ผมจะตอบคำถามหมอโรงพยาบาลค่ายยังไงดีครับให้หมอเชื่อว่าผมเป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ ผมกลัวหมอทหารไม่เข้าใจผม และไม่ให้โอกาสให้ใบ

ผมจะตอบคำถามหมอโรงพยาบาลค่ายยังไงดีครับให้หมอเชื่อว่าผมเป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ ผมกลัวหมอทหารไม่เข้าใจผม และไม่ให้โอกาสให้ใบรับรองผมครับ ลองอ่านเรื่องราวของผมก็ได้ครับเผื่อเพื่อนๆจะมีข้อเสนอแนะรบกวนทีครับ พรุ่งนี้ผมจะไปโรงพยาบาลค่ายเพื่อตรวจโรคซึมเศร้าเพื่อทำเรื่องปลดทหารส่วนตัวผมเชื่อว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าแน่นจากเรื่องราวชีวิตที่ผมได้พบเจอและสังคมต่างๆ แต่กลัวเขาไม่เชื่อและไม่ทำเรื่องปลดให้ ผมขออนุญาตเล่าเรื่องราวชีวิตนะครับ ผมเสียพ่อตั้งแต่อายุ 16 ปีพ่อผมเป็นคนติดเหล้ามากครับและเป็นข้าราชการระดับสูงระดับ c8 แต่พ่อผมนั้นเนื่องจากนิสัยติดเหล้าเลยทำให้ไม่มีเงินเก็บมิหนำซ้ำยังติดหนี้ธนาคารต่างๆรวมถึงหนี้นอกระบบ พอพ่อผมเสียหนี้ทั้งหมดเลยตกมาที่ผม จนผมเรียนจบม 6 ผมก็มาเสียยายตอนอายุ 19 และผมมีน้าเป็นคนติดยาเสพติดปกติยายจะเลี้ยงน้าเพราะว่าเป็นลูกของยายแต่พอไม่มียายผมนั้นก็ต้องรับภาระทั้งหนี้พ่อที่ก่อไว้ น้าเป็นคนบ้า และแม่ผมตั้งแต่เสียพ่อไปด้วยความที่แม่ผมเคยอยู่สบายเป็นคุณนายเมียราชการระดับสูงทำให้แกไม่ไปหางานทำจนหนี้สินและภาระทั้งหมดนั้นตกมาอยู่ที่ผมในวัยอายุ 20 ผมนั้นตั้งแต่จบม 6 ก็ได้ขึ้นกรุงเทพฯไปทำงานพร้อมกับเรียนปวสไปด้วยจนอายุ 23 ผมเรียนจบและแม่ขอให้ผมสมัครทหารเพราะว่าอยากได้ศักดิ์ศรีและหน้าตาคืนกลับมาให้ครอบครัวรับราชการอีกครั้งโดยลูกรับราชการ แต่ผมเข้าไปข้างในไปเป็นทหารแล้วผมรู้สึกว่าผมไม่ชอบเลยกับระบอบทหาร ตอนไปสงครามช่วงเดือนกันยายนผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำหน้าที่นี้หน้าที่ที่ปกป้องประเทศ(แม้บางทีก็อาจจะไปเป็นทาสเขาก็ตามโดนใช้งานสารพัด แต่ผมก็ภูมิใจเพราะได้อยู่พื้นที่จริงและได้เจอชาวบ้านชาวบ้านไหว้ผมเปรียบเสมือนกับว่าผมเป็นทหารจริงๆไม่ใช่เหมือนพวกนายสิบทหารที่มองพลทหาร)แต่เมื่อภารกิจจบตอนเดือนมีนาคมผมกลับมากองร้อยผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทหารแบบที่ผมอยากจะเป็นแล้ว ผมไม่อาจสมัครสอบทหารอย่างที่แม่ตั้งใจไว้ได้เพราะผมได้เห็นในหลายอย่างทั้งหน้างานสงครามและหน้างานกองร้อยตอนนี้ผมหนีทหารมาได้ 5 วันแล้วจากโพสต์ที่แล้ว(โพสต์ในพันทิปนะครับ) แล้วเมื่อเช้าผู้กองท่านหนึ่งที่ทำเรื่องหนีทหารได้โทรมาบอกว่าผมว่าจะส่งผมไปหาหมอเกี่ยวกับด้านจิตเวชซึ่งผมค่อนข้างเชื่อว่าผมนั้นเป็นซึมเศร้าแน่นอนจากเรื่องราวที่ผมต้องแบกไว้ ตอนอยู่ข้างนอกผมก็ตั้งใจจะไปหาหมออยู่หลายครั้งนะครับ แต่เนื่องด้วยเวลาในการหาเงินและค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอค่อนข้างสูงผมเลยไม่ได้ไปครับ แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเข้าใจผมหรือเปล่าผู้กองบอกว่าถ้าหมอออกใบเอกสารได้เขาจะทำเรื่องปลดให้เพราะว่าผมเป็น 1 ปี และผมจะใกล้ปลดประจำการแล้วตอนสิ้นเดือนเมษายนนี้ แต่ผมไม่อาจทนกับระบบสังคมกองร้อยได้อีกแล้ว ผมอยากจะปลดชีวิตตัวเองก่อนปลดทหารซะอีก อยู่ข้างในนั้นผมนับเวลาเป็นนาทีแม้จะมีโทรศัพท์ให้เล่นแต่ผมก็ไม่มีความสุขเลยเพราะคิดเสมอว่าถ้าอยู่ข้างนอกเราคงจะหาเงินได้เยอะกว่านี้ไม่ต้องมาเสียเวลาแบบนี้หรือถ้าได้ไปชายแดนอีกรอบมีภารกิจที่มันเป็นทหารจริงๆผมก็คงจะภูมิใจกว่านี้ ขอถามคนที่เคยเป็นซึมเศร้านะครับที่เคยไปหาหมอมีวิธีหรือตอบคำถามหมอยังไงให้หมอเชื่อบ้างครับคือผมไม่ได้จะโกหกนะครับแต่ผมกลัวคนอื่นไม่เข้าใจผมและตัดสินผมไปอีกด้านนึงผมอยากให้หมอเข้าใจผมเหมือนที่ผู้กองเข้าใจผมเพราะตอนผมไปชายแดนผมทำงานดีมากแกรู้เลยว่าผมไม่ชอบงานแบบนี้จริงๆและไม่อาจทนกับระบบแบบนี้ไหวและขอร้องทำเรื่องปลดให้ผมเพราะว่าผมยังต้องมีภาระต้องดูแลผมจะขาดรายได้แม้แต่วันเดียวก็ยังไม่ได้ตอนนี้ผมมีงานประจำข้างนอกครับซึ่งเงินดีมากเป็นอาชีพที่ผมทำก่อนที่จะมาเป็นทหารคือไรเดอร์ตอนนี้ผมต้องส่งเงินให้แม่และครอบครัวเดือนละประมาณ 20,000 บาท ซึ่งตอนไปชายแดนนั้นก็ยังพอมีเงินช่วยเหลือต่างๆทำให้สามารถมีรายได้พอส่งให้ที่บ้านแต่พอกลับมาอยู่กองร้อยเงินเดือน 8000 ผมไม่ไหวจริงๆครับเครียดมากเครียดทั้งงานที่ต้องเจอทั้งภาระที่ต้องแบก ผมจะทำยังไงให้ผ่านทุกอย่างไปได้ครับแนะนำทีครับ  ผมกลัวหมอทหารไม่เข้าใจผมและว่าผมอ่อนแอเหมือนที่ทุกคนว่าผมรวมถึงแม่ตัวเองด้วยครับ ผมอ่อนแอ แต่ผมก็หาเลี้ยงคนทั้งบ้านมาตลอด ผมยังเก่งไม่พออีกหรอครับ หรือผมต้องมีศักดิ์มีศรี ถึงจะมีศักดิ์ศรีให้แม่ภูมิใจ ขนาดผมเรียนจบปวสแกยังไม่ค่อยอยากจะไปงานรับใบอนุปริญญาผมเลยครับ ผมอยากปลดทหารแล้วไปทำอาชีพหาเงินเหมือนเดิมแล้วครับแนะนำทีครับ😭😞🙏🏻
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่