เติมน้ำมันอาทิตย์ละ 1000 บาท ถ้าคนไม่มีรถจะดีกว่าหรือไม่ เงินที่ไม่ได้ใช้เติมน้ำมันรถควรใช้ทำอะไร หรือลงทุนอะไรดีครับ

เติมน้ำมันอาทิตย์ละ 1000 บาท ถ้าคนไม่มีรถจะดีกว่าหรือไม่ เงินที่ไม่ได้ใช้เติมน้ำมันรถควรใช้ทำอะไร หรือลงทุนอะไรดีครับ
ถ้ารถมือสองหรือมือสามมือสี่ เก่าๆแล้วก็จะยิ่งกินน้ำมันมาก การไม่มีรถ มีบ้านอยู่ทำธุรกิจ เพราะตอนนี้ค่าเติมน้ำมันรถเฉลี่ยคันนึง น่าจะมากกว่าค่าไฟฟ้าห้องแอร์เปิดเย็นๆที่บ้านบางคนอีกนะ การไม่มีรถจะเป็นการมีชีวิตถูกสังคมมองว่ายากจนหรือไม่ในยุคนี้
ที่คิดๆคือ ออมหุ้นกลุ่มพลังงาน หรือทะยอยเก็บ DW Call หุ้นพลังงานไว้ในช่วงนี้ครับ คนถือทนหุ้นกลุ่มพลังงานมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เดี๋ยวก็คงได้ลงจากดอยแล้ว ส่วนปันผลก็น่าจะดีอยู่นะปีหน้านี้ ออมไปเรื่อยๆบางคนก็ขอให้ได้เห็นกำไรหุ้นไปด้วยก็คงจะดีมากกว่านี้ น้ำมันขึ้นราคาแต่เงินทองในประเทศก็ไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจประเทศ แต่ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์เป็นเงินมากน้อยขนาดไหน ก็คงมีคนยิ้มกริ่มกับน้ำมันขึ้นที่ภาครัฐต่างอุ้มชูธุรกิจมาตรฐาน ส่วนคนเสียผลประโยชน์คือคนรายได้น้อยแต่การเดินทางใช้น้ำมันสิ้นเปลืองนั่นเอง แต่ถ้าธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันทำให้คนในวงการขายน้ำมันมีรายได้และเงินออมมากขึ้น ส่วนคนจะหารายได้จากคนรวยขายน้ำมัน จะขายอะไรให้เขาล่ะ คนรวยมีรถใช้รถได้ แต่คนอาศัยรถเขา ต่างไม่รู้ว่าเขาก็งกเงินเป็นหลักนั่นล่ะ ไม่อยากเสียค่าน้ำมันและต้องเหนื่อยขับรถไปส่งคนฟรีๆ ครานี้แว๊นเดือดร้อน โชคดีมากแค่ไหนล่ะ การอาศัยอยู่กับช่วงฤดูร้อนในพื้นที่โมเมนตัมเบา ความประมาทในชีวิตไม่สูงก็จริง แต่ความประมาทในอาชีพและความประมาท ในการทำชีวิตให้มีรายได้อย่าหยิ่งยโส เสือนอนกินก็ยังมีกินสบายๆ ไม่ได้ทำมาหากินใช้ชีวิตหนักๆได้นะ เงินน่ะเป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้สิ้นเปลืองมากไปก็ได้ ถ้าฐานะยากจนอยู่แล้ว ความสะดวกสบายไม่เหนื่อยยาก ก็ยังเป็นทักษะที่คนฝึกไม่ได้ ก็มีความเสี่ยงกับชีวิตสูง น่าจะใช่ใช่มั้ยครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สไตลส์นั้นไม่เหมาะกับเชื้อพี่หรอก

จะทำให้ชีวิตมีเงินสดเยอะ จะเอาแต่ชีวิตได้ขึ้นสวรรค์พ้นทุกข์
แต่ขายอะไรล่ะ
สำหรับคนอยากใช้แต่เงิน

        คนในสังคมคนเกี่ยวข้องและรู้จักค่าของเงิน ไม่ค่อยมีรายได้แต่มักอยากจะใช้เงิน แม้จะเป็นลูกใครก็ตาม เพราะการคิดว่าชีวิตคุณใช้ซะ ก็เอาเต็มที่กับการใช้อำนาจเงิน จนกว่าจะยากจนจึงเริ่มเห็นคุณค่าเมื่ออาชีพหารายได้ฝืดเคือง โดยเฉพาะคนที่จะต้องถูกจำกัดสิทธิ์ไม่ให้มีอาชีพมีรายได้สูง การใช้เงินมีเหตุผลคือการไม่เป็นคนจิตใจฝืดเคือง ก็ทำได้วันละหลายๆครั้ง วันๆนึงก็น่าจะใช้เงินเฉลี่ยมากกว่า 5 ครั้งต่อคน ถ้าทำได้มากกว่านั้น เช่นใช้เงินเฉลี่ยวันละ 20 ครั้งความรู้สึกฝืดเคืองก็จะค่อยๆจางลงไปจากจิตใจที่รู้สึกอัตคัตขัดสน แต่จะเพิ่มขึ้นคือสบายใจการได้ใช้อำนาจสำคัญบางอย่าง หากมีเงินให้ใช้ต่อวันพอๆ หากชีวิตคนก็มักลนลานเอาต้นปลายชีวิตไม่ถูกหากเป็นคนว่างงานหรือเพิ่งตกงานใหม่ๆ ถ้าการแก้ปัญหารายได้เบื้องต้น มาจากการมีอาชีพในตลาดหุ้นแม้แนวคิดลงทุนยังไม่นานเพิ่งลงเงินไปแปบๆ อย่าอยากเป็นเซียนหุ้นพันล้าน แต่เอาง่ายๆให้มีรายได้ตามหลักการตั้งหลักไม่เป็นคนจนในประเทศเท่านี้ให้ได้ก่อน ยังมีคนคิดว่าเสี่ยงมากมั้ยครับ แต่สำหรับผมก็คิดแต่ว่าอย่ายอมแพ้ แม้แรกๆก็เป็นนักค้าหุ้นเงินล้านไม่ได้ แต่มีเวลาจะอยู่กับตลาดพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองและทำความเข้าใจให้แตกฉานมากขึ้น อนาคตก็คงจะมีพอร์ตหุ้นระดับทุนสูงขึ้นได้ เพราะด้วยความไม่รู้หรือยังไม่มีคนทำได้

         อยู่บ้านสบายนะ แต่ไม่สบายใจ ถ้าค่าครองชีพรัดตัวสูง แต่อาชีพที่ทำก็มีปัญหาขาดสภาพคล่อง การไม่ประมาทดูถูกการมีเงินสด แต่ความประมาทการหมิ่นเงินน้อยอย่างคนจนมากๆหวังจะร่ำจะรวยด้วยความไม่รู้จริง แม้เงินจะเป็นทุนต่อยอดหรือยังชีพรายวันยังไม่มีเลยให้มีชีวิตต่อไปมีสุข คือการมีรายได้อย่างน้อยขั้นต่ำชัวร์ๆ วันละ 300-500 บาท ยังประคับประคองยาก เพื่อการมีสถานะเป็นผู้มีรายได้ประกันตนไม่เป็นคนว่างงานและไม่เป็นคนจน ก็ตั้งใจว่าจะมีรายได้ที่มีสภาพคล่อง เท่าที่หารายได้ใช้เกิดประโยชน์ ก็เท่าของที่เห็นและสุขภาพที่ดีๆ แต่เงินออมมักอยู่ในพอร์ตหุ้น จะมีมากถ้าออมอย่างเดียวไม่เบิกถอน

         ด้วยการลงทุนหุ้น ทั้งเก็งกำไร ปันผล และ DW Warant ต่างๆ ถ้าคนมีอาชีพในตลาดหุ้นมั่นคงแล้วมีรายได้ ชัวร์ๆจริงก็คงพอจะมีค่าใช้จ่าย
กับการครองชีพในแต่ละวันในพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ต่างจากแรงงานฝีมือหรือคนทำสวนขายผลผลิตเกษตรรายวัน เป็นไปได้หรือไม่ครับ
ในเมื่อทุกวันนี้ในสังคมก็ต่างมีคนมากมายหลากหลาย ทั้งการศึกษาคนละคณะวิชา คนละสถาบัน ความเข้าใจในสังคมบางคนก็แตกต่างกับอาชีพกับสังคมคนส่วนใหญ่ แล้วการเป็นนายทุนหรือนักลงทุนในตลาดหุ้นที่เป็นอาชีพในระบบรัฐคุ้มครอง จะมีคนมองว่าเป็นคนว่างงานติดการพนันหรือไม่ครับ นายทุนที่มีการศึกษาการลงทุนในระบบด้วยความรู้ความเข้าใจมากจริง กับคนมีรายได้ด้วยการทำงานใช้แรงกาย ธุรกิจและคนมีฝีมือต่างๆ จะจัดกลุ่มคนให้มีสถานะแตกต่างแต่เข้าใจยอมรับกันได้ในสังคมก็คงปกติทุกอาชีพ แล้วอาชีพนักค้าหุ้นดีมั้ย

ผมก็ศึกษาไปพลางๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจจะเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นด้วยทักษะดีขึ้นจนกว่าจะเป็นอาชีพ ในช่วงขี้เกียจหารายได้ในโลกออฟไลน์กับคนอื่นๆในโลกธุรกิจออนไลน์ครับ อาชีพที่เขาทำเกี่ยวกับเครดิตการเงิน ก็มีคนที่ทำเป็นธุรกิจทำให้คนอื่นใช้ประโยชน์ได้ เพียงแต่บางคนเขาไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้นเอง อย่างคนเรียนจบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ICT จบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แม้ไม่ได้เป็นสถาบันการศึกษาในระดับ ป.ตรีถึงเอก ต่างทำให้มีเว็บไซต์การลงทุนมีเครดิตการเงินรับจ่ายเงินได้ คนจะไปทำกับเขาหากได้รับผลประโยชน์ ก็ถูกมองว่าเป็นนอมินีทุนเทาหมด ซึ่งเงินสีเทามักเฟ้อและไม่มีประโยชน์อะไรเลยเท่ากับเงินสีขาวเป็นเงินรูปธรรม ผมไม่สนใจหรอกเงินสีเทาเฟ้อๆ ไม่มีประโยชน์คุณค่าอะไรได้เลย เพิ่มลดไปหายไปในอากาศ ประเทศก็ยังลดความเหลื่อมล้ำในฐานะการเงินไม่ค่อยได้เท่าไหร่หรอกตอนนี้ แต่สมัยก่อนคนค้าหุ้นดูมีเกียรติและฐานะอาชีพร่ำรวยกว่าคนระดับอื่นๆในสังคมไทยมากนะครับ คนมีอาชีพนักลงทุนเขามีอาชีพดีมีเครดิต แต่คนอื่นนิสัยการพูดถึงอาชีพเขาไม่ดีเองมากกว่ามั้งครับ เพราะอาจจะกำลังเมากับรายได้ที่ทำให้ชีวิตเขามีความคิดวุ่นวายสับสน มีความบันเทิงกับเรื่องหุ้นๆเงินๆ เศรษฐกิจๆมาก เพื่อนเยอะดีนะแต่คนอื่นคนไกลทั้งนั้น ไม่รู้ใครมีตัวตนยังไง ใครรู้จริงใครเสียเงิน บางคนก็ดูเพี้ยนๆจริงๆนะ แม้ตลาดหุ้นก็เป็นแหล่งของอาชีพของคนจะต้องรับผิดชอบเงินไม่ใช่น้อยๆ

จะมาหมั่นไส้คนให้ข้อมูล
ให้เกิดความเข้าใจไม่หลงคิดเข้าใจผิด
หรือหมิ่นอะไรแบบโง่ๆไปคนเดียว
ยังจะมองว่าคนทำให้เกิดความรู้แล้วคิดอะไรต่างๆออก
เป็นคนไม่ดีต่อชีวิตอีก
แล้วแต่คนจะคิดดีเห็นค่าว่า
มีประโยชน์กว่ายังไม่รู้อะไร
เห็นแต่ของกับราคา ตัวเลขเงินแตกต่าง
แต่ไม่รู้เบื้อลึกเบื้องหลังใครยังไง ก็ยิ่งงไปใหญ่
มีความแตกต่างอย่างเข้าใจยอมรับ
ตัวตนซึ่งกันและกัน แล้วแต่ท่านจะให้ค่าดี
ถ้าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว
ก็ให้มันแล้วแล้วไป
ยังมีเวลาที่ชีวิต
จะมีคนให้ค่าต่อสิ่งที่มีคุณค่าสูงอีกมาก
ความอภิรมย์ในจิต
มีค่าสำคัญกว่า
ชีวิตคิดชั่วร้ายไม่ปกติอารมณ์

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่