สวัสดีครับ WFH ออกกำลังกายสบายๆ อาหารเช้าเรียบง่าย แล้วนั่งอ่านข่าวเศรษฐกิจ กาแฟแถบพุ่งออกมา
ใช่แล้วพี่โฆษกหน้าหยก ก.พาณิชย์ แจ้งข่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเลย หลุด 50 ไปแล้วครับ
ขนมปังลูกเกดเริ่มขมเลยครับ
ดัชนีนี้ นักลงทุนชอบดูนัก CCI ต่ำนี่งานหยาบเลยครับ
มันสำคัญมาก เพราะอะไร มาดูกัน
เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index - CCI) ปรับตัว ลดต่ำลง นั่นคือสัญญาณว่าคนในประเทศเริ่มกังวลเกี่ยวกับรายได้ การจ้างงาน และภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ดังนี้ครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมในสปอย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือน มีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 45.5 (จากระดับ 53.0 ในเดือนก่อนหน้า)
โดยหลุดลงมาอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่น(ต่ำกว่า 50) เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพสูงขึ้น รวมถึงความกังวลด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index - CCI) ปรับตัว ลดต่ำลง นั่นคือสัญญาณว่าคนในประเทศเริ่มกังวลเกี่ยวกับรายได้ การจ้างงาน และภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ดังนี้ครับ
การบริโภคภาคครัวเรือนลดลง: คนจะเริ่ม "รัดเข็มขัด" ชะลอการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นหรือสินค้าชิ้นใหญ่ (เช่น รถยนต์ บ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า) และเน้นเก็บออมเงินสดไว้แทน
ธุรกิจมียอดขายตกต่ำ: เมื่อคนไม่จ่ายเงิน ร้านค้าและบริษัทต่างๆ ก็มีรายได้ลดลง ส่งผลให้สต็อกสินค้าค้าง และอาจต้องลดราคาสินค้าเพื่อระบายของ
การจ้างงานและรายได้หยุดชะงัก: เมื่อยอดขายไม่ดี บริษัทก็ไม่มีความจำเป็นต้องขยายกิจการ หรืออาจต้องลดโอทีไปจนถึงเลิกจ้างพนักงาน ทำให้กำลังซื้อในระบบยิ่งแย่ลงไปอีก
เศรษฐกิจในภาพรวม (GDP) ชะลอตัว: เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจ เมื่อส่วนนี้หายไป ตัวเลขการเติบโตของประเทศก็มักจะติดลบหรือโตช้าลง
ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดตาม: เมื่อเห็นว่าคนไม่กล้าใช้เงิน นักลงทุนหรือเจ้าของธุรกิจก็มักจะชะลอการลงทุนโครงการใหม่ๆ ออกไปก่อน
โดยสรุปคือเป็นสัญญาณเตือนถึง "ภาวะเศรษฐกิจซบเซา" ซึ่งหากต่ำลงต่อเนื่อง รัฐบาลมักจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับมาครับ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) คือการประเมินความรู้สึกและทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและอนาคต รวมถึงความมั่นใจเรื่องรายได้และการจ้างงาน หากมีความเชื่อมั่นสูงจะมีการบริโภคและลงทุนเพิ่มส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่หากต่ำลงจะประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งดัชนีนี้ (CCI) เป็นตัวชี้วัดสำคัญทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ อัตราการว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ และรายได้ที่แท้จริง
ตัวอย่างการใช้งานและความหมาย:
ช่วงความเชื่อมั่นสูง: ผู้บริโภคกล้าซื้อของชิ้นใหญ่ (บ้าน, รถ) ใช้จ่ายท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนและเติบโต
ช่วงความเชื่อมั่นต่ำ: ผู้บริโภคชะลอการซื้อของที่ไม่จำเป็น หรือลดการใช้จ่ายลงเนื่องจากกังวลเรื่องสงครามการค้า (เช่น TNN ชั่วโมงทำเงิน) หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้น
การใช้งานเชิงดัชนี: ดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า
การใช้งานเชิงธุรกิจ: ใช้ประกอบการพิจารณาการออกสินค้าใหม่หรือวางแผนการตลาดในช่วงที่ผู้บริโภคกังวล
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.)
โฆษกกระทรวงพาณิชย์เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมีนาคม 2569 เท่ากับ 100.27 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.35 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.08 (YoY)
เป็นการปรับลดลงในอัตราที่ชะลอตัวแม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตามราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก และการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้ายังคงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิม
จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในเดือนมีนาคมขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลงร้อยละ 0.88 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 4 จาก 136 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ
โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ผลักดันระดับราคาให้ปรับสูงขึ้น ได้แก่
(1) ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดที่สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
(2) ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง
(3) ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
(4) ค่าโดยสารทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ
(5) แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่
(1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า
(2) ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ
ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์จึงปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมระหว่างร้อยละ 0.0 – 1.0 (ค่ากลาง 0.5) เป็นระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลาง 2.0)
https://www.tpso.go.th
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ


อาหารเช้า กับข่าวเศรษฐกิจ
ใช่แล้วพี่โฆษกหน้าหยก ก.พาณิชย์ แจ้งข่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเลย หลุด 50 ไปแล้วครับ
ขนมปังลูกเกดเริ่มขมเลยครับ
ดัชนีนี้ นักลงทุนชอบดูนัก CCI ต่ำนี่งานหยาบเลยครับ
มันสำคัญมาก เพราะอะไร มาดูกัน
เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index - CCI) ปรับตัว ลดต่ำลง นั่นคือสัญญาณว่าคนในประเทศเริ่มกังวลเกี่ยวกับรายได้ การจ้างงาน และภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ดังนี้ครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมในสปอย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ