรรจุชื่อกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน ซึ่งประกอบด้วย อาลีบาบา (Alibaba), บีวายดี (BYD) และ ไป่ตู้ (Baidu) เข้าสู่บัญชีดำ "บริษัททหารจีน" (Chinese military companies) อย่างเป็นทางการ ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการขยายวงบัญชีดำเข้าสู่แบรนด์สินค้าเชิงพาณิชย์ที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่รู้จักของสากลโลกมากที่สุด
ปฏิบัติการอัปเดตรายชื่อประจำปีของเพนตากอนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนเม็ดเงินและรายชื่อบริษัทจีนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือให้การสนับสนุนกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) พุ่งทะยานขึ้นเป็น 188 บริษัททันที จากเดิมที่มีเพียง 134 บริษัทในปี 2568 โดยกลุ่มบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำเหล่านี้จะถูกตัดสิทธิ์และ "สั่งห้ามเข้าร่วมพิจารณาในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ" (US defence contracts) ทั้งหมด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
สำหรับนิยามและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นำมาใช้พิจารณาขึ้นบัญชีดำ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2564 ระบุว่า "บริษัททหารจีน" หมายถึง นิติบุคคลหรือองค์กรธุรกิจใดๆ ที่มีกองทัพจีนเป็นเจ้าของ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ หรือเป็นบริษัทที่มีส่วนร่วมและมีส่วนช่วยสนับสนุนต่อกลยุทธ์ "การหลอมรวมทหาร-พลเรือน" (Military-Civil Fusion) ของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งหมายถึงยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีนในการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากภาคพลเรือนไปประยุกต์และควบรวมเข้ากับงานด้านการป้องกันประเทศและการทหาร โดยเงื่อนไขสำคัญคือบริษัทเหล่านั้นจะต้องมีการดำเนินงานหรือมีฐานธุรกิจตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาด้วย จึงจะเข้าข่ายด่านตรวจพิจารณาชิ้นนี้
การประกาศขึ้นบัญชีดำในรอบนี้สร้างความช็อกให้แก่แวดวงธุรกิจโลก เนื่องจากทั้ง 3 บริษัทถือเป็น "หัวหมู่" พลเรือนที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในตลาดยุคปัจจุบัน โดย อาลีบาบา คือยักษ์ใหญ่หมายเลขหนึ่งในวงการอีคอมเมิร์ซ, ไป่ตู้ คือมหาอำนาจด้านเสิร์ชเอนจินและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ขณะที่ บีวายดี คือค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มียอดขายสูงสุดระดับโลก ซึ่งทิศทางการแบล็กลิสต์แบรนด์พลเรือนรอบนี้เดินตามรอยปีที่แล้วที่สหรัฐฯ เพิ่งสั่งขึ้นบัญชีดำ เทนเซ็นต์ (Tencent) เจ้าของแอปพลิเคชันวีแชท (WeChat) ไปหมาดๆ นอกจากนี้ยังมีบริษัทไฮเทคอย่าง โรโบเซนส์ เทคโนโลยี (RoboSense Technology) ยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์จากเซินเจิ้น รวมถึง ยูนิตรี โรโบติกส์ (Unitree Robotics) ร่วมโดนหางเลขในคราวนี้ด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่นี่
สงครามเทคโนโลยีโลกเดือดพล่านระลอกใหม่! สหรัฐฯขึ้นบัญชีดำ 3 ยักษ์ใหญ่จีน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่นี่