JJNY : อดีต สส.ปีกแรงงาน ทยอยโบกมือลาพรรคส้ม│ธปท.เผย ศก.ชะลอตัว│“ญี่ปุ่น” วิกฤตหนัก ประชากรลด│เตือนฝนถล่มหนักมาก 51 จว.

อดีต สส.ปีกแรงงาน ทยอยโบกมือลาพรรคส้ม ซบ “กระทรวงแรงงาน” มอง “จุลพันธ์” เป็นคนคุ้นเคย
https://ch3plus.com/news/political/morning/463983
.

.
มีรายงานว่า ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้งทั่วไปและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว สมาชิกพรรคประชาชนจำนวนหนึ่งที่ตัดสินใจลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรค โดยส่วนใหญ่เป็นอดีต สส. หรือผู้สมัคร สส. ที่เคยร่วมงานกับพรรคมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่ ได้ทยอยยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการแล้ว
.
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า มีอดีต สส. พรรคประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นคณะทำงานของกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบาย ผลักดันวาระต่าง ๆ รวมถึงให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของกระทรวงแรงงาน
.
อดีตสมาชิกพรรคประชาชนส่วนหนึ่งซึ่งมีรายงานว่า ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของกระทรวงแรงงานแล้ว เช่น นายนิติพล ผิวเหมาะ, น.ส. วรรณวิภา ไม้สน, นายสุเทพ อู่อ้น, นายจรัส คุ้มไข่น้ำ และ นายกัญจนพงษ์ จงสุทธามณี เป็นต้น โดยที่ทุกคนไม่ได้มีตำแหน่งในกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด
.
มีรายงานด้วยว่า สืบเนื่องจากสมาชิกในกลุ่มดังกล่าวส่วนมากเคยเป็นปีกแรงงานในพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน จนกระทั่งหลังการปรับโครงสร้างพรรคประชาชนครั้งใหญ่หลังการเลือกตั้ง จึงได้ทยอยลาออกจากสมาชิก
.
อีกทั้งบางคนยังเคยรู้จักคุ้นเคยกับนายจุลพันธ์อยู่แล้วตั้งแต่สมัยที่เคยเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน จึงมองว่าไม่มีปัญหาในการทำงานขับเคลื่อนด้านแรงงานต่อไป ขณะที่พรรคประชาชนเองก็ได้มีสมาชิกรุ่นใหม่เข้ามาหมุนเวียนทำงานในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง
.
ก่อนหน้านี้ ได้เคยมีการย้ายเข้าร่วมงานกับรัฐบาลในลักษณะเดียวกันมาก่อนแล้ว เช่น นายปารมี ไวจงเจริญ หรือ “ครูจวง” ซึ่งเคยเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ปีกการศึกษาของพรรคก้าวไกล ที่ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ ตามการทาบทามของ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีต สส. พรรคเพื่อไทย ให้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา
.
ยังมีจุดที่น่าสังเกตด้วยว่า อดีต สส. บางคนในกลุ่มดังกล่าว มีเงื่อนไขของคดี 44 สส. ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดในกรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สมัยพรรคก้าวไกล ที่ล่าสุดศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งหากมีคำพิพากษาว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมจริง อาจส่งผลกระทบสูงสุดถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
.

.
ธปท.เผย ศก.ชะลอตัว ขาดดุล2.4แสนท่องเที่ยว-บริโภคเอกชนวูบ ได้ส่งออกเทคโนโลยี-ยานยนต์ช่วย
https://www.matichon.co.th/economy/news_5740470
.
ธปท.เผยศก.ชะลอ ขาดดุล2.4แสนล. ท่องเที่ยว-บริโภคเอกชนวูบ ได้ส่งออกเทคโนโลยี-ยานยนต์ช่วย วิสาขบูชาสะพัด4.5พันล.
.
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และโฆษก (ธปท.) เปิดเผยรายงานเศรษฐกิจและการเงินของประเทศเทศไทยประจำเดือนเมษายน ปี 2569 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมว่า สภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมเดือนเมษายนเริ่มชะลอตัวสาเหตุสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีอัตราการเติบโตนักท่องเที่ยวลดลง 3.9% จากเดือนมีนาคม กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้
.
เช่น จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย ชะลอตัวลง ประกอบกับสายการบินหลายแห่งจำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินลงเพื่อบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำจากผลกระทบของสงคราม สอดคล้องกับการบริโภคสินค้าและบริการในภาคเอกชนที่หดตัว 2.1% หมวดสินค้าไม่คงทนอย่างสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
.
เนื่องจากผู้บริโภคได้เร่งซื้อไปแล้วในเดือนก่อน รวมถึงประชาชนเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการเดินทางเพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ตลอดจนชะลอการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารลง ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากความกังวลด้านค่าครองชีพ ด้านการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลง 5.0% จากการลดลงของการลงทุนในหมวดเครื่องจักร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และยานพาหนะ อย่างไรก็ดี การลงทุนในภาคก่อสร้างยังคงขยายตัวได้เล็กน้อย โดยเฉพาะโครงการอาคารชุด โรงแรม และอาคารพาณิชย์
.
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า แม้ว่าปัจจัยภายในประเทศจะชะลอตัว แต่ภาคการส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่เติบโตได้ 1.3% จากเดือนก่อนหน้า นำโดยกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวดีในตลาดสหรัฐฯ จีน และสิงคโปร์ รวมถึงหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน ตลอดจนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีอุปสงค์ต่อเนื่องจากประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ตาม มูลค่าการนำเข้าสินค้า (ไม่รวมทองคำ) กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 16.5% จากการเร่งนำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ รวมถึงการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันเพื่อรองรับภาคการส่งออก และการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากประเทศจีน ขณะที่การใช้จ่ายของภาครัฐยังคงมีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลกลางมีการใช้จ่ายขยายตัว 12.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน
.
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า สำหรับภาคอุปทานและการผลิต การผลิตภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมยังคงทรงตัว โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ ยาง และพลาสติกปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางการส่งออก แต่หมวดเคมีภัณฑ์จำพวกปุ๋ยเคมีปรับลดลงเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมน้ำตาลที่หดตัวหลังจากเร่งผลิตไปมากแล้ว ทางด้านภาคบริการปรับลดลง 0.8% ตามภาวะการท่องเที่ยวที่ซบเซา แต่กิจกรรมการขนส่งสินค้าปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าและการส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าหลังงาน Motor Show ในส่วนของภาคเกษตรกรรม รายเกษตรกรขยายตัว 4.4% จากระยะเดียวกันปีก่อน เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ปาล์มน้ำมันและยางพาราปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด ตลอดจนปริมาณผลผลิตทุเรียนและยางพาราที่ยังคงขยายตัวได้ดี
.
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวกและปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.89% จากระยะเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาหมวดพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับราคาอาหารสดที่แพงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศร้อนส่งผลให้ผลผลิตลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.83% จากการทยอยส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังหมวดอาหารสำเร็จรูปและค่าโดยสารสาธารณะ อย่างไรก็ดี ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนนี้กลับมาขาดดุลสูงถึง 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.4แสนล้านบาท) จากดุลการค้าที่ขาดดุลตามมูลค่าการนำเข้าน้ำมันและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับดุลบริการที่รายรับจากการท่องเที่ยวลดลงตามฤดูกาล

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าการใช้จ่ายช่วงวันวิสาขบูชา ปี 2569 วันที่ 31 พฤษภาคม น่าจะคึกคักกว่าปี 2568 และเงินสะพัดขยายตัวกว่า 5% หรือมีมูลค่าใช้จ่าย 4,000-4,500 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจาก 1. วันหยุดต่อเนื่อง ตั้งแต่30 พฤษภาคมถึง 3 มิถุนายน 2. ความรู้สึกผ่อนคลายจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 3. เริ่มมาตรการกระตุ้นไทยช่วยไทยพลัส 4. เป็น
.

.
“ญี่ปุ่น” วิกฤตหนัก ประชากรลดฮวบ 3 ล้านคนใน 5 ปี ทุบสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
.
ข้อมูลสำมะโนประชากรของญี่ปุ่นที่เปิดเผยในวันนี้ (29 พฤษภาคม) ระบุว่า จำนวนประชากรของญี่ปุ่นลดลงถึง 2.5% ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความพยายามในการแก้ไขปัญหาวิกฤตประชากร
.
ผลการสำรวจสำมะโนประชากรเบื้องต้น ซึ่งจัดทำขึ้นทุก ๆ 5 ปี พบว่าในปี 2568 ประชากรญี่ปุ่นลดลงเหลือ 123 ล้านคน ซึ่งหายไปกว่า 3 ล้านคนเมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2563 การลดลงครั้งนี้ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำสำรวจครั้งแรกในปี 2463 และมากกว่าช่วงปี 2558 – 2563 ถึง 3 เท่าตัว
.
นายมิโนรุ คิฮาระ โฆษกระดับสูงของรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าการลดลงของประชากรในญี่ปุ่นกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น
.
ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลกและกำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าการเปิดรับผู้อพยพมักจะถูกนำเสนอว่าเป็นทางออกหนึ่งของปัญหาประชากรหดตัว แต่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กลับมีท่าทีผลักดันมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมการไหลเข้าของชาวต่างชาติ
.
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยในปี 2568 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 705,809 คนเท่านั้น
.
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลทั้งในระดับส่วนกลางและระดับท้องถิ่นได้พยายามใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนแต่งงานและมีบุตร แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงอยู่ในวงจำกัด มาตรการเหล่านี้รวมถึงการเปิดตัวแอปพลิเคชันหาคู่ การเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับเลี้ยงดูบุตร และการให้เงินสนับสนุนในช่วงที่พ่อแม่ลาไปดูแลบุตรที่เพิ่งคลอด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่