'ส้ม' ล็อกเป้า 'ไอ้โม่ง' น้ำมัน ถอนทุนเลือกตั้ง ?

พลันที่ราคาน้ำมันถูกปรับตัวขึ้น 6 บาท กลางดึกคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา กำลังเป็นปมร้อนฉ่าที่ถูกพูดถึงทุกที่ในสังคม โดยเฉพาะประเด็น “ไอ้โม่ง” ที่ถูกพรรคประชาชน (ปชน.) โหมโรงมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ว่า คือ “ตัวการใหญ่” ต้นตอของ “วิกฤติพลังงาน” ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้




“วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรค ปชน.ที่ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่า “สวมหัวโขน” เป็น “ว่าที่หัวหน้าพรรค” แถลงตั้งแต่อังคาร 23 มี.ค.เปิดหัวว่า ได้รับการร้องเรียนเรื่อง “ไอ้โม่ง” ว่า ตอนนี้มีหลายจุดที่เราได้รับข้อมูลมา ขอให้รอดูในการอภิปราย

ทว่า ในการประชุมสภาฯเมื่อ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ในญัตติวิกฤติพลังงาน และการกักตุนน้ำมัน “วีระยุทธ” อภิปรายเปิดหัวให้กับ ปชน.ชง 3 ข้อถึงรัฐบาลกอบกู้วิกฤติการณ์ครั้งนี้ แบ่งเป็น

1.เปลี่ยนจากการจัดการวิกฤติแบบปิด เป็นการเปิดรับฟัง เปิดข้อมูล ลงโทษคนผิด โดยชี้ให้เห็นว่าการประชุมของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.มีการทำงานเป็นวงปิดมากเกินไป พูดคุยเฉพาะกับกลุ่มธุรกิจใหญ่เป็นหลัก ไม่เชิญคนตัวเล็กตัวน้อยไปหารือเพื่อแก้ไขความเดือดร้อน

2.เปลี่ยนจากการตรึงราคา เป็นการอุดหนุนแบบขั้นบันไดและช่วยกลุ่มเปราะบาง โดยเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องเปลี่ยนคือ แนวทางในการอุดหนุนราคาน้ำมัน โดยความโกลาหลหน้าปั๊มน้ำมันที่ผ่านมา เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลประกาศล่วงหน้าว่าจะ “ตรึงราคา” เป็นเวลา 15 วัน พอประกาศตรึงราคาแต่กำหนดเวลาไว้แบบนั้น จึงทำให้เกิด “ความอยากซื้อมากกว่าปกติ” ของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม

3. เปลี่ยนจากโครงการธงเขียวเพื่อประชาสัมพันธ์ เป็นการดูแลทั้งซัพพลายเชนและแจกคูปองแบบทั่วถึง โดยเขาชี้ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องตั้งหลักใหม่ว่าจะช่วยเกษตรกรได้ดีที่สุดและกว้างที่สุดได้อย่างไร โดยพรรคประชาชนเสนอว่าควรเดิน 2 ขาไปพร้อมกัน ด้านหนึ่ง รัฐบาลยังต้องเข้าไปมอนิเตอร์เพื่อดูแลราคาทั้งซัพพลายเชนปัจจัยการผลิตภาคเกษตรให้เป็นธรรม ตั้งแต่ต้นทางการนำเข้าจนถึงการจัดจำหน่ายและการเก็บเกี่ยว ไม่ให้เกิดการโก่งราคาหรือกักตุนเพื่อทำกำไรเกินควรระหว่างวิกฤต

อย่างไรก็ดี แทบทั้งวันไม่พบว่ามีการเฉลยใครคือ “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมัน กระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกัน “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ดันชิงตัดหน้า “พรรคส้ม” เฉลยไปก่อนว่า “ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหน เพราะไอ้โม่ง คือโรงกลั่น” พร้อมกับขอให้ไปถามโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรงและเครือข่ายว่าน้ำมันหายไปไหน

กระทั่งในช่วงหัวค่ำ “ศุภโชติ ไชยสัจ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ซึ่งเป็นคณะทำงานเกาะติดด้านพลังงานมาโดยตลอด เปิดเผยถึงจุดที่น้ำมันรั่วไหลออกจากระบบ 5 จุด โดยตั้งคำถามว่าบุคคลในระดับต้นน้ำ-ปลายน้ำของกระบวนการผลิต-ขนส่งน้ำมันคือ “ไอ้โม่ง” หรือไม่

ศุภโชติ อธิบายว่า 1.รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าโรงกลั่นน้ำมีการชะลอการปล่อยน้ำมันหรือไม่ เพราะโรงกลั่น แค่ปล่อยน้ำมันช้าหนึ่งวันหรือลดปริมาณการปล่อยน้ำมันลงก็สามารถทำกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ การที่รัฐบาลบอกว่าตรวจแล้ว ไม่พบการกักตุน แต่ไม่ได้มีข้อมูลมายืนยันกับพี่น้องประชาชนเลยว่าโรงกลั่นแต่ละแห่งผลิตเท่าไร ปล่อยออกเท่าไร ลดลงจากภาวะปกติหรือไม่ ตัวเลขเหล่านี้ไม่เคยเปิดเผยกับประชาชน ถ้ารัฐบาลยืนยันที่จะบอกว่า โรงกลั่นไม่ใช่ไอ้โม่ง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปิดบังตัวเลขเหล่านี้

2.ไอ้โม่งคือคลังน้ำมันและพ่อค้าคนกลางเป็นคนกักตุนน้ำมันหรือไม่ เหตุผลเดียวกับโรงกลั่น กล่าวคือ ถ้าพวกเขากักตุนน้ำมันไว้แล้วค่อยขายน้ำมันออกไปในช่วงที่ราคาน้ำมันขึ้น พวกเขาก็จะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล ซึ่งข่าวล่าสุดที่จังหวัดอ่างทองที่มีผู้กักตุนน้ำมันกว่า 300,000 ลิตรก็พอจะยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว รัฐบาลยังไม่สามารถหาคนผิดที่กักตุนน้ำมันนี้ได้

3.ไอ้โม่งคือรถขนส่งน้ำมันหรือไม่ มาตรการที่รัฐบาลสั่งเพิ่มรอบขนส่ง แต่จากที่ตนได้ลงพื้นที่หลายพื้นที่ก็ยังเห็นรถน้ำมันจำนวนไม่น้อยนับร้อยคันจอดนิ่งเฉยๆ สิ่งที่รัฐบาลต้องหาคำตอบคือรถที่จอดนิ่งเหล่านี้เป็นรถเปล่าที่รอการเติมน้ำมันจากคลัง หรือเป็นรถที่มีน้ำมันที่ไอ้โม่งใช้เป็นเครื่องมือกักตุนน้ำมันไว้

4.รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่ามีไอ้โม่งคนไหนลักลอบเอาน้ำมันของคนไทยไปขายนอกประเทศหรือไม่ ประเทศไทยเราขึ้นชื่อในการค้าน้ำมันเถื่อนอยู่แล้ว จากอดีตที่เคยลักลอบน้ำมันเถื่อนที่มีราคาถูกมาขายในประเทศไทย แต่วันนี้พอรัฐบาลไทยตรึงราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนพวกนี้ก็อาจจะแค่ทำกลับด้าน คือการเอาน้ำมันไทยออกไปขายต่างประเทศแทน ทำกำไรได้เกือบเท่าตัว

5.รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า มีไอ้โม่งกักตุนไบโอดีเซลที่ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อผลิตน้ำมันดีเซลที่เราใช้กัน แล้วทำให้น้ำมันดีเซลขาดแคลนหรือไม่ การที่รัฐบาลปรับจากสูตรน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 และจะไป B10 หรือ B20 ทำให้ความต้องการน้ำมันไบโอดีเซล (B100) ที่จะนำไปผสมเพิ่มมากขึ้น

“ถ้าถามว่าใครคือไอ้โม่งที่มีส่วนรู้เห็นในการกักตุนน้ำมันของประชาชนไว้ ผมก็ต้องตอบตรงนี้เลยว่า ท่านพิพัฒน์ท่านเป็นผู้รู้ และผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้ดี อาจจะตอบได้ดีกว่าผม” ศุภโชติ ตั้งคำถาม แต่ยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจนว่าใครคือ “ไอ้โม่ง” ที่แท้จริงกันแน่

ล่าสุดวานนี้ (26 มี.ค.) หลังการอภิปรายในสภาฯ 1 วัน “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. เหมือนจะบอกใบ้เป็นนัย ๆ โดยโพสต์ข้อความดุเด็ดเผ็ดร้อนผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “นี่น่าจะเป็นการถอนทุนการเลือกตั้งของนายทุนพรรคการเมืองที่เร็วที่สุด โหดร้ายที่สุด เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ปล้นประชาชนอย่างไร้สำนึกชั่วดี วิกฤตินี้สร้างขึ้นโดยเพื่อนร่วมชาติ ไอโม่งไม่ใช่ใคร รัฐบาลนี่แหละ”

ความเห็นของ “โรม” ถูกนำมาวิเคราะห์ว่า สาเหตุประการสำคัญในวิกฤติการณ์น้ำมันไทยครั้งนี้ อาจเกิดจาก “นายทุน” ในรัฐบาลบางคน ที่ต้องการ “ถอนทุน” จากการเลือกตั้ง 69 ซึ่งถูกฝ่ายค้านอย่าง “พรรคส้ม” มองว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ “สกปรก” ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือไม่

ส่วน“นายทุน”ในรัฐบาลเป็นใคร มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไรกับสถานการณ์“น้ำมัน”ในปัจจุบัน คงต้องรอฝ่ายค้านฝ่ายแค้นแกะรอยจากรัฐบาล

https://www.facebook.com/share/p/14a4sBVR34f/


#พรรคประชาชน #ราคาน้ำมัน #ดีเซล #น้ำมันขาด #เนชั่นสุดสัปดาห์ #การเมือง #ข่าวล่าสุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่