ความเดิมจากตอนที่แล้ว
รับน้อง… จากการทำความรู้จัก สู่คำถามของสังคม
| เรื่องเล่าจากชีวิตวัยรุ่นยุค 90 EP.17
https://pantip.com/topic/44031662
สำหรับ Ep นี้ มาแตะเรื่องสังคมความเป็นอยู่โดยภาพรวมในสมัยนั้นบ้างครับ
ว่ามีบรรยากาศแบบไหน มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง....
----------------
สมัยนี้… ถ้ามีคนทิ้งขยะลงพื้น ในที่สาธารณะ...
แค่แป๊บเดียวก็มีคนหันไปมองแล้ว ....
แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อนนะ…
มันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ.....
พื้นป้ายรถเมล์ เต็มไปด้วย...
- ตั๋วรถเมล์เก่า
- ก้นบุหรี่
- ถุงขนม
- เศษกระดาษ
คูคลอง… นี่ไม่ต้องพูดถึง ...
กลิ่นแรงจัดๆ จนต้องกลั้นหายใจเดินผ่าน กันเลยทีเดียว....
ตอนนั้น.... ไม่มีใครรู้สึกว่ามัน “แปลก” หรอกครับ
เพราะมันคือเรื่องปกติ
ทิ้งขยะ = เรื่องธรรมดา
ความสะอาด = หน้าที่ของคนเก็บขยะ
ต้องยอมรับเลย
.... มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
แล้ววันหนึ่ง…
ก็มี “อะไรบางอย่าง” โผล่ขึ้นมา
- มันไม่ใช่กฎหมาย
- มันไม่ใช่ค่าปรับ
แต่เป็น…
“ตาวิเศษ” ???!!!
จำกันได้มั้ยครับ ....
“อ๊ะ อ๊ะ อย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นนะ ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง”
แค่คำสั้นๆ กับรูป “ดวงตา” ง่ายๆ
แต่มันโคตรได้ผลเลยครับ .....
แปลกใจกันไปเลย ..... อยู่ดีๆ
คนก็เริ่ม “เกรง” ตาคู่นี้ ขึ้นมาซะอย่างนั้น ....
ทั้งที่ความจริงคือ .... มันไม่มีใครยืนมองจริงๆหรอกครับ
แต่เหมือนมีใครมองอยู่ตลอดเวลา
เด็กๆ ในยุคนั้น เริ่มเป็นคนเตือนผู้ใหญ่ ....
“อย่าทิ้งนะ ตาวิเศษเห็นนะ!”
มันทั้งน่ารักนะ… แต่ก็จริงจังมากด้วย
จากที่เคยชินกับความสกปรก
คนเริ่ม “รู้สึกผิด” ขึ้นมาเฉยๆ ...
นี่แหละ…
พลังของ “จิตวิทยา” ล้วนๆ
มันไม่ใช่แค่เรื่องการทิ้งขยะ อย่างเดียวแล้ว....
แต่มันคือ “การเปลี่ยนความคิดทั้งสังคม” !!!
จากเดิม....
“ไม่ใช่หน้าที่เรา”
กลายเป็น.....
“นี่มันเรื่องของทุกคน”
แล้วมันก็เปลี่ยน…เร็วมากด้วย
กรุงเทพฯ จากที่เคยสกปรก ก็ค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิด.....
จนกลายเป็นอีกแบบหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ .....
(แม้จะไม่สะอาดมากที่สุดก็ตาม แต่มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก)
บางที…
การเปลี่ยนความคิดและสำนึกคนทั้งประเทศ
อาจไม่ต้องใช้ของใหญ่โต หรืออะไรที่ซับซ้อน เลยก็ได้
แค่ “ไอเดียเล็กๆ” ที่เข้าไปอยู่ในหัวคนได้
มันก็พอแล้ว .....
อันนี้ เป็นโฆษณา ในเวอร์ชั่น ดั้งเดิม เลยนะครับ
ทุกวันนี้ ไม่มีตาวิเศษ ออกมาโลดแล่น บนหน้าจอททีวี แล้วนะ
แต่แปลกดี…....
หลายครั้ง ตอนผมจะทิ้งอะไรลงพื้น....
มันยังมีเสียงหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวอยู่เลย
“อ๊ะ อ๊ะ…” !!!!
คุณทันยุค “ตาวิเศษ” มั้ยครับ ^^
ถ้าไม่ทัน ผมมีเวอร์ชั่นที่อัพเกรด ที่ทันสมัย มาให้ชมด้วยนะครับ
ในเวอร์ชันปี 2019 กับเพลง “เรานะ...ตาวิเศษ”
version 2019 ----------
จาก “ตาวิเศษที่คอยมองเรา”
กลายเป็น
“เรานี่แหละ…คือตาวิเศษ”
มันเหมือนการอัปเดตแนวคิด จากการถูกเตือน
มาเป็น การ “เตือนตัวเอง”
แต่ไม่ว่าจะเวอร์ชันไหนนะครับ…
สุดท้ายแล้ว ......
สิ่งที่มันพยายามจะบอกก็ยังเหมือนเดิม
“บ้านเมืองจะสะอาดหรือไม่”
มันไม่ได้อยู่ที่ใครคนเดียวเลยจริงๆ
แล้วคุณล่ะครับ…
ทุกวันนี้ยังมี “ตาวิเศษ” อยู่ในหัวบ้างมั้ย
ถ้ามีคนสนใจ ...
ตอนหน้า เรากลับมาคุยเรื่องราว ตอนเด็กยุค 90 กันต่อครับ
วัฒนธรรมการ ล้อเลียน ชื่อพ่อแม่
ติดตามกันนะครับ ...
อ๊ะ..อ๊ะ.. อย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นนะ !! | เรื่องเล่าจากชีวิตวัยรุ่นยุค 90 EP.18
รับน้อง… จากการทำความรู้จัก สู่คำถามของสังคม
| เรื่องเล่าจากชีวิตวัยรุ่นยุค 90 EP.17
https://pantip.com/topic/44031662
สำหรับ Ep นี้ มาแตะเรื่องสังคมความเป็นอยู่โดยภาพรวมในสมัยนั้นบ้างครับ
ว่ามีบรรยากาศแบบไหน มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง....
----------------
สมัยนี้… ถ้ามีคนทิ้งขยะลงพื้น ในที่สาธารณะ...
แค่แป๊บเดียวก็มีคนหันไปมองแล้ว ....
แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อนนะ…
มันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ.....
พื้นป้ายรถเมล์ เต็มไปด้วย...
- ตั๋วรถเมล์เก่า
- ก้นบุหรี่
- ถุงขนม
- เศษกระดาษ
คูคลอง… นี่ไม่ต้องพูดถึง ...
กลิ่นแรงจัดๆ จนต้องกลั้นหายใจเดินผ่าน กันเลยทีเดียว....
ตอนนั้น.... ไม่มีใครรู้สึกว่ามัน “แปลก” หรอกครับ
เพราะมันคือเรื่องปกติ
ทิ้งขยะ = เรื่องธรรมดา
ความสะอาด = หน้าที่ของคนเก็บขยะ
ต้องยอมรับเลย
.... มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
แล้ววันหนึ่ง…
ก็มี “อะไรบางอย่าง” โผล่ขึ้นมา
- มันไม่ใช่กฎหมาย
- มันไม่ใช่ค่าปรับ
แต่เป็น…
“ตาวิเศษ” ???!!!
จำกันได้มั้ยครับ ....
“อ๊ะ อ๊ะ อย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นนะ ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง”
แค่คำสั้นๆ กับรูป “ดวงตา” ง่ายๆ
แต่มันโคตรได้ผลเลยครับ .....
แปลกใจกันไปเลย ..... อยู่ดีๆ
คนก็เริ่ม “เกรง” ตาคู่นี้ ขึ้นมาซะอย่างนั้น ....
ทั้งที่ความจริงคือ .... มันไม่มีใครยืนมองจริงๆหรอกครับ
แต่เหมือนมีใครมองอยู่ตลอดเวลา
เด็กๆ ในยุคนั้น เริ่มเป็นคนเตือนผู้ใหญ่ ....
“อย่าทิ้งนะ ตาวิเศษเห็นนะ!”
มันทั้งน่ารักนะ… แต่ก็จริงจังมากด้วย
จากที่เคยชินกับความสกปรก
คนเริ่ม “รู้สึกผิด” ขึ้นมาเฉยๆ ...
นี่แหละ…
พลังของ “จิตวิทยา” ล้วนๆ
มันไม่ใช่แค่เรื่องการทิ้งขยะ อย่างเดียวแล้ว....
แต่มันคือ “การเปลี่ยนความคิดทั้งสังคม” !!!
จากเดิม....
“ไม่ใช่หน้าที่เรา”
กลายเป็น.....
“นี่มันเรื่องของทุกคน”
แล้วมันก็เปลี่ยน…เร็วมากด้วย
กรุงเทพฯ จากที่เคยสกปรก ก็ค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิด.....
จนกลายเป็นอีกแบบหนึ่งจนถึงทุกวันนี้ .....
(แม้จะไม่สะอาดมากที่สุดก็ตาม แต่มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก)
บางที…
การเปลี่ยนความคิดและสำนึกคนทั้งประเทศ
อาจไม่ต้องใช้ของใหญ่โต หรืออะไรที่ซับซ้อน เลยก็ได้
แค่ “ไอเดียเล็กๆ” ที่เข้าไปอยู่ในหัวคนได้
มันก็พอแล้ว .....
อันนี้ เป็นโฆษณา ในเวอร์ชั่น ดั้งเดิม เลยนะครับ
ทุกวันนี้ ไม่มีตาวิเศษ ออกมาโลดแล่น บนหน้าจอททีวี แล้วนะ
แต่แปลกดี…....
หลายครั้ง ตอนผมจะทิ้งอะไรลงพื้น....
มันยังมีเสียงหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวอยู่เลย
“อ๊ะ อ๊ะ…” !!!!
คุณทันยุค “ตาวิเศษ” มั้ยครับ ^^
ถ้าไม่ทัน ผมมีเวอร์ชั่นที่อัพเกรด ที่ทันสมัย มาให้ชมด้วยนะครับ
ในเวอร์ชันปี 2019 กับเพลง “เรานะ...ตาวิเศษ”
version 2019 ----------
จาก “ตาวิเศษที่คอยมองเรา”
กลายเป็น
“เรานี่แหละ…คือตาวิเศษ”
มันเหมือนการอัปเดตแนวคิด จากการถูกเตือน
มาเป็น การ “เตือนตัวเอง”
แต่ไม่ว่าจะเวอร์ชันไหนนะครับ…
สุดท้ายแล้ว ......
สิ่งที่มันพยายามจะบอกก็ยังเหมือนเดิม
“บ้านเมืองจะสะอาดหรือไม่”
มันไม่ได้อยู่ที่ใครคนเดียวเลยจริงๆ
แล้วคุณล่ะครับ…
ทุกวันนี้ยังมี “ตาวิเศษ” อยู่ในหัวบ้างมั้ย
ถ้ามีคนสนใจ ...
ตอนหน้า เรากลับมาคุยเรื่องราว ตอนเด็กยุค 90 กันต่อครับ
วัฒนธรรมการ ล้อเลียน ชื่อพ่อแม่
ติดตามกันนะครับ ...