ป้องกัน ก่อนเป็นริดสีดวง
โรคริดสีดวงทวาร คือ ภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักหรือส่วนปลายของลำไส้ใหญ่มีการบวม โป่งพอง หรือยื่นแนวออกมาจากทางทวารหนัก คล้ายกับเส้นเลือดขอดที่ขา
ริดสีดวง แบ่งได้ 2 ประเภท
ริดสีดวงภายใน
ระยะที่ 1 ริดสีดวงมีขนาดเล็กอยู่ภายในทวารหนัก มีเลือดออกขณะขับถ่าย
ระยะที่ 2 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นโผล่ออกมานอกทวารหนัก ขณะเบ่งถ่ายแต่หดกลับเข้าไปเองได้หลังขับถ่าย
ระยะที่ 3 ริดสีดวงโผล่ออกมานอกทวารหนัก ต้องใช้นิ้วดันกลับเข้าไป บางครั้งมีอาการปวดและเลือดออก
ระยะที่ 4 ริดสีดวงโผล่ออกมานอกทวารหนัก ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ อาจมีอาการปวดมาก
ริดสีดวงภายนอก
เกิดขึ้นใต้ผิวหนัง หรือรอยย่นรอบทวารหนัก ไม่รู้สึกเจ็บแต่จะมีอาการบวมและปวดรุนแรงหากเบ่งหนัก
สาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร มีอะไรบ้าง
ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง
นั่งถ่ายนาน ๆ
ภาวะตั้งครรภ์
โรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน
เบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นเวลานาน
อายุที่มากขึ้น
พันธุกรรม
ดื่มน้ำน้อย ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
กินอาหารรสจัดหรือมีกากใยน้อย
อาการของโรคริดสีดวงทวาร
เลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ
คันหรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก
เจ็บปวดหรือไม่สบายบริเวณทวารหนัก
มีก้อนหรือบวมบริเวณทวารหนัก
วิธีการรักษาโรคริดสีดวงทวาร
กินยา หรือเหน็บยาในระยะที่ 1
ใช้ยางรัดหรือฉีดยาให้ฝ่อในระยะที่ 2 และ 3
ผ่าตัดในระยะที่ 3 และ 4
รู้หรือไม่? ริดสีดวงทวาร สามารถพบได้บ่อยและรักษาได้ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ดื่มน้ำเพียงพอ และออกกำลังกาย จะช่วยป้องกันการเกิดริดสีดวงทวารได้
ที่มา :
https://mgronline.com/infographic/detail/9690000034069?tbref=hp#google_vignette
ป้องกัน ก่อนเป็นริดสีดวง
ป้องกัน ก่อนเป็นริดสีดวง
โรคริดสีดวงทวาร คือ ภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักหรือส่วนปลายของลำไส้ใหญ่มีการบวม โป่งพอง หรือยื่นแนวออกมาจากทางทวารหนัก คล้ายกับเส้นเลือดขอดที่ขา
ริดสีดวง แบ่งได้ 2 ประเภท
ริดสีดวงภายใน
ระยะที่ 1 ริดสีดวงมีขนาดเล็กอยู่ภายในทวารหนัก มีเลือดออกขณะขับถ่าย
ระยะที่ 2 ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้นโผล่ออกมานอกทวารหนัก ขณะเบ่งถ่ายแต่หดกลับเข้าไปเองได้หลังขับถ่าย
ระยะที่ 3 ริดสีดวงโผล่ออกมานอกทวารหนัก ต้องใช้นิ้วดันกลับเข้าไป บางครั้งมีอาการปวดและเลือดออก
ระยะที่ 4 ริดสีดวงโผล่ออกมานอกทวารหนัก ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ อาจมีอาการปวดมาก
ริดสีดวงภายนอก
เกิดขึ้นใต้ผิวหนัง หรือรอยย่นรอบทวารหนัก ไม่รู้สึกเจ็บแต่จะมีอาการบวมและปวดรุนแรงหากเบ่งหนัก
สาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร มีอะไรบ้าง
ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง
นั่งถ่ายนาน ๆ
ภาวะตั้งครรภ์
โรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน
เบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นเวลานาน
อายุที่มากขึ้น
พันธุกรรม
ดื่มน้ำน้อย ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
กินอาหารรสจัดหรือมีกากใยน้อย
อาการของโรคริดสีดวงทวาร
เลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ
คันหรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก
เจ็บปวดหรือไม่สบายบริเวณทวารหนัก
มีก้อนหรือบวมบริเวณทวารหนัก
วิธีการรักษาโรคริดสีดวงทวาร
กินยา หรือเหน็บยาในระยะที่ 1
ใช้ยางรัดหรือฉีดยาให้ฝ่อในระยะที่ 2 และ 3
ผ่าตัดในระยะที่ 3 และ 4
รู้หรือไม่? ริดสีดวงทวาร สามารถพบได้บ่อยและรักษาได้ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ดื่มน้ำเพียงพอ และออกกำลังกาย จะช่วยป้องกันการเกิดริดสีดวงทวารได้
ที่มา : https://mgronline.com/infographic/detail/9690000034069?tbref=hp#google_vignette