“เราต้องร่วมมือกัน” นายกฯ สิงคโปร์ ส่งข้อความถึงประชาชน เตือนผลกระทบวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง แจงแนวทางรับมือระยะสั้น-ยาว

UPDATE : “เราต้องร่วมมือกัน” นายกฯ สิงคโปร์ส่งข้อความถึงประชาชน เตือนผลกระทบวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง แจงแนวทางรับมือระยะสั้น-ยาว




ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เผยแพร่คลิปวิดีโอแถลงการณ์ถึงประชาชน โดยอธิบายถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ณ ปัจจุบัน และเตือน ‘ผลกระทบที่รุนแรง’ หากแหล่งพลังงานและเส้นทางการขนส่งจากตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน พร้อมทั้งประกาศเรียกประชุมคณะทำงานระดับรัฐมนตรีเพื่อประสานงานการรับมือในระดับชาติ

“หากแหล่งพลังงานและเส้นทางการขนส่งที่สำคัญของตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน ผลที่ตามมาจะรุนแรงมาก ไม่ใช่แค่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นเท่านั้น เราอาจเผชิญกับวิกฤตพลังงานทั่วโลก ซึ่งจะรบกวนชีวิตประจำวันและกิจกรรมการผลิต และสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อเศรษฐกิจทั่วโลก”

“เพื่อประสานงานการรับมือในระดับชาติ ผมได้เรียกประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีจัดการวิกฤตการณ์ภายในประเทศ (Homefront Crisis Ministerial Committee) โดยมีรัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ เค. ชานมูกัม เป็นประธาน และรองนายกรัฐมนตรี กัน คิม ยง เป็นที่ปรึกษา ทีมงานได้เริ่มทำงานแล้ว โดยกำลังปรับปรุงแผนฉุกเฉินที่มีอยู่และพัฒนาแผนใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้”

คณะกรรมการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารจัดการวิกฤตของสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นหลังจากการระบาดของโรคซาร์ส เพื่อประสานงานการรับมือระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเหตุฉุกเฉินระดับชาติ และทำหน้าที่ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์และการเมืองในช่วงวิกฤต โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

📌 แนวทางการรับมือของสิงคโปร์

หว่องยังกล่าวถึงการรับมือของรัฐบาลสิงคโปร์ต่อสถานการณ์ในปัจจุบันว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานของสิงคโปร์

เขากล่าวว่า สิงคโปร์สามารถจัดการกับปัญหาการหยุดชะงักของพลังงานจากตะวันออกกลางในระยะสั้นได้ โดยโรงกลั่นได้ปรับตัวและลดกำลังการผลิตลง ในขณะที่บริษัทต่างๆ กำลังดำเนินการจัดหาแหล่งวัตถุดิบจากนอกตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก็กำลังมองหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกจากทั่วโลก

โดยรัฐบาลยังเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว ด้วยการกระชับความร่วมมือด้านพลังงานกับออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันจัดหา LNG ให้กับสิงคโปร์มากกว่า 1 ใน 3  และยังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับนิวซีแลนด์ เพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางการจัดส่งสินค้าจำเป็นและอาหารยังคงเปิดอยู่ในช่วงวิกฤตนี้

ขณะที่การบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างๆ หว่องเผยว่ามาตรการสนับสนุนที่ประกาศในปีงบประมาณนี้กำลังทยอยดำเนินการ ซึ่งรวมถึงส่วนลด U-Save เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ครัวเรือนรับมือกับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ จะมีการให้ความช่วยเหลือแบบเจาะจงแก่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในรัฐสภาสัปดาห์หน้า

📌 “เราต้องร่วมมือกัน”

อย่างไรก็ตาม หว่อง เน้นว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือการที่ประชาชนทุกคน “ต้องร่วมมือกัน” ในช่วงเวลาเช่นนี้

“ความแข็งแกร่งของเราอยู่ที่ความสามัคคี การสนับสนุนจากรัฐบาลมีความสำคัญ แต่ความมุ่งมั่นของประชาชนก็สำคัญเช่นกัน ในการดูแลซึ่งกันและกัน การกระทำอย่างมีความรับผิดชอบ และการร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวในสังคม” เขากล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนต่างๆ ดำเนินการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และลดการบริโภคที่ไม่จำเป็นและสิ้นเปลือง

“สำหรับภาคธุรกิจ นั่นหมายถึงการทบทวนการดำเนินงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สำหรับภาคครัวเรือน นั่นหมายถึงการใส่ใจกับการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นขั้นตอนเล็กๆ แต่เมื่อรวมกันแล้วจะสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง รัฐบาลจะให้การสนับสนุนคุณ แต่การตอบสนองร่วมกันของเราจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นหากแต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองด้วย”

หว่อง ยังย้ำให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง และไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายไปอย่างไร แต่ความเสี่ยงนั้นมีมาก และ “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดอาจจะยังไม่ผ่านพ้นไป”

“สิงคโปร์ไม่สามารถแยกตัวออกจากความปั่นป่วนระดับโลกเช่นนี้ได้ ไม่มีประเทศใดทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเกาะเล็กๆ อย่างเรา แต่ผมขอรับรองกับพวกคุณว่า เรามีแผน ความสามารถ และความยืดหยุ่นที่จะฝ่าฟันเรื่องนี้ไปด้วยกัน” ผู้นำสิงคโปร์กล่าว

อ้างอิง :
https://www.pmo.gov.sg/newsroom/pm-lawrence-wong-on-the-situation-in-the-middle-east-apr-2026/
https://www.channelnewsasia.com/singapore/lawrence-wong-iran-war-ministerial-committee-energy-6033151

https://www.facebook.com/share/p/1CMjzwUTa7/

#TheStandardNews
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่