สวัสดีครับ ผมแค่อยากมาระบาย ก็เชิงๆบ่นครับ หรืออยากแลกเปลี่ยนความเห็นก็ยินดีครับ
คือผมมีคนในครอบครัวคนนึง เป็นย่าของผม จริงๆเรื่องราวเกิดขึ้นมานานมากๆแล้ว ท่านเป็นคนชอบพูดจาเหน็บแนมคนอื่นมากๆ แต่ชอบพูดลับหลังเสมอ บางครั้งท่านก็จะด่าคนนึงให้ฟังว่าไม่ดีอย่างนั้น แต่พอเจอต่อหน้าก็จะเข้าไปพูดจาหวานอย่างดี แล้วไม่ใช่เพียงเพราะเหตุการณ์พาไปนะครับ ท่านจะเดินเข้าไปหาเองก่อน แบบว่าถ้าเจอหน้าท่านมักจะเป็นคนทักก่อน จริงๆผมเฉยๆกับเรื่องนี้มากๆ จนกระทั่งท่านต้องย้ายมาอยู่กับบ้านของผมจริงจัง และก็ได้รู้เรื่องราวจากฝั่งทางแม่ของผม ว่าท่านทำตัวไม่ดีมากๆกับแม่ของผม ท่านเป็นคนประเภทที่รักเด็กผู้ชาย แล้วก็หวงลูกมากๆ แต่ท่านรักลูกไม่เท่ากัน พ่อของผมเป็นลูกคนโต ในวันที่แม่ย้ายไปอาศัยกับพ่อ ท่านก็มักจะทำตัวไม่ดีใส่อยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจในกรณีถ้าเป็นสะใภ้แต่งเข้าบ้าน งานบ้านแม่ผมก็เป็นคนทำอยู่แล้วครับ แต่การกระทำของย่า เหมือนละครหลังข่าวเลยครับ แม่ผัวกับลูกสะใภ้ แต่แม่ผมสู้คน ในวันที่แม่ผมต้องไปทำงาน ก่อนออกจากบ้านก็จะพูดจาดีๆอยู่ แต่พอก้าวออกจากบ้านเมื่อไหร่ คำสบถต่างๆ ก็จะถูกพ่นออกมาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แค่การเป็นแฟนกับลูกชาย จะต้องเจอเรื่องราวขนาดนี้ พ่อกับแม่ผมก็ไม่ได้แค่รักกันอย่างเดียว ทั้งสองคนผ่านร้อนผ่านหนาวกันมามากมาย ในทุกๆเรื่อง นับเป็นคู่รักที่ดีกับการสานต่อเรื่องชีวิตในอนาคตจริงๆ และถึงช่วงที่ผมเกิดมา เวลาไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่พวกท่านทั้งสอง เต็มใจที่จะให้กำเนิดผมอยู่แล้ว ผมแค่ติดยาก อันที่จริงผมไม่ได้เกิดมาเป็นเด็กผู้ชาย เลยอาจทำให้ย่าก็ไม่ค่อยจะดีใจเท่าไหร่ ของขวัญที่เคยได้ทั้งชีวิต จนอายุ22ปี นับครั้งได้ว่าไม่ถึง 4 ครั้ง จนมาถึงช่วงเวลานึงของชีวิตวัยรุ่น ผมนั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนของผม บทสนทนาก็ค่อยข้างจะตึงกัน อารมณ์ของผมเลยไม่ค่อยดีมากนัก แต่ผมรู้ว่าไม่ควรเอาไปลงที่คนอื่นแน่ๆ แต่วันนั้น ผมลงมากินข้าว แต่ยังคุยกับเพื่อนไปด้วย ย่าเห็นผมก็เลยจะพูดว่าให้ผมกินข้าว ผมเองก็กำลังถือจานไปกินอยู่แล้ว เลยไม่ได้ตอบอะไรท่านไป อาจจะเผลอวางจานเสียงไปรึป่าวผมไม่แน่ใจ ในตอนนั้นผมมองว่าผมปกติมากๆ แต่ท่านดูไม่โอเค พักนึงพอวางสายกับเพื่อน ผมก็นั่งกินข้าวต่อ แต่ผมได้ยินเสียงซุบซิบๆ ใกล้ๆ เป็นย่าผม ที่กำลังพ่นคำสาปแช่งใส่ผม “แค่เรียกแดกข้าวจะต้องสะดิดสะดิ้ง รู้อย่างงี้ตอนอยู่ในท้องน่าจะแช่งๆให้

ตายๆไปเลยดีกว่า ไม่น่าโตมา จะให้

ตายไวๆ“ ผมได้ยินแค่นี้ ผมก็หูดับไปเลยหลังจากนั้น ข้าวมื้อนั้นผมกินทั้งน้ำตา เพราะตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็ทำดีกับท่านมาตลอดเท่าที่หลานคนนึงจะทำได้ แต่ผมเป็นคนชอบเก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใครมาก พอโตขึ้นก็แทบจะไม่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่เท่าไหร่ แต่พอเจอคำพูดแบบนี้ก็ปวดจี๊ด เหมือนว่าเราไปทำอะไรมาแรงขนาดนั้นเลยหรอ กลับจะต้องให้เราตายเลย ผมร้องไห้หนักมากๆ ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นไหม ผมรีบขึ้นห้องไปบอกแม่ แม่ผมบอกว่าอย่าบอกพ่อเลย เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ ผมก็ได้แต่เก็บเอาไว้ในใจมานานเกือบ 7ปี แล้วในช่วงนี้ ผมใกล้จะเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมเข้าใจความลำบากของพ่อใน4ปีที่มาผ่าน ว่าหนักแค่ไหนกับการต้องส่งผมเรียน ผมเคยเสนอว่าจะกู้เรียนดีไหม เดี๋ยวผมส่งผ่อนตัวเองในภายหลังเอง แต่พ่อก็ยืนยันว่าส่งไหว ไม่ต้องหรอก ผมรู้ว่าเขาเองก็เกือบจะไม่ไหวอยู่ ผมก็พยายามที่จะหางานทำควบคู่ไปด้วย และพยายามไม่ใช้จ่ายเยอะ แต่การทำงานจุลนิพนธ์ก็ต้องใช้เงินอยู่จำนวนนึง ผมไม่ได้ไปทำงานเลยในช่วงปี4 เพราะว่างานเข้ามาค่อนข้างจะหนัก ทั้งทำรายงานจบ งานภายในมหาวิทยาลัย กิจกรรมที่ต้องเก็บชั่วโมง งานกลุ่มต่างๆ แทบจะสลับเวลาไม่ทัน แต่ว่าในความลำบากตรงนี้ของพ่อ ยังมีอีกความลำบากนึงที่ไม่สามารถปล่อยได้ คือเรื่องของย่า ผมเข้าใจครับ ถ้าวันนึงแม่ผมแก่ตัวไป ผมเลี้ยงแม่ผมแน่นอน ไม่ใช่แค่แม่ แต่เป็นทั้งบ้านครับ ผมตั้งมั่นแบบนี้มาเสมอ ผมกับพ่อก็ค่อนข้างสนิทกัน เรามักจะ deep talk กันบ่อยเวลานั่งดื่มแอลกอฮอล์ พ่อผมเองก็เหนื่อยจริงๆ เขายอมรับ แต่มันคือหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบในฐานะพี่คนโต และหัวหน้าครอบครัว ผมสงสารพ่อจริงๆจากใจ ผมมักจะสังเกตว่าย่าผมมักจะทำตัวอ่อนแอเวลาพ่ออยู่ที่บ้าน ช่วงปิดเทอม ผมอยู่บ้านบ่อยๆก็จะเห็นพฤติกรรมของย่า ย่าแทบจะไม่ได้ลุกออกจากที่นอนเลย ท่านนอนเล่นเกมในมือถืออยู่ตลอด หรือไม่ก็นอนดูคลิปในยูทูป งานบ้านท่านทำแค่ซักผ้า ท่านก็มักจะชอบกดดันแม่ผมเรื่องไปขายของข้างนอกเสมอ ช่วงที่รถต้องซ่อมแม่ผมไม่มีรถพาไปขายของ ท่านก็จะชอบพูดประโยคเดิมซ้ำๆว่าน่าเสียดายๆ ให้แม่ผมต้องรู้สึกผิด ที่ไม่สามารถไปส่งเขาได้ ท่านจะชอบบ่นว่าปวดแขนปวดขา ปวดตัวอย่างนั้นอย่างนี้ ก็แน่สิครับ ไม่ลุกขยับตัวเลยต้องปวดแบบนี้ แต่กรรมตกไปอยู่พ่อของผม ที่ต้องนวดให้ ซื้อยา ทายาให้ ท่านกินยาเยอะมากๆ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านผม ผมก็เป็นห่วงสุขภาพอวัยวะภายในของท่านเช่นกัน การกินยาเยอะๆ ไม่ได้ดี แม้ว่าจะซื้อมาจากร้านเภสัช ท่านไม่เคยไปหาหมอสักครั้ง ท่านบอกว่ากลัวหมอ ผมเข้าใจครับ คนสมัยก่อนกลัวการพบเจอกับหมอจริงๆ แต่ผมคิดว่า ถ้าท่านเอาแต่บ่นแบบนี้ทุกวัน การพบหมอก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้รู้ว่าควรรักษายังไง ไม่ใข่โมเมไปเองว่าอาการแบบนี้ต้องกินยาอันนี้ แล้วผมเองก็ไม่ชอบพฤติกรรมของท่านเวลาทำใส่พ่อผม ท่านไม่เคยชมพ่อผมเลยว่าเก่งยังไงบ้าง ต่างจากน้องชายพ่อผม ที่ได้รับคำชม แม้จะทำตัวเกเรแค่ไหน ก่อนที่จะตั้งตัวให้ดีขึ้นได้ ก็ทำเรื่องที่ไม่น่าชื่นชมมานับไม่ถ้วน แล้วพ่อผมเองก็ต้องคอยช่วยเหลือเสมอตั้งแต่เด็กจนโต เสียสละให้มากมาย แต่ผลสุดท้ายย่ารักน้องชายมากกว่า เรื่องแบบนี้ก็โดนมาที่ผมด้วยเช่นกัน ผมมีลูกพี่ลูกน้อง โชคดีที่เขาเป็นเด็กผู้ชาย ย่าให้ความใส่ใจอย่างมาก เอาจริงผมแอบดีใจลึกๆ ที่ผมไม่ได้เกิดมาเป็นผู้ชาย เพราะท่านเกาะแกะมาก โตจนอายุ18 ย่ายังจะอาบน้ำให้อยู่เลย ข้าวก็ตักให้ พับผ้าต่างๆให้ แต่พอตัดมาตอนอยู่ที่บ้าน ท่านใช้งานพ่อผมแทบจะทุหเรื่องที่สามารถ เวลาเรียกก็จะต่างกันมากๆ อย่างตอนเรียกพ่อผม น้ำเสียงในการเรียกชื่อจะนิ่งๆ ไม่มีอะไรต่อท้าย แต่ถ้าเป็นน้องชายพ่อ ก็จะต่อท้ายด้วยคำว่าลูกรัก โกหกพ่อผมให้โอนเงินให้น้องชายว่าฝากโอนให้หน่อย ย่าจะใช้เอง แต่โป๊ะตรงที่น้องชายพ่อโทรมาขอบคุณที่ให้เงินไปใช้ แม่ผมก็โมโหมากๆ ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ บอกตรงๆก็ได้ ครอบครัวเดียวกัน ผมแค่ทนเห็รพฤติกรรมของท่าน ที่ลำเอียงแบบนี้ไม่ไหว และผมเองก็โดน แต่ผมก็รักน้องชายของผมด้วยเหมือนกัน แม้เราจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันทางสายเลือด แต่เราก็โตมาด้วยกัน ผมรักและดูแลน้องผมมาอย่างดี เอ็นดูคอยสอนการบ้านให้เสมอ แต่ย่าผมก็ชอบพูดจาให้น้องโดดเด่นอยู่ตลอด แม้จะในกลางวงกินข้าวที่กำลังฉลองความสำเร็จของผม ก็มักจะมีชื่อน้องชายโผล่ขึ้นมาทุกที ผมไม่ได้โกรธอะไรน้องหรืออิจฉาเลย ผมแค่ไม่เข้าใจว่าย่าจะพูดขึ้นมาทำไม ผมแค่น้อยใจที่ทำไมไม่ชมผม ผมรู้ว่าน้องเก่งยังไง ก็ผมสอนน้องมาเอง แต่เรื่องบางเรื่องเขาเองก็ควรมี empathy บ้าง เทียบกันแล้วน้องผมมักจะได้รับความสนใจจากย่าบ่อยๆ เอาจริงผมรู้ว่าน้องผมรำคาญ มันก็โตแล้ว มันจะมีแฟน ย่าก็ออกปากพูดว่าอย่าไปมีเลย ชีวิตใครก็ให้คนนั้นเลือกเถอะครับ ผมเหนื่อยจะพูดแล้วจริงๆ แต่นอกจากเรื่องราวที่ผมเล่า ยังมีอีกหลายเรื่องเหมือนกัน แต่มันอาจจะต้องลงลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เป็นส่วนตัว ผมก็ไม่สามารถเล่าออกมาได้จริงๆ
หรือถ้าใครมีอะไรอยากระบายหรือบ่น ก็เล่าเรื่องราวมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ว่ามีวิธีรับมือยังไงได้บ้าง ตอนนี้ผมพูดตรงๆว่าผมปลงมากๆ
โดนคนในครอบครัวแช่ง ชอบพูดจาลับหลังไม่ดี
คือผมมีคนในครอบครัวคนนึง เป็นย่าของผม จริงๆเรื่องราวเกิดขึ้นมานานมากๆแล้ว ท่านเป็นคนชอบพูดจาเหน็บแนมคนอื่นมากๆ แต่ชอบพูดลับหลังเสมอ บางครั้งท่านก็จะด่าคนนึงให้ฟังว่าไม่ดีอย่างนั้น แต่พอเจอต่อหน้าก็จะเข้าไปพูดจาหวานอย่างดี แล้วไม่ใช่เพียงเพราะเหตุการณ์พาไปนะครับ ท่านจะเดินเข้าไปหาเองก่อน แบบว่าถ้าเจอหน้าท่านมักจะเป็นคนทักก่อน จริงๆผมเฉยๆกับเรื่องนี้มากๆ จนกระทั่งท่านต้องย้ายมาอยู่กับบ้านของผมจริงจัง และก็ได้รู้เรื่องราวจากฝั่งทางแม่ของผม ว่าท่านทำตัวไม่ดีมากๆกับแม่ของผม ท่านเป็นคนประเภทที่รักเด็กผู้ชาย แล้วก็หวงลูกมากๆ แต่ท่านรักลูกไม่เท่ากัน พ่อของผมเป็นลูกคนโต ในวันที่แม่ย้ายไปอาศัยกับพ่อ ท่านก็มักจะทำตัวไม่ดีใส่อยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจในกรณีถ้าเป็นสะใภ้แต่งเข้าบ้าน งานบ้านแม่ผมก็เป็นคนทำอยู่แล้วครับ แต่การกระทำของย่า เหมือนละครหลังข่าวเลยครับ แม่ผัวกับลูกสะใภ้ แต่แม่ผมสู้คน ในวันที่แม่ผมต้องไปทำงาน ก่อนออกจากบ้านก็จะพูดจาดีๆอยู่ แต่พอก้าวออกจากบ้านเมื่อไหร่ คำสบถต่างๆ ก็จะถูกพ่นออกมาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แค่การเป็นแฟนกับลูกชาย จะต้องเจอเรื่องราวขนาดนี้ พ่อกับแม่ผมก็ไม่ได้แค่รักกันอย่างเดียว ทั้งสองคนผ่านร้อนผ่านหนาวกันมามากมาย ในทุกๆเรื่อง นับเป็นคู่รักที่ดีกับการสานต่อเรื่องชีวิตในอนาคตจริงๆ และถึงช่วงที่ผมเกิดมา เวลาไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่พวกท่านทั้งสอง เต็มใจที่จะให้กำเนิดผมอยู่แล้ว ผมแค่ติดยาก อันที่จริงผมไม่ได้เกิดมาเป็นเด็กผู้ชาย เลยอาจทำให้ย่าก็ไม่ค่อยจะดีใจเท่าไหร่ ของขวัญที่เคยได้ทั้งชีวิต จนอายุ22ปี นับครั้งได้ว่าไม่ถึง 4 ครั้ง จนมาถึงช่วงเวลานึงของชีวิตวัยรุ่น ผมนั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนของผม บทสนทนาก็ค่อยข้างจะตึงกัน อารมณ์ของผมเลยไม่ค่อยดีมากนัก แต่ผมรู้ว่าไม่ควรเอาไปลงที่คนอื่นแน่ๆ แต่วันนั้น ผมลงมากินข้าว แต่ยังคุยกับเพื่อนไปด้วย ย่าเห็นผมก็เลยจะพูดว่าให้ผมกินข้าว ผมเองก็กำลังถือจานไปกินอยู่แล้ว เลยไม่ได้ตอบอะไรท่านไป อาจจะเผลอวางจานเสียงไปรึป่าวผมไม่แน่ใจ ในตอนนั้นผมมองว่าผมปกติมากๆ แต่ท่านดูไม่โอเค พักนึงพอวางสายกับเพื่อน ผมก็นั่งกินข้าวต่อ แต่ผมได้ยินเสียงซุบซิบๆ ใกล้ๆ เป็นย่าผม ที่กำลังพ่นคำสาปแช่งใส่ผม “แค่เรียกแดกข้าวจะต้องสะดิดสะดิ้ง รู้อย่างงี้ตอนอยู่ในท้องน่าจะแช่งๆให้
หรือถ้าใครมีอะไรอยากระบายหรือบ่น ก็เล่าเรื่องราวมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ว่ามีวิธีรับมือยังไงได้บ้าง ตอนนี้ผมพูดตรงๆว่าผมปลงมากๆ