กัมพูชาเตือนไทย หลังพิจารณาถอนตัวจาก MOU 2544 พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ชี้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ ย้ำจุดยืนร่วมพัฒนาทรัพยากร
.
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 หลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลไทยกำลังพิจารณาถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจปี 2544 (MOU 2544) เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย โดยกัมพูชามองว่าข้อตกลงนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความสุจริตใจและความร่วมมือเพื่อปักปันเขตแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ การที่ไทยจะตัดสินใจถอนตัวเพียงฝ่ายเดียวถือเป็นการทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่สร้างมาอย่างยาวนาน และจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหาเขตแดน รวมถึงการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลร่วมกันอย่างยุติธรรม
.
ปัจจุบันกัมพูชายังคงยืนยันจุดยืนเดิมในการยึดมั่นตามลายลักษณ์อักษรและเจตนารมณ์ของ MOU 2544 เพื่อมุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชนทั้งสองชาติ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเชื่อว่ามีแหล่งพลังงานไฮโดรคาร์บอนจำนวนมหาศาลซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กัมพูชาเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อตกลงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี และอาจทำให้การเจรจาเรื่องการพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่พิพาทต้องหยุดชะงักลง ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ทั้งสองประเทศควรหาทางออกผ่านการพูดคุยมากกว่าการยกเลิกข้อตกลง
กัมพูชาเตือนไทย หลังพิจารณาถอนตัวจาก MOU 2544 พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ชี้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ
.
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 หลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลไทยกำลังพิจารณาถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจปี 2544 (MOU 2544) เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย โดยกัมพูชามองว่าข้อตกลงนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความสุจริตใจและความร่วมมือเพื่อปักปันเขตแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ การที่ไทยจะตัดสินใจถอนตัวเพียงฝ่ายเดียวถือเป็นการทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่สร้างมาอย่างยาวนาน และจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหาเขตแดน รวมถึงการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลร่วมกันอย่างยุติธรรม
.
ปัจจุบันกัมพูชายังคงยืนยันจุดยืนเดิมในการยึดมั่นตามลายลักษณ์อักษรและเจตนารมณ์ของ MOU 2544 เพื่อมุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองให้กับประชาชนทั้งสองชาติ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเชื่อว่ามีแหล่งพลังงานไฮโดรคาร์บอนจำนวนมหาศาลซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กัมพูชาเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะของข้อตกลงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี และอาจทำให้การเจรจาเรื่องการพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่พิพาทต้องหยุดชะงักลง ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ทั้งสองประเทศควรหาทางออกผ่านการพูดคุยมากกว่าการยกเลิกข้อตกลง