จะทำ "บัลลงดอร์ 2006" เลยไปดูทุกเกมที่อิตาลีลงเล่นย้อนหลังใน FIFA+ จนพบว่ามีหลายสิ่งที่น่าสนใจ
ใครอยากรู้ "มาเตรัซซี่"พูดอะไรลงไปอ่านตรงนัดชิง
ส่วนผล "บัลลงดอร์ 2006" ก็ต่อท้าย เพราะปีนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
สรุป อิตาลี แชมป์โลกปี 2006
1. ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เล่นได้ยอดเยี่ยมมากทุกเกม ตัดบอลจากคู่ต่อสู้ได้ตลอด
2. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน ในแต่ละเกมมีจังหวะถูกยิงน้อยมาก แต่ถ้าคู่ต่อสู้มีโอกาส "บุฟฟ่อน" ก็เซฟได้ตลอด
3. อันเดรีย ปีร์โล่ เคลื่อนที่ตลอดเวลา เป็นคนที่ทำให้ทั้งทีมเล่นง่าย ทั้งตัดบอลจากคู่ต่อสู้ และทำเกม คอยอยู่หน้ากรอบเขตโทษทั้งสองฝั่ง
4. ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ในบอลโลก 2006 ทำได้แค่จ่ายบอล และเก็บบอลคอยเรียกฟาล์วเท่านั้น ที่เด็ดที่ขาดไม่มี
5. เดล ปิเอโร่ ถูกวางตำแหน่งให้เล่นเป็นปีกซ้าย จะถูกส่งลงมาช่วยครึ่งหลัง
6. วินเซนโซ่ ยาควินต้า ถูกวางตำแหน่งให้เล่นเป็นปีกขวา จะถูกส่งลงมาช่วยครึ่งหลัง ตัวสำรองตัวเลือกแรก
7. กองหน้า 6 คน ทำประตูได้คนละนัด
8. จากประตูทั้งหมด 12 ประตูที่ทำได้ มาจากลูกตั้งเตะ 6 ประตู (เตะมุม 4, ฟรีคิก 1, และจุดโทษ 1)
นัดที่ 1 กลุ่ม E : อิตาลี 2 - 0 กาน่า
แผนการเล่นต้นเกม : 4-3-1-2
แผนการเล่นครึ่งหลัง : 4-4-2
สรุปรูปเกม
ตัวผู้เล่นอิตาลีเหนือกว่าเยอะ ไม่มีอะไรลำบาก แต่กองหน้าใช้โอกาสเปลือง ครึ่งหลัง "ต็อตติ" โดนเข้าหนักเลยเปลี่ยนออกนาที่ 56 "คาโมราเนซี่" ลงมาแทนเล่นเป็นปีกขวา
ประตู 1-0 นาที 40 ลูกสูตรจากเตะมุม "ต็อตติ"จ่ายบอลเลียดพื้นให้ "ปีร์โล่" หน้ากรอบเขตโทษเข้าไป
ประตู 2-0 นาที 83 ปีร์โล่ ตัดบอลได้จากแดนตัวเองโยนยาว "คุฟฟูร์" จับบอลพลาด "ยาควินต้า" แย่งบอลได้แลัวลากไปยิง
นัดที่ 2 กลุ่ม E : อิตาลี 1 - 1 อเมริกา
แผนการเล่นต้นเกม : 4-3-1-2
แผนการเล่นตอนอิตาลีเหลือ 10 คน : 4-3-2
แผนการเล่นครึ่งหลังอเมริกาเหลือ 10 คนเท่ากัน : 3-3-3
สรุปรูปเกม
แผงกลางอิตาลี 3 คน โดนกองกลางอเมริกา 4 คน วิ่งไล่บี้ต่อบอลกันลำบาก แต่ได้ประตูนำจากฟรีคิก แล้ว "ซัคคาร์โด้" พลาดเตะเข้าประตูตัวเอง
นาที 28 เหลือ 10 คน "เด รอสซี่" กางศอกใส่ผู้เล่นอเมริกา เลยต้องส่ง "กัตตูโซ่" ลงมาแทน ต็อตติ" นาที 35 การวิ่งไปทั่วของ "กัตตูโซ่" ทำให้ทีมไม่เสียเปรียบมาก
ก่อนจบครึ่งแรก "อเมริกา" เข้าหนักเหลือ 10 คนบ้าง พอมาครึ่งหลัง อิตาลี เลยส่ง "เดล ปิเอโร่" เป็นกองหน้าฝั่งซ้าย และ "ยาควินต้า" เป็นกองหน้าฝั่งขวา แต่ก็ทำประตูไม่ได้
ประตู 1-0 นาที 22 จากลูกฟรีคิก "ปีร์โล่" เปิดโค้งๆให้ "จิลาร์ดิโน่" ทิ้งตัวโหม่งง่ายๆเข้าไป
นัดที่ 3 กลุ่ม E : อิตาลี 2 - 0 เช็ก
แผนการเล่นต้นเกม : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
เกมนี้อิตาลีส่ง "คาโมราเนซี่" มาเป็นปีกขวา คอยวิ่งช่วยต่อบอล กลางเช็กที่วัย 31 ปีขึ้นทั้ง "เนดเวด" และ "โพบอร์สกี" ช่วยไม่ไหว
ก่อนจบครึ่งแรกกลางรับเช็กโดนไล่ออกอีก อิตาลี เลยเล่นสบายๆจบเกมที่ 2-0
เกมนี้เนสต้า เจ็บนาทีที่ 17 จนต้องส่ง "มาเตรัซซี่" มาแทน
ประตู 1-0 นาที 26 จากลูกเตะมุม "ต็อตติ" เปิดโด่งให้ "มาเตรัซซี่" ใช้ความสูงขึ้นโหม่งง่ายๆ
ประตู 2-0 นาที 87 "ซิโมเน่ แปร์ร็อตต้า" ปีกซ้ายตัวจริงตัดบอลได้ แล้วแทงให้ "ฟิลิปโป้ อินซากี้" หลุดเดี่ยวไปยิง
รอบ 16 ทีม : อิตาลี 1 - 0 ออสเตรเลีย
แผนการเล่นต้นเกม : 4-3-3
แผนการเล่นตอนเหลือ 10 คน : 4-3-2
สรุปรูปเกม
เมื่อเกมที่แล้วให้โอกาส "ต็อดติ" 90 นาทีแล้วไม่พอใจ เกมนี้เล่น 4-3-3 แบบยูเวนตุสชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก 1995/96 ไปเลย
เดล ปิเอโร่ ก็ได้เล่นฝั่งซ้ายตามที่ถนัด แต่ก็ยังไม่มีประตู แถมนาที 50 "มาเตรัซซี่" โดนไล่ออก จนต้องถอดกองหน้าออก 1 คน ส่ง "บาร์ซาญี" มาแทน
คันนาวาโร่ เล่น 2 นัดต้องเล่นกับเซ็นเตอร์ถึง 3 คน ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับกองหลัง แต่ก็ยังเก็บคลีนซีทได้
นาที 75 ส่ง "ต็อตติ" มาแทน "เดล ปิเอโร่" หวังพึ่งการจ่ายบอล และยิงไกล
นาที 90+2 นาทีสุดท้ายชองการทดเวลา "ต็อตติ" ลงไปเอาบอลกลางสนาม ผู้เล่นออสเตรเลีย ปล่อยให้ "ต็อตติ" เลือกเลยจะส่งบอลให้ใคร
ต็อตติ เลยเลือก "กรอสโซ่" แบ็กซ้ายที่มีคนประกบเพียงคนเดียว แล้ว "กรอสโซ่" ก็เลี้ยงบอลไปเอาจุดโทษมาได้
ประตู 1-0 นาที 90+5 ต็อตติ อัดลูกจุดโทษเต็มแรงเป็นประตูชัย
รอบ 8 ทีม : อิตาลี 3 - 0 ยูเครน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
ลิปปี้ ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเล่น 4-2-3-1 เป็นหลัก เกมผ่านไป 6 นาที "ซามบร็อตต้า" ลากไปยิงดื้อๆ อิตาลี นำ 1 - 0 เกมเลยง่าย
แต่ที่ "กัตตูโซ่" ได้ผู้เล่นยอดเยี่ยมจากฟีฟ่า เพราะเขาตัดบอลก่อนถึง "เซฟเชนโก้" ได้ตลอดจน "อิตาลี" ผ่านไปได้แบบสบายๆ
ประตู 1-0 นาที 6 ต็อตติ แตะบอลให้ "ซามบร็อตต้า" ลากไปยิงหน้ากรอบเขตโทษ
ประตู 2-0 นาที 59 เล่นเตะมุมสั้น จบที่ "ต็อตติ" หยอดบอลให้ "ลูก้า โทนี่" โหม่ง
ประตู 3-0 นาที 69 ซามบร็อตต้า ลากจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ จ่ายเข้ากลางไปให้ "ลูก้า โทนี่" เข้าฮอส
รูป 11 ตัวจริงที่ "มาร์เซโล่ ลิปปี้" เลือกแล้วตั้งแต่รอบ 8 ทีม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รอบรองชนะเลิศ : อิตาลี 2-0 เยอรมัน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
เป็นเกมที่ดีที่สุดในบอลโลก 2006 สู้กันดุเดือดผลัดกันรุกรับ มีให้ดูในยูทูปของฟีฟ่า
ประตู 1-0 นาที 119 จากลูกเตะมุม เยอรมันสกัดมาเข้าทาง "ปีร์โล่" เลยดึงจังหวะแล้วจ่ายแบบไม่มองให้ "กรอสโซ่" ยิง
ประตู 2-0 นาที 120+1 ประตูยอดเยี่ยมของบอลโลก 2006 คันนาวาโร่ ตัดบอลได้, ต็อตติ มาแย่งบอลแทงไปให้ "จิลาร์ดิโน่" ดึงจังหวะหลอกผู้เล่นเยอรมัน รอ "เดล ปิเอโร่" มายิงตรงมุมที่ถนัดที่สุด คือ ฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ
รอบชิงชนะเลิศ : อิตาลี 1-1 ฝรั่งเศส อิตาลี ชนะจุดโทษ 5-3
แผนการเล่น : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
เป็นเกมที่มผู้เล่นทั้งสองทีมต่างมีทักษะที่ยอดเยี่ยมงัดออกมาใช้กันอย่างไม่หยุด มีการฟาล์วบ่อยทั้งสองฝั่ง
อิตาลี เสียจุดโทษนาทีที่ 5 ซีดาน ใช้การยิงแบบ "ปาเนนก้า" และในนาทีที่ 19 มาเตรัซซี่ ใช้ความสูงให้เป็นประโยชน์โหม่งตีเสมอ
นาที 60 อิตาลี เอา "เด รอสซี่" แทน "ต็อตติ" ดัน "ปีร์โล่" ยืน กลางรุกเต็มตัว ค่อยแทงบอลให้ "ยาควินต้า" ปีกขวา และ "เดล ปิเอโร่" ปีกซ้ายที่ลงมาช่วงครึ่งหลัง
นาที 110 เรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากการสัมภาษณ์ของ "มาเตรัซซี่" เขาดึงเสื้อ "ซีดาน" จน "ซีดาน" รู้สึกรำคาญและพูดว่า
ซีดาน : อยากได้เสื้อหรือ เดี๋ยวจะเอาให้
มาเตรัซซี่ : ไม่เอา อยากได้น้องสาวแกต่างหาก
ซีดานเลยโมโหโหม่ง "มาเตรัซซี่" เขาที่อกจนโดนไล่ออก
นักข่าวไปถามกับซีดานกว่านี้จริงไหม ซีดานก็ตอบว่าประมาณนั้น
และถึงช่วงจุดโทษ อิตาลี ยิงได้เข้าครบ 5 คน ส่วน "เทรเซเก้" ยิงชนคาน แชมป์โลกเลยเป็นของอิตาลี
ประตู 1-1 นาที่ 19 ปีร์โล่ เปิดลูกเตะมุมให้ "มาเตรัซซี่" โหม่ง
ลิงค์ข่าวมาเตรัซซี่กับซีดาน
https://www.theguardian.com/football/2006/sep/05/newsstory.sport15
งั้นสรุป "บัลลงดอร์ 2006" ไปเลย เพราะไม่มีอะไรเล่าแล้ว
อันดับ 1 ฟาบิโอ คันนาวาโร่ นักข่าวลงคะแนน 42 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 20 คน อันดับ 2 มี 12 คน
อันดับ 2 จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นักข่าวลงคะแนน 32 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 14 คน อันดับ 2 มี 6 คน
อันดับ 3 เธี่ยรี่ อองรี นักข่าวลงคะแนน 36 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 6 คน อันดับ 2 มี 15 คน
ผลงานพาฝรั่งเศสเข้าชิงบอลโลก และพาอาร์เซน่อล เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ยิงรีล มาดริดรอบ 16 ทีม กับยูเวนตุส รอบ 8 ทีม
อันดับ 4 โรนัลดินโญ่ นักข่าวลงคะแนน 28 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 2 คน อันดับ 2 มี 5 คน
ผลงานพาบาร์เซโลน่าเป็น "แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับลาลีกา 2005/06" และทำไป 26 ประตูตลอดฤดูกาล
อันดับ 5 ซีดาน นักข่าวลงคะแนน 22 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 6 คน อันดับ 2 มี 4 คน
นักเตะยอดเยี่ยมบอลโลก 2006 ที่จริงอันดับน่าจะดีกว่านี้ แต่เพราะโหม่ง "มาเตรัซซี่" คนลงคะแนนให้เลยหายไปเยอะ
อันดับ 6 ซามูเอล เอโต้ นักข่าวลงคะแนน 26 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 2 คน อันดับ 2 มี 3 คน
ผลงานพาบาร์เซโลน่าเป็น "แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับลาลีกา 2005/06" และทำไป 34 ประตูตลอดฤดูกาล
บัลลงดอร์ 1999 :
https://pantip.com/topic/43714757
บัลลงดอร์ 2000 :
https://pantip.com/topic/43718031
บัลลงดอร์ 2001 :
https://pantip.com/topic/43224145
บัลลงดอร์ 2002 :
https://pantip.com/topic/43751116
บัลลงดอร์ 2003 :
https://pantip.com/topic/43752562
บัลลงดอร์ 2004 :
https://pantip.com/topic/43756783
บัลลงดอร์ 2005 :
https://pantip.com/topic/44024099
[AZZURRI] อิตาลี ในบอลโลก 2006 & มาเตรัซซี่พูดอะไร
ใครอยากรู้ "มาเตรัซซี่"พูดอะไรลงไปอ่านตรงนัดชิง
ส่วนผล "บัลลงดอร์ 2006" ก็ต่อท้าย เพราะปีนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
สรุป อิตาลี แชมป์โลกปี 2006
1. ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เล่นได้ยอดเยี่ยมมากทุกเกม ตัดบอลจากคู่ต่อสู้ได้ตลอด
2. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน ในแต่ละเกมมีจังหวะถูกยิงน้อยมาก แต่ถ้าคู่ต่อสู้มีโอกาส "บุฟฟ่อน" ก็เซฟได้ตลอด
3. อันเดรีย ปีร์โล่ เคลื่อนที่ตลอดเวลา เป็นคนที่ทำให้ทั้งทีมเล่นง่าย ทั้งตัดบอลจากคู่ต่อสู้ และทำเกม คอยอยู่หน้ากรอบเขตโทษทั้งสองฝั่ง
4. ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ในบอลโลก 2006 ทำได้แค่จ่ายบอล และเก็บบอลคอยเรียกฟาล์วเท่านั้น ที่เด็ดที่ขาดไม่มี
5. เดล ปิเอโร่ ถูกวางตำแหน่งให้เล่นเป็นปีกซ้าย จะถูกส่งลงมาช่วยครึ่งหลัง
6. วินเซนโซ่ ยาควินต้า ถูกวางตำแหน่งให้เล่นเป็นปีกขวา จะถูกส่งลงมาช่วยครึ่งหลัง ตัวสำรองตัวเลือกแรก
7. กองหน้า 6 คน ทำประตูได้คนละนัด
8. จากประตูทั้งหมด 12 ประตูที่ทำได้ มาจากลูกตั้งเตะ 6 ประตู (เตะมุม 4, ฟรีคิก 1, และจุดโทษ 1)
นัดที่ 1 กลุ่ม E : อิตาลี 2 - 0 กาน่า
แผนการเล่นต้นเกม : 4-3-1-2
แผนการเล่นครึ่งหลัง : 4-4-2
สรุปรูปเกม
ตัวผู้เล่นอิตาลีเหนือกว่าเยอะ ไม่มีอะไรลำบาก แต่กองหน้าใช้โอกาสเปลือง ครึ่งหลัง "ต็อตติ" โดนเข้าหนักเลยเปลี่ยนออกนาที่ 56 "คาโมราเนซี่" ลงมาแทนเล่นเป็นปีกขวา
ประตู 1-0 นาที 40 ลูกสูตรจากเตะมุม "ต็อตติ"จ่ายบอลเลียดพื้นให้ "ปีร์โล่" หน้ากรอบเขตโทษเข้าไป
ประตู 2-0 นาที 83 ปีร์โล่ ตัดบอลได้จากแดนตัวเองโยนยาว "คุฟฟูร์" จับบอลพลาด "ยาควินต้า" แย่งบอลได้แลัวลากไปยิง
นัดที่ 2 กลุ่ม E : อิตาลี 1 - 1 อเมริกา
แผนการเล่นต้นเกม : 4-3-1-2
แผนการเล่นตอนอิตาลีเหลือ 10 คน : 4-3-2
แผนการเล่นครึ่งหลังอเมริกาเหลือ 10 คนเท่ากัน : 3-3-3
สรุปรูปเกม
แผงกลางอิตาลี 3 คน โดนกองกลางอเมริกา 4 คน วิ่งไล่บี้ต่อบอลกันลำบาก แต่ได้ประตูนำจากฟรีคิก แล้ว "ซัคคาร์โด้" พลาดเตะเข้าประตูตัวเอง
นาที 28 เหลือ 10 คน "เด รอสซี่" กางศอกใส่ผู้เล่นอเมริกา เลยต้องส่ง "กัตตูโซ่" ลงมาแทน ต็อตติ" นาที 35 การวิ่งไปทั่วของ "กัตตูโซ่" ทำให้ทีมไม่เสียเปรียบมาก
ก่อนจบครึ่งแรก "อเมริกา" เข้าหนักเหลือ 10 คนบ้าง พอมาครึ่งหลัง อิตาลี เลยส่ง "เดล ปิเอโร่" เป็นกองหน้าฝั่งซ้าย และ "ยาควินต้า" เป็นกองหน้าฝั่งขวา แต่ก็ทำประตูไม่ได้
ประตู 1-0 นาที 22 จากลูกฟรีคิก "ปีร์โล่" เปิดโค้งๆให้ "จิลาร์ดิโน่" ทิ้งตัวโหม่งง่ายๆเข้าไป
นัดที่ 3 กลุ่ม E : อิตาลี 2 - 0 เช็ก
แผนการเล่นต้นเกม : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
เกมนี้อิตาลีส่ง "คาโมราเนซี่" มาเป็นปีกขวา คอยวิ่งช่วยต่อบอล กลางเช็กที่วัย 31 ปีขึ้นทั้ง "เนดเวด" และ "โพบอร์สกี" ช่วยไม่ไหว
ก่อนจบครึ่งแรกกลางรับเช็กโดนไล่ออกอีก อิตาลี เลยเล่นสบายๆจบเกมที่ 2-0
เกมนี้เนสต้า เจ็บนาทีที่ 17 จนต้องส่ง "มาเตรัซซี่" มาแทน
ประตู 1-0 นาที 26 จากลูกเตะมุม "ต็อตติ" เปิดโด่งให้ "มาเตรัซซี่" ใช้ความสูงขึ้นโหม่งง่ายๆ
ประตู 2-0 นาที 87 "ซิโมเน่ แปร์ร็อตต้า" ปีกซ้ายตัวจริงตัดบอลได้ แล้วแทงให้ "ฟิลิปโป้ อินซากี้" หลุดเดี่ยวไปยิง
รอบ 16 ทีม : อิตาลี 1 - 0 ออสเตรเลีย
แผนการเล่นต้นเกม : 4-3-3
แผนการเล่นตอนเหลือ 10 คน : 4-3-2
สรุปรูปเกม
เมื่อเกมที่แล้วให้โอกาส "ต็อดติ" 90 นาทีแล้วไม่พอใจ เกมนี้เล่น 4-3-3 แบบยูเวนตุสชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก 1995/96 ไปเลย
เดล ปิเอโร่ ก็ได้เล่นฝั่งซ้ายตามที่ถนัด แต่ก็ยังไม่มีประตู แถมนาที 50 "มาเตรัซซี่" โดนไล่ออก จนต้องถอดกองหน้าออก 1 คน ส่ง "บาร์ซาญี" มาแทน
คันนาวาโร่ เล่น 2 นัดต้องเล่นกับเซ็นเตอร์ถึง 3 คน ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับกองหลัง แต่ก็ยังเก็บคลีนซีทได้
นาที 75 ส่ง "ต็อตติ" มาแทน "เดล ปิเอโร่" หวังพึ่งการจ่ายบอล และยิงไกล
นาที 90+2 นาทีสุดท้ายชองการทดเวลา "ต็อตติ" ลงไปเอาบอลกลางสนาม ผู้เล่นออสเตรเลีย ปล่อยให้ "ต็อตติ" เลือกเลยจะส่งบอลให้ใคร
ต็อตติ เลยเลือก "กรอสโซ่" แบ็กซ้ายที่มีคนประกบเพียงคนเดียว แล้ว "กรอสโซ่" ก็เลี้ยงบอลไปเอาจุดโทษมาได้
ประตู 1-0 นาที 90+5 ต็อตติ อัดลูกจุดโทษเต็มแรงเป็นประตูชัย
รอบ 8 ทีม : อิตาลี 3 - 0 ยูเครน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
ลิปปี้ ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเล่น 4-2-3-1 เป็นหลัก เกมผ่านไป 6 นาที "ซามบร็อตต้า" ลากไปยิงดื้อๆ อิตาลี นำ 1 - 0 เกมเลยง่าย
แต่ที่ "กัตตูโซ่" ได้ผู้เล่นยอดเยี่ยมจากฟีฟ่า เพราะเขาตัดบอลก่อนถึง "เซฟเชนโก้" ได้ตลอดจน "อิตาลี" ผ่านไปได้แบบสบายๆ
ประตู 1-0 นาที 6 ต็อตติ แตะบอลให้ "ซามบร็อตต้า" ลากไปยิงหน้ากรอบเขตโทษ
ประตู 2-0 นาที 59 เล่นเตะมุมสั้น จบที่ "ต็อตติ" หยอดบอลให้ "ลูก้า โทนี่" โหม่ง
ประตู 3-0 นาที 69 ซามบร็อตต้า ลากจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ จ่ายเข้ากลางไปให้ "ลูก้า โทนี่" เข้าฮอส
รูป 11 ตัวจริงที่ "มาร์เซโล่ ลิปปี้" เลือกแล้วตั้งแต่รอบ 8 ทีม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
รอบรองชนะเลิศ : อิตาลี 2-0 เยอรมัน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
เป็นเกมที่ดีที่สุดในบอลโลก 2006 สู้กันดุเดือดผลัดกันรุกรับ มีให้ดูในยูทูปของฟีฟ่า
ประตู 1-0 นาที 119 จากลูกเตะมุม เยอรมันสกัดมาเข้าทาง "ปีร์โล่" เลยดึงจังหวะแล้วจ่ายแบบไม่มองให้ "กรอสโซ่" ยิง
ประตู 2-0 นาที 120+1 ประตูยอดเยี่ยมของบอลโลก 2006 คันนาวาโร่ ตัดบอลได้, ต็อตติ มาแย่งบอลแทงไปให้ "จิลาร์ดิโน่" ดึงจังหวะหลอกผู้เล่นเยอรมัน รอ "เดล ปิเอโร่" มายิงตรงมุมที่ถนัดที่สุด คือ ฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ
รอบชิงชนะเลิศ : อิตาลี 1-1 ฝรั่งเศส อิตาลี ชนะจุดโทษ 5-3
แผนการเล่น : 4-2-3-1
สรุปรูปเกม
เป็นเกมที่มผู้เล่นทั้งสองทีมต่างมีทักษะที่ยอดเยี่ยมงัดออกมาใช้กันอย่างไม่หยุด มีการฟาล์วบ่อยทั้งสองฝั่ง
อิตาลี เสียจุดโทษนาทีที่ 5 ซีดาน ใช้การยิงแบบ "ปาเนนก้า" และในนาทีที่ 19 มาเตรัซซี่ ใช้ความสูงให้เป็นประโยชน์โหม่งตีเสมอ
นาที 60 อิตาลี เอา "เด รอสซี่" แทน "ต็อตติ" ดัน "ปีร์โล่" ยืน กลางรุกเต็มตัว ค่อยแทงบอลให้ "ยาควินต้า" ปีกขวา และ "เดล ปิเอโร่" ปีกซ้ายที่ลงมาช่วงครึ่งหลัง
นาที 110 เรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากการสัมภาษณ์ของ "มาเตรัซซี่" เขาดึงเสื้อ "ซีดาน" จน "ซีดาน" รู้สึกรำคาญและพูดว่า
ซีดาน : อยากได้เสื้อหรือ เดี๋ยวจะเอาให้
มาเตรัซซี่ : ไม่เอา อยากได้น้องสาวแกต่างหาก
ซีดานเลยโมโหโหม่ง "มาเตรัซซี่" เขาที่อกจนโดนไล่ออก
นักข่าวไปถามกับซีดานกว่านี้จริงไหม ซีดานก็ตอบว่าประมาณนั้น
และถึงช่วงจุดโทษ อิตาลี ยิงได้เข้าครบ 5 คน ส่วน "เทรเซเก้" ยิงชนคาน แชมป์โลกเลยเป็นของอิตาลี
ประตู 1-1 นาที่ 19 ปีร์โล่ เปิดลูกเตะมุมให้ "มาเตรัซซี่" โหม่ง
ลิงค์ข่าวมาเตรัซซี่กับซีดาน
https://www.theguardian.com/football/2006/sep/05/newsstory.sport15
งั้นสรุป "บัลลงดอร์ 2006" ไปเลย เพราะไม่มีอะไรเล่าแล้ว
อันดับ 1 ฟาบิโอ คันนาวาโร่ นักข่าวลงคะแนน 42 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 20 คน อันดับ 2 มี 12 คน
อันดับ 2 จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นักข่าวลงคะแนน 32 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 14 คน อันดับ 2 มี 6 คน
อันดับ 3 เธี่ยรี่ อองรี นักข่าวลงคะแนน 36 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 6 คน อันดับ 2 มี 15 คน
ผลงานพาฝรั่งเศสเข้าชิงบอลโลก และพาอาร์เซน่อล เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ยิงรีล มาดริดรอบ 16 ทีม กับยูเวนตุส รอบ 8 ทีม
อันดับ 4 โรนัลดินโญ่ นักข่าวลงคะแนน 28 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 2 คน อันดับ 2 มี 5 คน
ผลงานพาบาร์เซโลน่าเป็น "แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับลาลีกา 2005/06" และทำไป 26 ประตูตลอดฤดูกาล
อันดับ 5 ซีดาน นักข่าวลงคะแนน 22 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 6 คน อันดับ 2 มี 4 คน
นักเตะยอดเยี่ยมบอลโลก 2006 ที่จริงอันดับน่าจะดีกว่านี้ แต่เพราะโหม่ง "มาเตรัซซี่" คนลงคะแนนให้เลยหายไปเยอะ
อันดับ 6 ซามูเอล เอโต้ นักข่าวลงคะแนน 26 คน จาก 52 คน ถูกเลือกอันดับ 1 มี 2 คน อันดับ 2 มี 3 คน
ผลงานพาบาร์เซโลน่าเป็น "แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กับลาลีกา 2005/06" และทำไป 34 ประตูตลอดฤดูกาล
บัลลงดอร์ 1999 : https://pantip.com/topic/43714757
บัลลงดอร์ 2000 : https://pantip.com/topic/43718031
บัลลงดอร์ 2001 : https://pantip.com/topic/43224145
บัลลงดอร์ 2002 : https://pantip.com/topic/43751116
บัลลงดอร์ 2003 : https://pantip.com/topic/43752562
บัลลงดอร์ 2004 : https://pantip.com/topic/43756783
บัลลงดอร์ 2005 : https://pantip.com/topic/44024099