
- ดูจบ เป็นไปตามที่เตรียมใจไว้ตั้งแต่อ่านเรื่องย่อพอสังเขปว่ายังไงจะต้องเล่นกับความรู้สึกอย่างแน่นอนเมื่อนำเสนอมาแนวนี้ แม้ว่า Plot ที่มีสัตว์เลี้ยงประจำบ้านอย่างน้อนหมาเป็นตัวนำจะถูกหยิบมาสร้างกันหลากหลายรูปแบบแต่ไม่ปฏิเสธเลยว่าทุก ๆ ครั้งที่ดูส่วนใหญ่สามารถสร้างความประทับใจให้แก่คนดูโดยเฉพาะคนรักสัตว์เกิดความเห็นอกเห็นใจเวลาที่เห็นน้อนปรากฎท่ามกลางสายตาคนที่พร้อมจะเอ็นดูหรือเล่นงานในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้อาณัติการควบคุมพฤติกรรมว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า ?

- ซึ่งพอดูจบก็เป็นไปตามที่คาดไว้แต่ไม่ได้ถึงขั้นด่ำดิ่งอย่างหดหู่ ในเมื่อระหว่างทางที่ Run มีการหยอดมุกตลกจากกิริยาของน้อนก็ดีหรือคำพูดของตัวละครเข้าไปช่วยเสริมทำให้บรรยากาศที่ไหลไปเรื่อยเปื่อยมีความหวังในการประคองอารมณ์อย่างสมดุลโดยมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นลงไปอย่างกลมกล่อมว่ามันเข้า Concept ของ GDH ในแง่ของสไตล์กันอย่างลงตัวโดยไม่ตึงเครียดหดหู่ไปกับตัวบทที่มีความเป็น Drama ในตัวสูงอยู่แล้ว ถึงความยาวของหนังที่ดูไปจะล่อสายตาให้ติดตามความเป็นไปของตัวน้อนอย่างต่อเนื่องถึง 2 ชั่วโมง 25 นาที หรือเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่งแต่พอดูไปจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันผ่านไปค่อนข้างเร็วและราบรื่นแถมไม่ได้น่าเบื่อจนเกิดอาการวูบหลับแต่อย่างใด ? ด้วยเพราะวิธีการจัดสรรเรื่องออกเป็น 3 Parts หลัก โดยแต่ละ Part ที่ได้ไปเจอเจ้านาย Events จะ Continue ต่อกันแบบค่อยเป็นค่อยไปผ่านมุมมองผ่านวิสัยทัศน์ของ 3 ผู้กำกับนำโดยคุณหมุ ชยนพ จาก Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (2554) , คุณบาส นัฐวุฒิ จาก Countdown (2555) และคุณอัตตา จาก เพื่อน(ไม่)สนิท (2566) ที่ได้ทำการโอน้อยออกว่าใครรับผิดชอบ Part ไหน ? ก็ไปถ่ายทอดตามสไตล์ของแต่ละคนแล้วนำมาเรียงต่อกันเป็นเรื่องเดียวกันอย่างลงตัวและสมบูรณ์ต่อการเชื่อมโยงเส้นทางของการเติบโตของน้อนโกฮังตั้งแต่เด็กยันชราถึงการตามหาสิ่งสำคัญที่เรียกว่า” บ้าน “ ที่ไม่ใช่หมายถึงสถานที่หากรวมถึงการตามหาคนที่คู่ควรพอที่เขาจะให้ความไว้เนื้อเชื่อใจในการฝากดูแลชีวิต ถึงแม้ในเรื่องใช้น้อนหมาเล่นถึง 3 ตัวแต่การแสดงที่เป็นธรรมชาติของเขาสามารถทำให้เราเชื่อได้ทันทีว่าคือตัวเดียวกัน

- ในส่วนของตัวเรื่องถ้าอ่านเรื่องย่อหรือดู Trailer อย่างใดอย่างหนึ่งหรือผสมกันจะคลำทางได้ไม่ยากว่า Part ไหนจะเกิดขึ้นก่อนหลัง แม้ในหนังไม่ได้เอ่ยว่าแต่ละ Parts ชื่ออะไรก็สามารถลุ้นหน้างานที่ได้พบเจอกับแต่ละคนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของน้อนในรูปแบบเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็น คุณเจ้านายก็ดี , คุณตู ต้นตะวัน ก็ดี , คุณตาต้า , คุณยาสุชิ หรือ คุณโป มะมิ ดา ในแต่ละช่วงเวลาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตได้ไม่ยากในเมื่อตัวละครที่มีอยู่ไม่ได้เยอะอะไร ? มันเลยพอประติดประต่อเรียบเรียงตามสายธารของสารได้สะดวกว่า Pattern ต่อไปจะเป็นอย่างไร ? ถึงจังหวะอารมณ์ขันจะทำงานตรงจุดอย่างจริงใจในแง่ของการสร้างบรรยากาศผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแต่กลับรู้สึกขำด้วยความกล้ำกลืนกับสิ่งที่คิดอยู่ในหัวไปถึง Moment นั้นอยู่เป็นระยะว่าจะถึงกี่โมงกัน ? เพียงแต่มันค่อย ๆ ประวิงเวลาให้เราซึมซับเก็บเกี่ยวจนพอเบี่ยงความสนใจไปมองอย่างอื่นจนลืมจุดที่เอ๊ะไปสนิทเพราะมีเสียงสะอื้นดังกลบเข้ามาอย่างบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรดีเพราะมันพรั่งพรูออกมาพร้อมกัน

- สิ่งที่ไม่คาดคิดคือการเปลี่ยนผ่านจาก Part ต่อ Part ทำเอาผมตะลึงอย่างไม่ทันตั้งตัวว่าจะมาในโหมดนี้ซึ่งนอกจากดูฉีกและโดดไปจาก Part อื่นที่มาในโทนเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดแล้วความที่ใช้เหตุการณ์ช่วงวิกฤติสำคัญเมื่อ 5-6 ปีแล้วเป็นฉากหลังแล้วโยงว่าใครเป็นผู้คุมบังเหียนในตอนนั้นสำทับจึงยิ่งเห็น Details อะไรหลายอย่างที่ไม่ได้บอกไปตรง ๆ ขณะที่ Part ของตัวละครแต่ละคนจะมีปม Drama แตกต่างกันแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนสำคัญต่อปมของน้อนพอนำมาบรรจบกันความรู้สึกที่สัมผัสจึงยิ่งกระตุ้นให้ต่อมอารมณ์ให้ความหวั่นไหวจนเผลอน้ำตาซึมคลอเบ้าออกมาอีกแล้วเมื่อมีใครหรืออะไรมาทำกับน้อน

- พอช่วงหลังเข้าสู่โหมดที่คุ้นเคยจนรู้สึกว่าตอนใกล้จะจบมันเวิ้นเว้อจนตัวหนังยืดเยื้อไปหน่อย ทั้งที่ใจผมยุติลง ณ ตอนนั้นพอใจอยู่ว่ามันได้เอ่ยความในใจถึงสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นได้อย่างลึกซึ้งทุกถ้อยคำแล้วว่าแค่นี้ก็ซึ้งจนเหนื่อยที่จะเรียกน้ำตายังไงต่อแล้วแต่การที่หนังไหลมาอย่างนี้มันมีเหตุผลรองรับจนผมประทับใจในความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อย่างเต็มอิ่มในเมื่อมันหาทางลงได้งดงามต่อการสำรวจความรู้สึกถึงก้นลึกในหัวใจว่าถึงไม่รักแต่อย่างน้อยก็ช่วยใจดีกับพวกเขาในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันบนโลกนี้กันหน่อยก็ยังดี

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
[CR] No.192 Gohan โกฮัง หัวใจโกโฮม (2569) : สำรวจเรื่องราวชีวิตของ “มะหมา” กับ การตามหาสิ่งสำคัญที่เรียกว่า “บ้าน”
- ดูจบ เป็นไปตามที่เตรียมใจไว้ตั้งแต่อ่านเรื่องย่อพอสังเขปว่ายังไงจะต้องเล่นกับความรู้สึกอย่างแน่นอนเมื่อนำเสนอมาแนวนี้ แม้ว่า Plot ที่มีสัตว์เลี้ยงประจำบ้านอย่างน้อนหมาเป็นตัวนำจะถูกหยิบมาสร้างกันหลากหลายรูปแบบแต่ไม่ปฏิเสธเลยว่าทุก ๆ ครั้งที่ดูส่วนใหญ่สามารถสร้างความประทับใจให้แก่คนดูโดยเฉพาะคนรักสัตว์เกิดความเห็นอกเห็นใจเวลาที่เห็นน้อนปรากฎท่ามกลางสายตาคนที่พร้อมจะเอ็นดูหรือเล่นงานในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้อาณัติการควบคุมพฤติกรรมว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า ?
- ซึ่งพอดูจบก็เป็นไปตามที่คาดไว้แต่ไม่ได้ถึงขั้นด่ำดิ่งอย่างหดหู่ ในเมื่อระหว่างทางที่ Run มีการหยอดมุกตลกจากกิริยาของน้อนก็ดีหรือคำพูดของตัวละครเข้าไปช่วยเสริมทำให้บรรยากาศที่ไหลไปเรื่อยเปื่อยมีความหวังในการประคองอารมณ์อย่างสมดุลโดยมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นลงไปอย่างกลมกล่อมว่ามันเข้า Concept ของ GDH ในแง่ของสไตล์กันอย่างลงตัวโดยไม่ตึงเครียดหดหู่ไปกับตัวบทที่มีความเป็น Drama ในตัวสูงอยู่แล้ว ถึงความยาวของหนังที่ดูไปจะล่อสายตาให้ติดตามความเป็นไปของตัวน้อนอย่างต่อเนื่องถึง 2 ชั่วโมง 25 นาที หรือเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่งแต่พอดูไปจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันผ่านไปค่อนข้างเร็วและราบรื่นแถมไม่ได้น่าเบื่อจนเกิดอาการวูบหลับแต่อย่างใด ? ด้วยเพราะวิธีการจัดสรรเรื่องออกเป็น 3 Parts หลัก โดยแต่ละ Part ที่ได้ไปเจอเจ้านาย Events จะ Continue ต่อกันแบบค่อยเป็นค่อยไปผ่านมุมมองผ่านวิสัยทัศน์ของ 3 ผู้กำกับนำโดยคุณหมุ ชยนพ จาก Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (2554) , คุณบาส นัฐวุฒิ จาก Countdown (2555) และคุณอัตตา จาก เพื่อน(ไม่)สนิท (2566) ที่ได้ทำการโอน้อยออกว่าใครรับผิดชอบ Part ไหน ? ก็ไปถ่ายทอดตามสไตล์ของแต่ละคนแล้วนำมาเรียงต่อกันเป็นเรื่องเดียวกันอย่างลงตัวและสมบูรณ์ต่อการเชื่อมโยงเส้นทางของการเติบโตของน้อนโกฮังตั้งแต่เด็กยันชราถึงการตามหาสิ่งสำคัญที่เรียกว่า” บ้าน “ ที่ไม่ใช่หมายถึงสถานที่หากรวมถึงการตามหาคนที่คู่ควรพอที่เขาจะให้ความไว้เนื้อเชื่อใจในการฝากดูแลชีวิต ถึงแม้ในเรื่องใช้น้อนหมาเล่นถึง 3 ตัวแต่การแสดงที่เป็นธรรมชาติของเขาสามารถทำให้เราเชื่อได้ทันทีว่าคือตัวเดียวกัน
- ในส่วนของตัวเรื่องถ้าอ่านเรื่องย่อหรือดู Trailer อย่างใดอย่างหนึ่งหรือผสมกันจะคลำทางได้ไม่ยากว่า Part ไหนจะเกิดขึ้นก่อนหลัง แม้ในหนังไม่ได้เอ่ยว่าแต่ละ Parts ชื่ออะไรก็สามารถลุ้นหน้างานที่ได้พบเจอกับแต่ละคนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของน้อนในรูปแบบเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็น คุณเจ้านายก็ดี , คุณตู ต้นตะวัน ก็ดี , คุณตาต้า , คุณยาสุชิ หรือ คุณโป มะมิ ดา ในแต่ละช่วงเวลาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตได้ไม่ยากในเมื่อตัวละครที่มีอยู่ไม่ได้เยอะอะไร ? มันเลยพอประติดประต่อเรียบเรียงตามสายธารของสารได้สะดวกว่า Pattern ต่อไปจะเป็นอย่างไร ? ถึงจังหวะอารมณ์ขันจะทำงานตรงจุดอย่างจริงใจในแง่ของการสร้างบรรยากาศผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแต่กลับรู้สึกขำด้วยความกล้ำกลืนกับสิ่งที่คิดอยู่ในหัวไปถึง Moment นั้นอยู่เป็นระยะว่าจะถึงกี่โมงกัน ? เพียงแต่มันค่อย ๆ ประวิงเวลาให้เราซึมซับเก็บเกี่ยวจนพอเบี่ยงความสนใจไปมองอย่างอื่นจนลืมจุดที่เอ๊ะไปสนิทเพราะมีเสียงสะอื้นดังกลบเข้ามาอย่างบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรดีเพราะมันพรั่งพรูออกมาพร้อมกัน
- สิ่งที่ไม่คาดคิดคือการเปลี่ยนผ่านจาก Part ต่อ Part ทำเอาผมตะลึงอย่างไม่ทันตั้งตัวว่าจะมาในโหมดนี้ซึ่งนอกจากดูฉีกและโดดไปจาก Part อื่นที่มาในโทนเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดแล้วความที่ใช้เหตุการณ์ช่วงวิกฤติสำคัญเมื่อ 5-6 ปีแล้วเป็นฉากหลังแล้วโยงว่าใครเป็นผู้คุมบังเหียนในตอนนั้นสำทับจึงยิ่งเห็น Details อะไรหลายอย่างที่ไม่ได้บอกไปตรง ๆ ขณะที่ Part ของตัวละครแต่ละคนจะมีปม Drama แตกต่างกันแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนสำคัญต่อปมของน้อนพอนำมาบรรจบกันความรู้สึกที่สัมผัสจึงยิ่งกระตุ้นให้ต่อมอารมณ์ให้ความหวั่นไหวจนเผลอน้ำตาซึมคลอเบ้าออกมาอีกแล้วเมื่อมีใครหรืออะไรมาทำกับน้อน
- พอช่วงหลังเข้าสู่โหมดที่คุ้นเคยจนรู้สึกว่าตอนใกล้จะจบมันเวิ้นเว้อจนตัวหนังยืดเยื้อไปหน่อย ทั้งที่ใจผมยุติลง ณ ตอนนั้นพอใจอยู่ว่ามันได้เอ่ยความในใจถึงสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นได้อย่างลึกซึ้งทุกถ้อยคำแล้วว่าแค่นี้ก็ซึ้งจนเหนื่อยที่จะเรียกน้ำตายังไงต่อแล้วแต่การที่หนังไหลมาอย่างนี้มันมีเหตุผลรองรับจนผมประทับใจในความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อย่างเต็มอิ่มในเมื่อมันหาทางลงได้งดงามต่อการสำรวจความรู้สึกถึงก้นลึกในหัวใจว่าถึงไม่รักแต่อย่างน้อยก็ช่วยใจดีกับพวกเขาในฐานะสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันบนโลกนี้กันหน่อยก็ยังดี
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้