🐟ไม่แพงเหมือนแซลมอน! ปลาบ้านๆ คว้าแชมป์โอเมก้า-3 กินแล้วเลือดสะอาด-สายตาดี (08 เม.ย. 69)
ไม่ต้องจ่ายแพง! เผย 2 ปลาราคาประหยัด Omega-3 สูงปรี๊ดแซงหน้าแซลมอน ช่วย "ล้างหลอดเลือด" บำรุงสายตา
เวลาไปเดินตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนมักมองหา "ปลาแซลมอน" เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่ง Omega-3 ที่ดีที่สุด
แต่ หยาง ซือหาน (Yang Sihan) นักโภชนาการชื่อดังได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จริงๆ แล้ว "ปลาพื้นบ้าน"
ที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์นี่แหละ คือขุมทรัพย์ของไขมันดีที่ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือดและบำรุงสมองได้ดียิ่งกว่า!
✒️เปิดโผ 2 ปลาบ้านๆ ที่ Omega-3 สูงติดอันดับโลก
1. ปลาทู (Mackerel): ครองอันดับ 1 ในกลุ่มปลาทั่วไปที่หาซื้อง่ายและราคาถูก ปลาทูเป็นปลาขนาดกลาง
ทำให้มีความเสี่ยงในการสะสมของโลหะหนักน้อยกว่าปลาใหญ่ ที่สำคัญมีปริมาณ Omega-3 สูงมากเกินคาด
เหมาะสำหรับทานเป็นประจำ
ประโยชน์: ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ
2. ปลาซาร์ดีน (Sardines): ตามมาติดๆ ในแง่ของ "ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา" ปลาซาร์ดีนสามารถทานได้ทั้งตัวรวมถึงก้างที่นิ่ม
ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารสูงสุดทั้งไขมันดีและแคลเซียม
ส่วน ปลาแซลมอน ที่เด็กๆ ชอบนั้น จริงๆ แล้วรั้งอันดับ 3 ในลิสต์นี้ แม้จะมีวิตามินดีสูงและทานง่าย
แต่ในแง่ปริมาณ Omega-3 ต่อราคานั้นยังแพ้ปลาทูและปลาซาร์ดีนอยู่ครับ
✒️เจาะลึกความต่าง: EPA vs DHA เลือกกินอย่างไรให้ตรงจุด?
ใน Omega-3 มีส่วนประกอบหลัก 2 ตัวที่ทำหน้าที่ต่างกัน:
👉EPA (คนล้างหลอดเลือด): ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
เหมาะมากสำหรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือความดันสูง
👉DHA (สถาปนิกสมอง): เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและจอประสาทตา ช่วยเรื่องการเรียนรู้
ควบคุมอารมณ์ และปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และเด็กวัยเรียน
♦️กินแค่ไหนถึงจะพอ?
👉ผู้ใหญ่: ควรได้รับ EPA และ DHA รวมกันประมาณ 250-500 มก. ต่อวัน (ทานปลาทะเลน้ำลึก 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว)
👉เด็ก: เน้น DHA เป็นหลัก ประมาณ 100-250 มก. ต่อวัน เพื่อพัฒนาการของสมองและสายตา
สุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป เพียงแค่เราเลือกกินปลาพื้นบ้านอย่างปลาทูหรือปลาซาร์ดีนให้ได้สัปดาห์ละ 2 มื้อ
ร่างกายก็จะได้รับไขมันดีไปช่วยดูแลทั้งหัวใจ ดวงตา และสมองได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย
เปลี่ยนจากอาหารเสริมเม็ดแพงๆ มาเป็นเมนูปลารสเลิศในมื้อเย็นวันนี้กันดีกว่า
ที่มา
https://www.sanook.com/women/268457/
📌เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร
❎ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ
🐟ไม่แพงเหมือนแซลมอน! ปลาบ้านๆ คว้าแชมป์โอเมก้า-3 กินแล้วเลือดสะอาด-สายตาดี (08 เม.ย. 69)
ไม่ต้องจ่ายแพง! เผย 2 ปลาราคาประหยัด Omega-3 สูงปรี๊ดแซงหน้าแซลมอน ช่วย "ล้างหลอดเลือด" บำรุงสายตา
เวลาไปเดินตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนมักมองหา "ปลาแซลมอน" เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่ง Omega-3 ที่ดีที่สุด
แต่ หยาง ซือหาน (Yang Sihan) นักโภชนาการชื่อดังได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จริงๆ แล้ว "ปลาพื้นบ้าน"
ที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์นี่แหละ คือขุมทรัพย์ของไขมันดีที่ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือดและบำรุงสมองได้ดียิ่งกว่า!
✒️เปิดโผ 2 ปลาบ้านๆ ที่ Omega-3 สูงติดอันดับโลก
1. ปลาทู (Mackerel): ครองอันดับ 1 ในกลุ่มปลาทั่วไปที่หาซื้อง่ายและราคาถูก ปลาทูเป็นปลาขนาดกลาง
ทำให้มีความเสี่ยงในการสะสมของโลหะหนักน้อยกว่าปลาใหญ่ ที่สำคัญมีปริมาณ Omega-3 สูงมากเกินคาด
เหมาะสำหรับทานเป็นประจำ
ประโยชน์: ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ
2. ปลาซาร์ดีน (Sardines): ตามมาติดๆ ในแง่ของ "ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา" ปลาซาร์ดีนสามารถทานได้ทั้งตัวรวมถึงก้างที่นิ่ม
ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารสูงสุดทั้งไขมันดีและแคลเซียม
ส่วน ปลาแซลมอน ที่เด็กๆ ชอบนั้น จริงๆ แล้วรั้งอันดับ 3 ในลิสต์นี้ แม้จะมีวิตามินดีสูงและทานง่าย
แต่ในแง่ปริมาณ Omega-3 ต่อราคานั้นยังแพ้ปลาทูและปลาซาร์ดีนอยู่ครับ
✒️เจาะลึกความต่าง: EPA vs DHA เลือกกินอย่างไรให้ตรงจุด?
ใน Omega-3 มีส่วนประกอบหลัก 2 ตัวที่ทำหน้าที่ต่างกัน:
👉EPA (คนล้างหลอดเลือด): ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
เหมาะมากสำหรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือความดันสูง
👉DHA (สถาปนิกสมอง): เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและจอประสาทตา ช่วยเรื่องการเรียนรู้
ควบคุมอารมณ์ และปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และเด็กวัยเรียน
♦️กินแค่ไหนถึงจะพอ?
👉ผู้ใหญ่: ควรได้รับ EPA และ DHA รวมกันประมาณ 250-500 มก. ต่อวัน (ทานปลาทะเลน้ำลึก 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว)
👉เด็ก: เน้น DHA เป็นหลัก ประมาณ 100-250 มก. ต่อวัน เพื่อพัฒนาการของสมองและสายตา
สุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป เพียงแค่เราเลือกกินปลาพื้นบ้านอย่างปลาทูหรือปลาซาร์ดีนให้ได้สัปดาห์ละ 2 มื้อ
ร่างกายก็จะได้รับไขมันดีไปช่วยดูแลทั้งหัวใจ ดวงตา และสมองได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย
เปลี่ยนจากอาหารเสริมเม็ดแพงๆ มาเป็นเมนูปลารสเลิศในมื้อเย็นวันนี้กันดีกว่า
ที่มา
https://www.sanook.com/women/268457/
📌เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร
❎ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ