ทำไมเมกาต้องถนุถนอม ซาอุ เหมือนไข่ในหิน ..
ทรัมป์ได้ ปธน ครั้งที่ 2 ไปเยือนซาอุทันที ลงนามลงทุน มูลค่าสูงถึง 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรืออาจสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในบางโครงการความร่วมมือ ซึ่งเน้นไปที่การจัดซื้ออาวุธล้ำสมัย
และเทคโนโลยี, AI และภาคพลังงาน เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรและความมั่นคง
ซาอุดีอาระเบีย มหาอำนาจน้ำมัน ที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ /โดย ลงทุนแมน
https://www.longtunman.com/59597
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
การเดินทางเยือนตะวันออกกลางของทรัมป์ พร้อมกับผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ มากมาย
เป็นที่จับตามองของทั่วโลก ในช่วงที่ผ่านมา เพราะหากไม่นับการเดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
การเดินทางเยือนตะวันออกกลางครั้งนี้ จะเป็นการเดินทางออกนอกประเทศ เป็นทางการครั้งแรก
ในสมัยที่ 2 ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ตอกย้ำถึงความสำคัญของตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซาอุดีอาระเบีย ที่ทรัมป์เดินทางเยือนเป็นประเทศแรก
ทำไม ซาอุดีอาระเบีย ถึงเป็นประเทศที่น่าจับตามอง และสหรัฐฯ ให้ความสำคัญ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นประเทศที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมน้ำมัน มาอย่างยาวนาน เพราะเป็นประเทศที่
มีปริมาณน้ำมันสำรอง มากเป็นอันดับ 2 ของโลก
และเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ผ่านบริษัทที่มีชื่อว่า Saudi Aramco รวมถึงเป็นพี่ใหญ่
ของกลุ่ม OPEC หรือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ที่มีสมาชิกกว่า 12 ประเทศ
นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบีย ยังถือเป็นชาติที่มีบทบาทมากมายในหลายแง่มุม
ตัวอย่างเช่น ด้านความเชื่อทางศาสนา ซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศที่เป็นผู้นำของโลกมุสลิม นิกายซุนนี
และเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีสำคัญของศาสนาอิสลามมากมาย อย่างเช่น พิธีฮัจญ์
ในมุมของภูมิรัฐศาสตร์ ซาอุดีอาระเบีย ก็เป็นประเทศผู้นำของโลกอาหรับ ที่มีบทบาทสำคัญในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายได้หลักอย่างอุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุดีอาระเบียนั้น กำลังถูกสั่นคลอน
และต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย
ทั้งราคาน้ำมันที่ผันผวน และโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้พลังงานสะอาด เริ่มเข้ามามีบทบาท
โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า
ไปจนถึงเทคโนโลยี Shale Oil ที่สหรัฐฯ พัฒนาจนสำเร็จ จนกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
ก็ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทำให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย พยายามที่จะลดการพึ่งพาน้ำมันลง เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
โดยเจ้าชาย Mohammed bin Salman มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ออกแผน
Vision 2030 มา เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านนี้
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายรายได้ไปยังด้านอื่น ๆ นอกจากน้ำมัน เช่น การท่องเที่ยว, โลจิสติกส์, การเงิน, เทคโนโลยี
ซึ่งโครงการ The Line ในเมือง Neom ที่เป็นเมืองเส้นตรงที่มีชื่อเสียง ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน Vision 2030 เช่นกัน
นอกจากนี้ เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบีย ก็ได้มีการประกาศก่อสร้างท่าอากาศยาน King Salman ในกรุงริยาด
โดยมุ่งหวังให้เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเปิดใช้งาน รองรับการเดินทางทางอากาศ
ที่ผ่านมา หลายประเทศในตะวันออกกลาง ได้ใช้ตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปเอเชีย และทวีปยุโรป
เพื่อให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของการเดินทาง
ตัวอย่างเช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และตุรกี ที่ต่างก็มีทั้งสนามบินขนาดใหญ่ และมีสายการบินประจำชาติ
คอยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง 2 ทวีป มาอย่างยาวนาน
และในตอนนี้ ซาอุดีอาระเบีย ก็มองเห็นและกำลังใช้ข้อได้เปรียบเดียวกันนี้ ในการเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางของการ
เดินทางทางอากาศในภูมิภาคเช่นกัน
และล่าสุด กับการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของคณะประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้น ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดดีลการค้า
และการลงทุนในหลัก “สิบล้านล้านบาท” แล้ว
ยังทำให้เห็นถึงความพยายามที่จะพัฒนาด้าน AI ของซาอุดีอาระเบียด้วย
โดยในทริปนี้ มีดีลหลายอย่าง ที่บริษัทจากสหรัฐฯ ทำร่วมกับ Humain สตาร์ตอัปด้าน AI ที่ได้รับการสนับสนุน
จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย หรือ PIF
ตัวอย่างเช่น
- NVIDIA ผู้นำด้านชิป AI ของสหรัฐฯ ที่ประกาศขายชิป “Blackwell” ให้แก่ Humain กว่า 18,000 ชิ้น
- Amazon Web Services (AWS) ได้ประกาศความร่วมมือกับ Humain ในการสร้าง AI Zone โดยมีงบประมาณไม่ต่ำกว่า 160,000 ล้านบาท
- AMD ผู้พัฒนาชิปชั้นนำของสหรัฐฯ ประกาศความร่วมมือกับ Humain ในการก่อสร้าง AI Infrastructure ภายใต้งบประมาณกว่า 330,000 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า ซาอุดีอาระเบีย เป็นอีกชาติหนึ่งที่กำลังลงทุนด้าน AI อย่างหนัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ในการแข่งขัน ในโลกยุคที่นับวัน AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ซึ่งทั้งการลงทุนด้านการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และ AI นั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามเปลี่ยนผ่าน
เศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบีย และซาอุดีอาระเบีย ยังได้มีการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อเอื้อต่อการลงทุนทำธุรกิจ
ไปจนถึงกฎหมายด้านสิทธิสตรี เพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ คือเรื่องราวความน่าสนใจของซาอุดีอาระเบีย ประเทศมหาอำนาจด้านน้ำมัน ที่กำลังพยายามเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ
ให้พึ่งพาน้ำมันลดลง
และหันไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอื่น ๆ ซึ่งก็น่าจับตามองว่า ในวันข้างหน้าประเทศมหาอำนาจด้านน้ำมันแห่งนี้
จะขับเคลื่อนไปในทิศทางไหน
และที่สำคัญ มีกรณีไหนบ้าง ที่ประเทศไทย จะดึงมาใช้เป็นบทเรียนได้ ในวันที่อุตสาหกรรมดั้งเดิมหลาย ๆ อย่างของไทย
ก็กำลังสั่นคลอนเช่นกัน..
มูลค่าสูงลงทุนสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์ .. เป็นข้อตกลงที่ซาอุฯ ตกลงลงทุนในสหรัฐฯ ตลอดช่วงเวลา
ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยแลกกับการจัดหาอาวุธล้ำสมัย
การขายอาวุธ .. ในการเดินทางเยือนซาอุฯ ทรัมป์ปิดดีลขายเครื่องบินขับไล่และอาวุธมูลค่ามหาศาล
รวมถึงรายงานเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ 48 ลำ และมูลค่าดีลอาวุธเฉพาะบางส่วนที่สูงถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในเทคโนโลยีและภาคส่วนอื่น .. เม็ดเงินส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือด้าน AI,
โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร และเทคโนโลยี รวมถึงบริษัทด้านเทคโนโลยีอย่าง Google, Oracle, AMD และ Uber
ซาอุ ก็ต้องการ การคุ้มกันจากเมกา เพราะ อิทธิพลของอิหร่าน น่ากลัวมาก
เดาว่า .. กุญแจสำคัญในการรักษา
ระบบเปโตรดอลลาร์ ก็คือ ประธาน OPEC ซาอุ ที่กำหนดให้ใช้ ดอลลาร์ซื้อขายน้ำมันดิบเท่านั้น รึป่าว ?
รู้จัก “ระบบเปโตรดอลลาร์” เมื่อทั้งโลกซื้อขายน้ำมัน ด้วยดอลลาร์สหรัฐ เพียงสกุลเงินเดียว
https://www.longtunman.com/36878
ผมดูจากคลิปนี้ เข้าใจง่ายเลย
เรื่องการลงทุน 6 แสนล้าน ..
จากทริปเดียวไปเยือน 3 ประเทศ:
ซาอุดิอาราเบีย - 600,000 ล้านดอลลาร์
กาตาร์ - 1.2 ล้านล้านดอลลาร์
อาบูดาบี - 1.4 ล้านล้านดอลลาร์
ทำไมเมกาต้องถนุถนอม ซาอุ เหมือนไข่ในหิน
ทรัมป์ได้ ปธน ครั้งที่ 2 ไปเยือนซาอุทันที ลงนามลงทุน มูลค่าสูงถึง 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรืออาจสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในบางโครงการความร่วมมือ ซึ่งเน้นไปที่การจัดซื้ออาวุธล้ำสมัย
และเทคโนโลยี, AI และภาคพลังงาน เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรและความมั่นคง
ซาอุดีอาระเบีย มหาอำนาจน้ำมัน ที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ /โดย ลงทุนแมน
https://www.longtunman.com/59597
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มูลค่าสูงลงทุนสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์ .. เป็นข้อตกลงที่ซาอุฯ ตกลงลงทุนในสหรัฐฯ ตลอดช่วงเวลา
ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยแลกกับการจัดหาอาวุธล้ำสมัย
การขายอาวุธ .. ในการเดินทางเยือนซาอุฯ ทรัมป์ปิดดีลขายเครื่องบินขับไล่และอาวุธมูลค่ามหาศาล
รวมถึงรายงานเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ 48 ลำ และมูลค่าดีลอาวุธเฉพาะบางส่วนที่สูงถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในเทคโนโลยีและภาคส่วนอื่น .. เม็ดเงินส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือด้าน AI,
โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร และเทคโนโลยี รวมถึงบริษัทด้านเทคโนโลยีอย่าง Google, Oracle, AMD และ Uber
ซาอุ ก็ต้องการ การคุ้มกันจากเมกา เพราะ อิทธิพลของอิหร่าน น่ากลัวมาก
เดาว่า .. กุญแจสำคัญในการรักษา ระบบเปโตรดอลลาร์ ก็คือ ประธาน OPEC ซาอุ ที่กำหนดให้ใช้ ดอลลาร์ซื้อขายน้ำมันดิบเท่านั้น รึป่าว ?
รู้จัก “ระบบเปโตรดอลลาร์” เมื่อทั้งโลกซื้อขายน้ำมัน ด้วยดอลลาร์สหรัฐ เพียงสกุลเงินเดียว
https://www.longtunman.com/36878
ผมดูจากคลิปนี้ เข้าใจง่ายเลย
เรื่องการลงทุน 6 แสนล้าน ..
จากทริปเดียวไปเยือน 3 ประเทศ:
ซาอุดิอาราเบีย - 600,000 ล้านดอลลาร์
กาตาร์ - 1.2 ล้านล้านดอลลาร์
อาบูดาบี - 1.4 ล้านล้านดอลลาร์