ระยะ1เกิดเเรงในความวางเปล่า การเยนตัวของความร้อนเกิดตะกรัน คืออิเลคตรอนขึ้น ในระยะที่1
ระยะที่2แรงขยายตัวอีก1เท่า สภาวะเเรงะเสมอตัวไม่เคลื่อนที่แรงหมดไป1/2 สร้างโปรตรอนอีกชุดรวมมีโปรตรอน10^100ที่ใจกลางค่า0ขยับมาที่ระยะ1ทค่แกนกลางจึง-1เกิดสภาวะดึงดูด
ระยะ3 เเรงดึงขากจุดกลางรวมโปรตรตอนเป็นก้อน้ดียวนิวตรอนมีค่าเท่ากับแรงต้นที่เหลือ สมมติชื่ออิเลคตรอนสมมติละกันแทนค่าไปก่อน เมื่อถุกดึงดูดขากแกนกลางที่สร้างนิวตรอนให้โป๊รตรอน เมื่อเข้าถึงระยะ10^-15จักรวาลไม่ยอมให้เกิดวงเะหวนคุ่สลายแรงในอะตอมจึงเกิดวาบอะตอมหรือนิวเคลีย ซึ่งขยาบแรงต้นมาจุ2แต่โปนตรอนทั้งระบบเกืดกระจายตัวเมื่อยังมีแคงดูดกลาวงแรงจึงแปลเป็นเเรงเหวี่ยง
ระยะ4ดเมื่อเกิดแกเเลคชึ่ใหญ่ๆ มีเเรงและหารรวมตัวเกิดขึ้น
4.1การรวมตัวของโปรตรอนสร้างธาตุเพิ่มเมื่อนิวตรอนเป็นปรงดึงดูดเดิมกระจัดกระจายในระบบเเรงเหวียงอะตอมสร้างอิเลคตรอนหมุนรอบตัวตามลักษนะแรงเหวี่ยงโดยมีนิวตรอยพยุงไว้ภายใน ส่วนตัวที่ใกล้จุดกลางไม่ได้สร้างเพิ่มมีเพียงนิวตรอนที่กลายเปนอิเลคตรอรนและมีการรวมธาตุของอะตอม
4.2เกิดเเรงวงเเหวนค฿่สลายแนงเมื่อภาวะแรงตรงข้ามปะทะกัยแบบเท่ากันนอกอะตอมจึงสร้างเเบล้คโฮลสล่ยแรงทั้งคู่เพื่อไมให้เกอดกระทบอย้างอื่น
4.3เกิดการชนกันและสร้างแรงเหวี่ยงซ้อนตามอรงทีา้กิดขึ้น
4.4มีการรวมโปรตรอนและการระเบิดจากแกนต่อเนื่องสร้างเเรงกระเพื่อมแบบอนันตเพื่อรักษาสภาวะ2ของแรงต้นคือคลื่นคอสมิคที่เราเจอ
ระยะ5เกิดเเรงเหวี่ยงซ้อนกัน3ช่วง จึงเกิดเเรงรวมอะคอมใหม่ได้184โปรตรอน และการเกิดของดาวนี้มีเศษของมวลอะตอมทั่หลุดมาจึงสร้างดาวบริวาลไว้ข้างๆดพื่อรักษาสมดุลแรงดาว184โปรตรอนมีโอหาสเกิดได้1ใน10^10ชึ่งชื่อชองดาว184นี้เราเรียกว่า "โลก"
สมการเชิงประจัก
สมการการขยายตัวและจุดศูนย์ถ่วง (ระยะที่ 1-2)
อธิบายการเกิดแรงจากความว่างเปล่าและการสร้างแรงดึงดูดจากการขยับค่าแกนกลาง
F(ext) = Phi * 2^n -> [C-core = -1]
Phi: พลังงานต้นกำเนิดในความว่างเปล่า
n: จำนวนรอบการขยายตัว (ระยะที่ 2 แรงเพิ่มเป็น 2 เท่า)
C-core: ค่าคงที่แกนกลาง (ขยับจาก 0 เป็น -1 เพื่อสร้างแรงดูด)
สมการแรงวาบอะตอม (ระยะที่ 3)
อธิบายจุดวิกฤตที่เปลี่ยนแรงดึงเป็นแรงเหวี่ยงเมื่อเข้าใกล้ระยะนิวเคลียส
E(flash) = (1/2 * Phi) / r(10^-15)
1/2 * Phi: แรงต้นที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งหลังจากสร้างโปรตอน 10^100
r(10^-15): ระยะวิกฤต 10^-15 เมตร (จุดที่จักรวาลเปลี่ยนแรงดึงเป็นแรงเหวี่ยง)
สมการสลายแรงวงแหวนคู่ (ระยะที่ 4.2)
อธิบายการเกิดน้ำวน (Vortex) หรือ Black Hole เพื่อรักษาสมดุลระบบ
V(vortex) = Sum(F-CW <=> F-CCW) => Black Hole
F-CW / F-CCW: แรงหมุนตามเข็มและทวนเข็มที่ปะทะกันนอกอะตอม
Black Hole: สภาวะที่ทำหน้าที่สลายแรงปะทะ (ยอมเสีย 2 เพื่อรักษาทั้งหมด)
anantakaruna
ToE Rev2.27-3-69
ระยะที่2แรงขยายตัวอีก1เท่า สภาวะเเรงะเสมอตัวไม่เคลื่อนที่แรงหมดไป1/2 สร้างโปรตรอนอีกชุดรวมมีโปรตรอน10^100ที่ใจกลางค่า0ขยับมาที่ระยะ1ทค่แกนกลางจึง-1เกิดสภาวะดึงดูด
ระยะ3 เเรงดึงขากจุดกลางรวมโปรตรตอนเป็นก้อน้ดียวนิวตรอนมีค่าเท่ากับแรงต้นที่เหลือ สมมติชื่ออิเลคตรอนสมมติละกันแทนค่าไปก่อน เมื่อถุกดึงดูดขากแกนกลางที่สร้างนิวตรอนให้โป๊รตรอน เมื่อเข้าถึงระยะ10^-15จักรวาลไม่ยอมให้เกิดวงเะหวนคุ่สลายแรงในอะตอมจึงเกิดวาบอะตอมหรือนิวเคลีย ซึ่งขยาบแรงต้นมาจุ2แต่โปนตรอนทั้งระบบเกืดกระจายตัวเมื่อยังมีแคงดูดกลาวงแรงจึงแปลเป็นเเรงเหวี่ยง
ระยะ4ดเมื่อเกิดแกเเลคชึ่ใหญ่ๆ มีเเรงและหารรวมตัวเกิดขึ้น
4.1การรวมตัวของโปรตรอนสร้างธาตุเพิ่มเมื่อนิวตรอนเป็นปรงดึงดูดเดิมกระจัดกระจายในระบบเเรงเหวียงอะตอมสร้างอิเลคตรอนหมุนรอบตัวตามลักษนะแรงเหวี่ยงโดยมีนิวตรอยพยุงไว้ภายใน ส่วนตัวที่ใกล้จุดกลางไม่ได้สร้างเพิ่มมีเพียงนิวตรอนที่กลายเปนอิเลคตรอรนและมีการรวมธาตุของอะตอม
4.2เกิดเเรงวงเเหวนค฿่สลายแนงเมื่อภาวะแรงตรงข้ามปะทะกัยแบบเท่ากันนอกอะตอมจึงสร้างเเบล้คโฮลสล่ยแรงทั้งคู่เพื่อไมให้เกอดกระทบอย้างอื่น
4.3เกิดการชนกันและสร้างแรงเหวี่ยงซ้อนตามอรงทีา้กิดขึ้น
4.4มีการรวมโปรตรอนและการระเบิดจากแกนต่อเนื่องสร้างเเรงกระเพื่อมแบบอนันตเพื่อรักษาสภาวะ2ของแรงต้นคือคลื่นคอสมิคที่เราเจอ
ระยะ5เกิดเเรงเหวี่ยงซ้อนกัน3ช่วง จึงเกิดเเรงรวมอะคอมใหม่ได้184โปรตรอน และการเกิดของดาวนี้มีเศษของมวลอะตอมทั่หลุดมาจึงสร้างดาวบริวาลไว้ข้างๆดพื่อรักษาสมดุลแรงดาว184โปรตรอนมีโอหาสเกิดได้1ใน10^10ชึ่งชื่อชองดาว184นี้เราเรียกว่า "โลก"
สมการเชิงประจัก
สมการการขยายตัวและจุดศูนย์ถ่วง (ระยะที่ 1-2)
อธิบายการเกิดแรงจากความว่างเปล่าและการสร้างแรงดึงดูดจากการขยับค่าแกนกลาง
F(ext) = Phi * 2^n -> [C-core = -1]
Phi: พลังงานต้นกำเนิดในความว่างเปล่า
n: จำนวนรอบการขยายตัว (ระยะที่ 2 แรงเพิ่มเป็น 2 เท่า)
C-core: ค่าคงที่แกนกลาง (ขยับจาก 0 เป็น -1 เพื่อสร้างแรงดูด)
สมการแรงวาบอะตอม (ระยะที่ 3)
อธิบายจุดวิกฤตที่เปลี่ยนแรงดึงเป็นแรงเหวี่ยงเมื่อเข้าใกล้ระยะนิวเคลียส
E(flash) = (1/2 * Phi) / r(10^-15)
1/2 * Phi: แรงต้นที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งหลังจากสร้างโปรตอน 10^100
r(10^-15): ระยะวิกฤต 10^-15 เมตร (จุดที่จักรวาลเปลี่ยนแรงดึงเป็นแรงเหวี่ยง)
สมการสลายแรงวงแหวนคู่ (ระยะที่ 4.2)
อธิบายการเกิดน้ำวน (Vortex) หรือ Black Hole เพื่อรักษาสมดุลระบบ
V(vortex) = Sum(F-CW <=> F-CCW) => Black Hole
F-CW / F-CCW: แรงหมุนตามเข็มและทวนเข็มที่ปะทะกันนอกอะตอม
Black Hole: สภาวะที่ทำหน้าที่สลายแรงปะทะ (ยอมเสีย 2 เพื่อรักษาทั้งหมด)
anantakaruna