ช่วงนี้ใครที่กินอะไรนิดหน่อยแล้วเกิดท้องเสีย ถ่ายเหลว อย่าพึ่งคิดว่า “ท้องเสียก็แค่ถ่ายเอาแบบทีเรียไม่ดีออกไปให้หมด เดี๋ยวก็หายเอง” ก็เลยปล่อยไว้ ไม่ได้สนใจมาก แต่จริง ๆ แล้วอาการท้องเสียบางแบบ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรง ลำไส้อักเสบ หรือภาวะขาดน้ำที่อันตรายได้ ถ้าเราดูอาการไม่เป็น อาจปล่อยจนหนักโดยไม่รู้ตัว นี่คือ 6 อาการท้องเสีย ที่ไม่ควรปล่อยให้หายเองครับ
1. ถ่ายเป็นน้ำตลอดทั้งวัน มากกว่า 3–5 ครั้ง/วัน
ถ้าถ่ายถี่แบบนี้อาจเสี่ยง “ขาดน้ำ” ได้ครับ โดยเฉพาะถ้ามีอาการแบบนี้ร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย เวียนหัว ปากแห้ง หรือปัสสาวะน้อยลง แสดงว่าร่างกายเริ่มเสียสมดุลน้ำและเกลือแร่แล้ว ควรรีบดื่มเกลือแร่ และถ้าไม่ดีขึ้นใน 1–2 วัน ควรไปพบแพทย์เลยครับ
.
2. มีไข้ร่วมกับท้องเสีย
ถ้าเกิดท้องเสียแล้วมีไข้ร่วมด้วย โดยเฉพาะไข้สูง นี่อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในลำไส้ครับ ไม่ใช่แค่กินอะไรไม่สะอาดธรรมดาแล้ว ควรสังเกตอาการร่วม เช่น ปวดท้องมาก หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียมาก หากไข้ไม่ลด ควรไปให้หมอติดตามอาการดีที่สุดครับ
.
3. ถ่ายมีมูกหรือเลือดปน
ถ้าเป็นอันนี้ถือว่า “ไม่ปกติ” ชัดเจนเลยครับ อาจเกิดจากลำไส้อักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง หรือโรคลำไส้บางชนิด เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ถ้ามีเลือดปน แปลว่าผนังลำไส้เริ่มเสียหายแล้ว ไม่ใช่แค่ระคายเคืองธรรมดา บางคนอาจมีปวดบิดร่วมด้วย หรือถ่ายแล้วไม่สุด อาการแบบนี้ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะถ้าปล่อยไว้ อาจลุกลามและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
.
4. ปวดท้องรุนแรง บิดเกร็งเป็นพัก ๆ
อาการปวดแบบนี้มักมากกว่าท้องเสียทั่วไป อาจเป็นสัญญาณของลำไส้อักเสบเฉียบพลัน หรือติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น บางคนจะปวดจนงอตัว หรือปวดเป็นระลอกชัดเจน ถ้ามีอาการกดเจ็บเฉพาะจุด หรือปวดจนใช้ชีวิตลำบาก ไม่ควรทนหรือซื้อยากินเอง เพราะอาจพลาดโรคสำคัญ เช่น ไส้ติ่งอักเสบหรือการติดเชื้อในช่องท้อง
.
5. ท้องเสียเกิน 2–3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้น
ปกติท้องเสียจากอาหารจะดีขึ้นใน 1–2 วัน แต่ถ้ายังถ่ายเหลวต่อเนื่อง อาจไม่ใช่แค่ “อาหารเป็นพิษธรรมดา” แต่อาจมีเชื้อโรคตกค้างในลำไส้ หรือมีปัญหาลำไส้อักเสบเรื้อรัง บางคนอาจเริ่มมีอาการอ่อนแรง น้ำหนักลด หรือกินได้น้อยลงร่วมด้วย อาการแบบนี้ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายกินต่อเนื่องเอง
.
6. มีอาการขาดน้ำชัดเจน
เช่น ปากแห้งมาก หน้ามืด ใจสั่น ปัสสาวะน้อย โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ อาการขาดน้ำสามารถเกิดได้เร็วและอันตรายมาก เพราะร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปพร้อมกัน บางคนอาจมีอาการซึม มือเท้าเย็น หรือความดันตก ซึ่งเป็นสัญญาณฉุกเฉิน ถ้ามีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอให้ดีขึ้นเอง ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีครับ
.
ถ้ามีอาการตามนี้ดูแลตัวเองยังไงดี
1) ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) ห้ามใช้เกลือแร่สำหรับออกกำลังกาย เพราะเกลือแร่ใส่ออกกำลังกายมีน้ำตาลสูงเกินไป จะยิ่ง "ดึงน้ำออก" จากลำไส้ทำให้ท้องเสียหนักกว่าเดิมครับ ควรจิบเรื่อย ๆ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป ไม่ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวในกรณีถ่ายหนัก
2) เลี่ยงอาหารมัน เผ็ด นม และอาหารย่อยยากชั่วคราว เลือกกินอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย
3) พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
4) หลีกเลี่ยงการซื้อยาหยุดถ่ายกินเองทันที โดยเฉพาะถ้ามีไข้หรือถ่ายเป็นมูกเลือด เพราะอาจทำให้เชื้อค้างในลำไส้
5) สังเกตอาการตัวเอง ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 วัน หรือมีอาการหนักขึ้น ควรไปพบแพทย์
.
ไม่อยากท้องเสียควรดูแลตัวเองแบบนี้ครับ
• กินอาหารสุก สะอาด หลีกเลี่ยงของดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
• ล้างมือก่อนกินอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
• เลี่ยงน้ำไม่สะอาด หรือน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน
• เก็บอาหารให้ถูกวิธี ไม่กินของค้างคืนที่เก็บไม่ดี
• ดูแลลำไส้ให้แข็งแรง เช่น กินอาหารที่มีไฟเบอร์ และโพรไบโอติก เพื่อช่วยลดโอกาสติดเชื้อในลำไส้
ท้องเสียไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไปครับ บางครั้งแค่พักก็หาย แต่บางครั้งคือสัญญาณเตือนของปัญหาที่รุนแรงกว่า ถ้ามีอาการเข้าข่ายเหล่านี้ อย่าปล่อยให้หายเอง
Cr. FB หมอเจด
6 อาการท้องเสีย ที่ไม่ควรปล่อยให้หายเอง