56 ปีที่ไม่มีแผ่ว!
ย้อนตำนาน ‘ช่อง 3’ จากเสาสัญญาณสูงสุด
สู่ผู้นำตลาด ‘GL Series’ โกยกำไรทะลุร้อยล้าน
56 ปีที่ไม่มีแผ่ว!
ย้อนตำนาน ‘ช่อง 3’ จากเสาสัญญาณสูงสุด
สู่ผู้นำตลาด ‘GL Series’ โกยกำไรทะลุร้อยล้าน
.
วันที่ 26 มีนาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์วงการสื่อสารมวลชนไทย เมื่อ "สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3" ได้เวียนมาบรรจบครบรอบ 56 ปีของการออกอากาศ ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ช่อง 3 ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มนำเสนอความบันเทิงและข่าวสาร แต่ยังเป็นองค์กรที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวและวิวัฒนาการทางธุรกิจสื่ออย่างไม่หยุดนิ่ง
.
> จากเสาสัญญาณที่สูงที่สุด สู่การเปลี่ยนผ่านยุคดิจิทัล
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2510 บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ได้เริ่มต้นยื่นหนังสือขอจัดตั้งสถานีโทรทัศน์สี ก่อนจะมีการวางศิลาฤกษ์สถานีในย่านหนองแขม และดำเนินการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกเป็นวันแรกในวันที่ 26 มีนาคม 2513 โดยในขณะนั้น ช่อง 3 ถือเป็นสถานีที่มีเสาอากาศสูงที่สุดในประเทศไทยถึง 250 เมตร
.
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รอยต่อของโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล (Digital TV) ในปี 2557 ช่อง 3 ได้ดำเนินการประมูลช่องดิจิทัลและฝ่าฟันอุปสรรคทางข้อกฎหมายร่วมกับ กสทช. จนกระทั่งได้นำสัญญาณช่อง 3 เดิมมาออกอากาศคู่ขนานบนช่อง 3HD หมายเลข 33 อย่างเป็นทางการ นำไปสู่การยุติการออกอากาศช่องเด็กและครอบครัว (ช่อง 13 เดิม) รวมถึงช่องวาไรตี้ความคมชัดปกติ (ช่อง 28 เดิม) ในปี 2562 เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาคอนเทนต์บนช่องความคมชัดสูงเพียงช่องเดียว
.
> ปรับโครงสร้างธุรกิจและลุยตลาด OTT เต็มสูบ
.
การทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2563 เมื่อ บีอีซี เวิลด์ (BEC World) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสตรีมมิง OTT ของตนเองภายใต้ชื่อ "3Plus" ซึ่งใช้โมเดลแบบลูกผสม (Freemium) ที่เปิดให้รับชมฟรีแบบมีโฆษณา และมีบริการ 3Plus Premium สำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์เหนือระดับ ในปีเดียวกันนั้น บีอีซี เวิลด์ ยังได้ตัดสินใจปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการขายหุ้นทั้งหมดใน บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (มหาชน) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเสริมความคล่องตัวในการบริหารงาน
.
> ปรากฏการณ์ "GL Series" ขุมทรัพย์ใหม่แห่งยุค
.
ในขณะที่แพลตฟอร์มโทรทัศน์แบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทาย ช่อง 3 ได้ค้นพบ New S-Curve ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก นั่นคือการบุกเบิกตลาดซีรีส์เกิร์ลเลิฟ (Girls' Love หรือ GL) สายแซฟฟิก (Sapphic) อย่างเต็มตัว
.
การเปิดตัวซีรีส์ "ใจซ่อนรัก" (The Secret of Us) ที่นำแสดงโดย "หลิงหลิง คอง" และ "ออม กรณ์นภัส" ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการซีรีส์ GL และของช่อง 3 อย่างแท้จริง ความนิยมที่พุ่งทะยานจนติดเทรนด์โลกในทุกตอนที่ออกอากาศ ไม่เพียงแต่สร้างกระแสในประเทศ แต่ยังกลายเป็น Soft Power ที่ส่งออกนักแสดงไทยไปสู่ระดับสากลได้อย่างงดงาม ความสำเร็จระดับโลกนี้ทำให้ช่อง 3 ประกาศจุดยืนความเป็นผู้นำในตลาดซีรีส์แซฟฟิก และพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น คู่ของ "ลีน่า-หมิว" ในช่วงปลายปี 2568 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดนี้ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม
.
> สแกนงบปี 68 "พลังศิลปิน" ดันกำไรพุ่ง
.
ความสำเร็จจากกลยุทธ์การขยายฐานผู้ชมและการปั้นศิลปิน สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในงบการเงินประจำปี 2568 ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่ยังคงรักษาสถานะผู้เล่นหลักได้อย่างมั่นคง ด้วยการทำรายได้รวมสูงถึง 3,983.71 ล้านบาท และฟันกำไรสุทธิไปได้ 205.77 ล้านบาท
.
แม้รายได้หลักจะยังคงมาจากฝั่งคอนเทนต์และโฆษณา 2,889.40 ล้านบาท แต่จุดที่น่าจับตามองที่สุดคือ "รายได้จากการบริหารศิลปินและแสดง" ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนแตะระดับ 1,034.10 ล้านบาท ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสความนิยมจากซีรีส์ GL และการจัดอีเวนต์ของเหล่านักแสดงในสังกัด คือกลไกสำคัญที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและต่อยอดรายได้ให้องค์กรได้อย่างยอดเยี่ยม
.
จากเสาสัญญาณ 250 เมตรในอดีต สู่ยอดวิวและเทรนด์โลกในยุคดิจิทัล การเดินทางตลอด 56 ปีของช่อง 3 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การปรับตัวให้เท่าทันกระแสสังคมและกล้าที่จะก้าวออกจากเซฟโซน คือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน
.
ในฐานะผู้ชม คุณคิดว่าก้าวต่อไปของช่อง 3 ในการลุยตลาดซีรีส์ GL จะสามารถสร้างมาตรฐานและมิติใหม่ให้กับวงการบันเทิงไทยได้มากน้อยแค่ไหน? มาร่วมแชร์ความคิดเห็นและมุมมองของคุณในคอมเมนต์ได้เลยครับ!
—--
- ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
HBD ช่อง3 56 ปีที่ไม่มีแผ่ว! ย้อนตำนาน ‘ช่อง 3’ จากเสาสัญญาณสูงสุด สู่ผู้นำตลาด ‘GL Series’ โกยกำไรทะลุร้อยล้าน