สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน
วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมากๆ มาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการเงินของพวกเราโดยตรงเลย
เชื่อไหมครับว่าหลายครั้งที่เราเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรถเสียกะทันหัน ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน คอมพิวเตอร์พังตอนงานเร่ง หรือแย่สุดคือถูกเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว
สถานการณ์แบบนี้มันชวนให้ใจหายวาบไปถึงตาตุ่มเลยใช่ไหมครับ
และบ่อยครั้งที่ปัญหาพวกนี้มันมาพร้อมกับคำถามยอดฮิตในใจเราว่า "แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจัดการล่ะเนี่ย!?"
นี่แหละครับ คือเหตุผลที่ "เงินสำรองฉุกเฉิน" มันสำคัญโคตรๆ วันนี้ผมจะพาไปดูกันว่าเราจะสร้างไอ้เงินก้อนนี้ขึ้นมาได้ยังไงให้สำเร็จครับ
เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไรน่ะเหรอครับ? มันก็คือเงินก้อนที่เราเก็บแยกไว้ต่างหากเลยครับ ไม่ได้เอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่มีไว้เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ทุกเมื่อนั่นแหละครับ
ลองนึกภาพว่ามันคือ "ร่มกันฝน" ในวันที่แดดออกเปรี้ยงๆ ครับ เราอาจไม่คิดว่าต้องใช้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ฝนตกพรำๆ หรือพายุเข้า เราจะดีใจมากที่มีมันอยู่ในมือครับ
แล้วต้องมีเท่าไหร่ล่ะ?
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่างน้อยที่สุด เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ 3-6 เท่าของ "ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน" ครับ
ย้ำนะครับว่า "ค่าใช้จ่ายจำเป็น" ไม่ใช่ "ค่าใช้จ่ายทั้งหมด" เช่น ค่าเช่า ค่าผ่อนรถ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต อะไรที่มันจำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนครับ
เอาล่ะครับ ถึงเวลาลงมือทำกันแล้ว! มาดูกันว่าเราจะสร้างเงินก้อนนี้ขึ้นมาได้ยังไงบ้างครับ
1. รู้เขารู้เรา รบกี่ครั้งก็รอด (ตรวจสอบรายรับรายจ่าย)
ก่อนอื่นเลยครับ เราต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละเดือนเรามีรายรับเท่าไหร่ และที่สำคัญกว่าคือ "จ่ายอะไรไปบ้าง" ครับ
ลองจดบันทึกรายรับรายจ่ายแบบจริงจังดูสัก 1-2 เดือนนะครับ อาจจะใช้แอปพลิเคชัน โน้ตในมือถือ หรือสมุดบัญชีบ้านๆ ก็ได้ครับ ที่สำคัญคือ "จดทุกอย่าง" ครับ
คุณจะเห็นเลยว่าเงินมันหายไปไหนบ้าง บางทีเราอาจจะตกใจว่า เฮ้ย! ค่ากาแฟแก้วละร้อยทุกวันมันเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย (อันนี้ประสบการณ์ตรงของผมเองครับ แหะๆ)
2. ตัดไขมันส่วนเกินทางการเงินออกซะ!
พอเรารู้แล้วว่าอะไรคือจุดรั่วไหล ก็ถึงเวลาตัดออกครับ ไม่ได้หมายความว่าต้องอดนะครับ แต่เป็นการ "ลด" หรือ "เลี่ยง" สิ่งที่ไม่จำเป็นในระยะแรกไปก่อนครับ
เช่น ลดการกินข้าวนอกบ้านแพงๆ ลง หันมาทำกับข้าวกินเองบ้าง หรือลดค่าสมัครสมาชิกสตรีมมิ่งที่ไม่ค่อยได้ดูลงไปบ้างครับ เงินส่วนนี้แหละครับที่จะกลายเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างเงินสำรองฉุกเฉินของเรา
3. ตั้งระบบ "โอนอัตโนมัติ" ให้ตัวเองครับ
วิธีนี้โคตรดีครับ! พอเงินเดือนออกปุ๊บ ให้ธนาคารตัดเงินจำนวนหนึ่ง (ที่เรากำหนดไว้) ไปเข้าบัญชีเงินสำรองฉุกเฉินของเราทันทีครับ
พอเงินมันออกไปก่อนที่เราจะเห็น เราก็จะไม่รู้สึกว่ามันหายไปไหนครับ สมองจะปรับตัวให้เราใช้เงินที่เหลืออยู่ได้อย่างอัตโนมัติครับ วิธีนี้จะช่วยให้เราสร้างวินัยการออมได้แบบไม่ต้องใช้พลังใจเยอะเลยครับ
4. หาเงินเพิ่มสิครับ รออะไร?
ถ้าการลดรายจ่ายมันสุดทางแล้ว หรืออยากให้เงินสำรองฉุกเฉินโตเร็วขึ้น ก็ต้องมองหาช่องทางเพิ่มรายได้พิเศษครับ
อาจจะเป็นงานอดิเรกที่ทำเงินได้ อย่างการรับงานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์เล็กๆ น้อยๆ หรือหารายได้เสริมจากทักษะที่เรามีครับ ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้เพิ่มมา เอาไปเติมเต็มเงินสำรองฉุกเฉินได้หมดเลยครับ
5. เก็บในที่ที่ถอนง่าย แต่ไม่ง่ายจนเกินไป
เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บไว้ในที่ที่เราสามารถถอนออกมาใช้ได้ทันทีครับ เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ครับ
หลีกเลี่ยงการนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง อย่างหุ้นหรือคริปโตเคอร์เรนซีนะครับ เพราะถ้าเกิดฉุกเฉินขึ้นมาแล้วราคาตกพอดี เราอาจจะขาดทุนได้ครับ
การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินอาจจะใช้เวลาสักหน่อยครับ แต่มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตครับ เพราะมันซื้อ "ความสบายใจ" ให้เราได้จริงๆ ครับ
เมื่อคุณมีเงินก้อนนี้อยู่ ชีวิตคุณจะรู้สึกมั่นคงขึ้นเยอะเลยครับ ไม่ว่าจะเจอพายุลูกไหนเข้า ก็จะมีหลักประกันให้เราก้าวผ่านไปได้อย่างสบายใจครับ
ลงมือทำตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ เพื่อชีวิตที่ไร้กังวลทางการเงินครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!
ไม่ว่าอะไรจะเกิด! วิธีสร้าง 'เงินสำรองฉุกเฉิน' ก้อนแรกให้สำเร็จ...ชีวิตไม่สะดุดแน่นอนครับ!
วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมากๆ มาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการเงินของพวกเราโดยตรงเลย
เชื่อไหมครับว่าหลายครั้งที่เราเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรถเสียกะทันหัน ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน คอมพิวเตอร์พังตอนงานเร่ง หรือแย่สุดคือถูกเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว
สถานการณ์แบบนี้มันชวนให้ใจหายวาบไปถึงตาตุ่มเลยใช่ไหมครับ
และบ่อยครั้งที่ปัญหาพวกนี้มันมาพร้อมกับคำถามยอดฮิตในใจเราว่า "แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจัดการล่ะเนี่ย!?"
นี่แหละครับ คือเหตุผลที่ "เงินสำรองฉุกเฉิน" มันสำคัญโคตรๆ วันนี้ผมจะพาไปดูกันว่าเราจะสร้างไอ้เงินก้อนนี้ขึ้นมาได้ยังไงให้สำเร็จครับ
เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไรน่ะเหรอครับ? มันก็คือเงินก้อนที่เราเก็บแยกไว้ต่างหากเลยครับ ไม่ได้เอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่มีไว้เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจทำให้กระเป๋าฉีกได้ทุกเมื่อนั่นแหละครับ
ลองนึกภาพว่ามันคือ "ร่มกันฝน" ในวันที่แดดออกเปรี้ยงๆ ครับ เราอาจไม่คิดว่าต้องใช้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ฝนตกพรำๆ หรือพายุเข้า เราจะดีใจมากที่มีมันอยู่ในมือครับ
แล้วต้องมีเท่าไหร่ล่ะ?
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่างน้อยที่สุด เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ 3-6 เท่าของ "ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน" ครับ
ย้ำนะครับว่า "ค่าใช้จ่ายจำเป็น" ไม่ใช่ "ค่าใช้จ่ายทั้งหมด" เช่น ค่าเช่า ค่าผ่อนรถ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต อะไรที่มันจำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนครับ
เอาล่ะครับ ถึงเวลาลงมือทำกันแล้ว! มาดูกันว่าเราจะสร้างเงินก้อนนี้ขึ้นมาได้ยังไงบ้างครับ
1. รู้เขารู้เรา รบกี่ครั้งก็รอด (ตรวจสอบรายรับรายจ่าย)
ก่อนอื่นเลยครับ เราต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละเดือนเรามีรายรับเท่าไหร่ และที่สำคัญกว่าคือ "จ่ายอะไรไปบ้าง" ครับ
ลองจดบันทึกรายรับรายจ่ายแบบจริงจังดูสัก 1-2 เดือนนะครับ อาจจะใช้แอปพลิเคชัน โน้ตในมือถือ หรือสมุดบัญชีบ้านๆ ก็ได้ครับ ที่สำคัญคือ "จดทุกอย่าง" ครับ
คุณจะเห็นเลยว่าเงินมันหายไปไหนบ้าง บางทีเราอาจจะตกใจว่า เฮ้ย! ค่ากาแฟแก้วละร้อยทุกวันมันเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย (อันนี้ประสบการณ์ตรงของผมเองครับ แหะๆ)
2. ตัดไขมันส่วนเกินทางการเงินออกซะ!
พอเรารู้แล้วว่าอะไรคือจุดรั่วไหล ก็ถึงเวลาตัดออกครับ ไม่ได้หมายความว่าต้องอดนะครับ แต่เป็นการ "ลด" หรือ "เลี่ยง" สิ่งที่ไม่จำเป็นในระยะแรกไปก่อนครับ
เช่น ลดการกินข้าวนอกบ้านแพงๆ ลง หันมาทำกับข้าวกินเองบ้าง หรือลดค่าสมัครสมาชิกสตรีมมิ่งที่ไม่ค่อยได้ดูลงไปบ้างครับ เงินส่วนนี้แหละครับที่จะกลายเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างเงินสำรองฉุกเฉินของเรา
3. ตั้งระบบ "โอนอัตโนมัติ" ให้ตัวเองครับ
วิธีนี้โคตรดีครับ! พอเงินเดือนออกปุ๊บ ให้ธนาคารตัดเงินจำนวนหนึ่ง (ที่เรากำหนดไว้) ไปเข้าบัญชีเงินสำรองฉุกเฉินของเราทันทีครับ
พอเงินมันออกไปก่อนที่เราจะเห็น เราก็จะไม่รู้สึกว่ามันหายไปไหนครับ สมองจะปรับตัวให้เราใช้เงินที่เหลืออยู่ได้อย่างอัตโนมัติครับ วิธีนี้จะช่วยให้เราสร้างวินัยการออมได้แบบไม่ต้องใช้พลังใจเยอะเลยครับ
4. หาเงินเพิ่มสิครับ รออะไร?
ถ้าการลดรายจ่ายมันสุดทางแล้ว หรืออยากให้เงินสำรองฉุกเฉินโตเร็วขึ้น ก็ต้องมองหาช่องทางเพิ่มรายได้พิเศษครับ
อาจจะเป็นงานอดิเรกที่ทำเงินได้ อย่างการรับงานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์เล็กๆ น้อยๆ หรือหารายได้เสริมจากทักษะที่เรามีครับ ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้เพิ่มมา เอาไปเติมเต็มเงินสำรองฉุกเฉินได้หมดเลยครับ
5. เก็บในที่ที่ถอนง่าย แต่ไม่ง่ายจนเกินไป
เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บไว้ในที่ที่เราสามารถถอนออกมาใช้ได้ทันทีครับ เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ครับ
หลีกเลี่ยงการนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง อย่างหุ้นหรือคริปโตเคอร์เรนซีนะครับ เพราะถ้าเกิดฉุกเฉินขึ้นมาแล้วราคาตกพอดี เราอาจจะขาดทุนได้ครับ
การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินอาจจะใช้เวลาสักหน่อยครับ แต่มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตครับ เพราะมันซื้อ "ความสบายใจ" ให้เราได้จริงๆ ครับ
เมื่อคุณมีเงินก้อนนี้อยู่ ชีวิตคุณจะรู้สึกมั่นคงขึ้นเยอะเลยครับ ไม่ว่าจะเจอพายุลูกไหนเข้า ก็จะมีหลักประกันให้เราก้าวผ่านไปได้อย่างสบายใจครับ
ลงมือทำตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ เพื่อชีวิตที่ไร้กังวลทางการเงินครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!