จากลิงสายพันธุ์หนึ่งวิวัฒนาการสู่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ได้หลายดวงดาว

เมื่อไม่กี่วันมานี้ภารกิจ Artemis 2 ได้เริ่มต้นขึ้นและกำลังจะกลับสู่โลกในเช้าพรุ่งนี้ (11 เมษายน 2569) โดยเป้าหมายหลักของภารกิจ Artemis คือ การวางรากฐานสู่การตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ในระยะยาวของมวลมนุษยชาติ และต่อยอดไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร และนี่ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการของมนุษย์

เมื่อย้อนกลับไปเมื่อสองล้านปีก่อน Australopithecus อันเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ตระกูล Homo ได้เกิดขึ้นบนโลก พวกเขาได้วิวัฒนาการจากลิงที่ปีนป่ายต้นไม้ มาสู่ลิงที่ยืนได้สองขาเป็นครั้งแรก หลักฐานที่สำคัญที่สุดที่ยืนยันได้ว่า พวกเขายืนสองขานั้นก็คือ ซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบที่ประเทศเอธิโอเปีย หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อ "ป้าลูซี่" ซากของเธอนั้นมีความสมบูรณ์ถึง 40% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ค้นพบซากของ Australopithecus Afrerensis ลักษณะของกระดูกสะโพกเชิงกรานของเธอนั้นบ่งบอกว่าเธอเดินสองขา สันนิษฐานว่า ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปจากที่เคยอบอุ่นชุ่มชื้น กลายเป็นแห้งแล้ว ทำให้พื้นป่าที่เคยชุ่มชื้นมีต้นไม้นานาชนิด กลับกลายมาเป็นว่าต้นไม้เหล่านั้นต้องเหี่ยวเฉาตาย และกลับกลายมาเป็นทุ่วหญ้าสะวันนา พวกเธอจึงต้องเปลี่ยนวิธีชีวิตจากการห้อยโหนบนต้นไม้ ลงมาสู่ชีวิตที่ต้องเดินบนดิน และด้วยการเดิน 4 เท้า บนดิน ทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นแคบลง พวกเธอจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นการเดินด้วยขา 2 ขา และหลังเหยียดตรง จากนั้นลูกหลานของเธอก็ได้วิวัฒนาการไปเป็นมนุษย์ตระกูล Homo หลากหลายสายพันธุ์ และหนึ่งในนั้นคือ Homo erectus


ภาพจำลองป้าลูซี่จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ


ภาพซากโครงกระดูกของป้าลูซี่ ซึ่งเป็น Australopithecus ที่พบในประเทศเอธิโอเปีย

และด้วยการเดิน 2 ขา นี้เอง ทำให้มือของมนุษย์นั้นว่าง และสะดวกในการหยิบจับสิ่งของต่างๆได้ง่ายขึ้น Homo erectus จึงวิวัฒนาการไปอีกขั้น ด้วยการสร้างเครื่องมือหินขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก นอกจากนี้ Homo erectus ยังรู้จักการก่อไฟ การทำอาหารให้สุกด้วยไฟ จากนั้นมนุษย์ก็วิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็น Homo Sapiens อันเป็นสายพันธุ์ของเราในปัจจุบัน อันเป็นสายพันธุ์ของ Homo สายพันธุ์เดียวในปัจจุบันที่ยังไม่สูญพันธุ์


ภาพโครงกระดูกของ Homo erectus


ถึงปัจจุบันสายพันธุ์ Homo Sapiens ของเราก็ยังคงจะวิวัฒนาการต่อไปเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน กล่าวว่า สิ่งมีชีวิตจะสามารถอยู่รอดได้ ก็ต่อเมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้

และอย่างที่เรารู้กัน ว่าโลกของเรานั้นมีอายุไข อย่างน้อยๆก็อีกราว 5,000 ล้านปีต่อจากนี้ ที่เป็นวาระสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ผิวชั้นนอกของดวงอาทิตย์ที่พองตัวออก และแกนกลางจะยุบตัวลงด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล ผิวชั้นนอกที่พองตัวออกนี้เองที่มันจะกลืนกินดาวเคราะห์ชั้นในทั้งหมดรวมถึงโลกของเรา

วันนี้มนุษย์จึงได้เริ่มคิดหาวิธีที่จะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ โดยเป้าหมายของเราคือการย้ายไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น โดยดาวเคราะห์ที่ใกล้เราและมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับโลกมากที่สุดนั่นคือดาวอังคาร แต่การไปดาวอังคารนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก เกินกว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันของเราจะทำได้ แม้ว่าในทางทฤษฎีมันจะทำได้ก็ตาม ดังนั้นเราจึงต้องใช้ดวงจันทร์เป็นสนามทดสอบก่อน

และวันนี้เราก็ได้เริ่มแล้ว เนื่องด้วยภารกิจ Artemis ของ NASA อันมีเป้าหมายคือการไปตั้งถิ่นฐานถาวรบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดย Artemis 2 พึ่งส่งลูกเรือไปโคจรรอบดวงจันทร์ดมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 นี้เอง เพื่อปูทางไปสู่ Artemis 4 ซึ่งจะเป็นการส่งมนุษย์ไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 53 ปี และเริ่มสร้างฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนจะต่อยอดไปสู่การส่งมนุษย์เดินทางสู่ดาวอังคาร และนี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการของเรา ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นสายพันธุ์ที่สามารถอาศัยอยู่ได้หลายดาว หรือที่เรียกว่า "Multi Planetary Species"


ภาพจำลองฐานปฏิบัติการของ NASA บนดวงจันทร์ ภายใต้โครงการ Artemis


ภาพลูกเรือทั้ง 4 คน ของ NASA ที่เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจ Artemis 2

ข้อมูลจาก
1.บทความโฮโมอิเรกตัสบนวิกิพีเดีย :https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%AA?wprov=sfla1

2.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสจร์แห่งชาติ : https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/4222

3.NASA : https://www.nasa.gov/humans-in-space/artemis/
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่