รายชื่อตัวละคร
พิม : เพศหญิง, อายุ 14 ปี, ส่วนสูง 162 cm, น้ำหนัก 44 kg
ริน : เพศหญิง, อายุ 18 ปี, ส่วนสูง 170 cm, น้ำหนัก 49 kg
ดาว : เพศหญิง, อายุ 18 ปี, ส่วนสูง 153 cm, น้ำหนัก 38 kg
โค้ก : เพศชาย, อายุ 26 ปี, ส่วนสูง 181 cm, น้ำหนัก ?? kg
รูปภาพตัวละคร (เรียงจากซ้ายไปขวา) พิม, ริน, ดาว (ไม่มีโค้ก)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
✅️✅️✅️
บทที่ 31: หลักฐานและความจริงที่แหลกสลาย
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของผู้พิพากษาโค้กเย็นเฉียบและเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ พิม ริน และดาว นั่งเบียดกันอยู่บนโซฟาหนังด้วยท่าทีประหม่า พวกเธอถูกเรียกตัวมาโดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการเอกสารเยียวยาจิตใจและปิดคดีอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสามคนบีบมือเข้าหากันแน่น
โค้ก ชายหนุ่มวัย 26 ปี นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเป็นมิตรและน่าเชื่อถือในศาล บัดนี้กลับดูเย็นชาและว่างเปล่าจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองไปยังเหยื่อทั้งสาม
"ที่ผมเรียกพวกคุณมาวันนี้..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของโค้กทำลายความเงียบกริบ "เพราะผมมีเรื่องสุดท้ายที่สำคัญที่สุด... เรื่องที่ไม่มีใครในศาลพูดยังไงล่ะ"
โค้กยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานไม้สักมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอ เขาก้าวขาไปข้างหน้าเล็กน้อย ทอดเงาทาบทับร่างของหญิงสาวทั้งสาม
"คดีมันจบไปแล้วก็จริง... แต่ความจริงต่างหากที่เพิ่งจะเริ่มต้น... พิม ซันไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอหรอกนะ..."
พิม ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง เด็กสาววัย 14 ปีในชุดเสื้อคอปกสีชมพูมองหน้าโค้กด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ "ท่านหมายความว่ายังไงคะ? ก็หลักฐานทุกอย่างมัน..."
"ส่วนบ้านของเธอ ริน..." โค้กเมินสายตาของพิม เขาหันไปหาหญิงสาวผมยาวในชุดคอเต่าสีดำ "ไฟก็ไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผาหรอกนะ แพะโง่ๆ ที่บังเอิญเดินผ่านไปแถวนั้นน่ะเหรอจะกล้าเผาบ้านคนอื่น..."
ริน ผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความโกรธและความสับสน "ไม่จริง! คุณโกหก! เป็นไปไม่ได้!"
"และดาว..." โค้กจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำของผู้เป็นแม่ "ธรรศไม่ได้ฆ่าน้องพิมพ์ใจ... เขาไม่ได้แตะต้องลูกสาวของเธอเลยแม้แต่ปลายเล็บ..."
ห้องทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็ง ดาวเบิกตาโพลงค้าง นัยน์ตาของเธอว่างเปล่า รินหันขวับกลับมาพิงประตู น้ำตานองหน้า "ไม่จริง! คุณแต่งเรื่องโรคจิตมาขู่พวกเรา!"
โค้กมองดูท่าทีปฏิเสธความจริงของรินด้วยสายตาเวทนา เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานไม้สักอย่างใจเย็น ล้วงกุญแจดอกเล็กออกจากกระเป๋าเพื่อไขลิ้นชักที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา เสียงปลดล็อกเปิดออกเบาๆ
"พวกคุณคงคิดว่าผมแค่แต่งเรื่องจิตป่วยขึ้นมาหลอกให้กลัวสินะ..." โค้กพูดพลางหยิบของสามสิ่งออกมาถือไว้ "แต่ในฐานะผู้พิพากษา... ผมทำงานโดยยึด 'หลักฐาน' เป็นสำคัญเสมอ"
เขาเดินกลับมาหาพวกเธอ ค่อยๆ โยนของสิ่งแรกลงบนพื้นพรมตรงหน้าพิม มันคือ กิ๊บติดผมสีชมพูรูปกระต่าย ที่มีรอยหักร้าว
พิมชะงัก เสียงร้องไห้ขาดห้วง ดวงตาของเด็กสาววัย 14 เบิกกว้างเมื่อเห็นของสิ่งนั้น "น...นั่นมันกิ๊บของหนู ที่หนูหาไม่เจอในคืนนั้น..."
"ใช่ กิ๊บที่หล่นอยู่บนเตียงตอนที่ผมกำลังจัดการกับเธอไงล่ะ" โค้กยิ้มมุมปาก
จากนั้น เขาโยน ไฟแช็กโลหะสลักอักษรย่อ 'C' ที่มีคราบเขม่าควันดำติดเกรอะกรัง ลงไปตรงหน้าริน "ส่วนนี่... ไฟแช็กอันนี้แหละที่จุดประกายไฟกองแรกบนเศษผ้าชุบน้ำมันหลังบ้านเธอ ถ้าเธอยังจำกลิ่นน้ำมันเบนซินที่คลุ้งไปทั่วคืนนั้นได้ ลองดมดูสิ... กลิ่นความพินาศของครอบครัวเธอยังติดอยู่บนนี้เลย"
ริน ทรุดเข่าลงกับพื้นทันที เรี่ยวแรงที่ใช้ทุบประตูเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น หลักฐานของจริงที่อยู่ตรงหน้าทำลายความหวังและข้ออ้างในใจของเธอจนแหลกละเอียด
และชิ้นสุดท้าย... โค้กหยิบถุงซิปล็อกขนาดเล็กออกมา ภายในนั้นมี เศษผ้าลูกไม้สีขาวเปื้อนคราบเลือดสีน้ำตาลเข้ม "และนี่... ดาว เศษชุดกระโปรงที่ขาดวิ่น ตอนที่ร่างของลูกสาวเธอถูกปั่นจนเละคาเครื่อง"
ดาวที่กองอยู่บนพื้นจ้องมองเศษผ้าเปื้อนเลือดของลูกสาว เสียงหวีดร้องของเธอไม่ได้ดังออกมาเป็นคำพูดอีกต่อไป มีเพียงเสียงครางฮือในลำคอราวกับสัตว์ที่ถูกเชือด ดวงตาของเธอเลื่อนลอย ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะใดๆ
หลักฐานแห่งความวิปริตทั้งสามชิ้นวางตระหง่านอยู่แทบเท้าของพวกเธอ ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่ไม่มีใครหนีพ้น โค้กยืนมองผลงานการทำลายล้างจิตใจมนุษย์ของเขาด้วยแววตาที่เป็นประกาย
"นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่พวกคุณ... จะต้องจดจำไปตลอดกาล..." โค้กพูดพลางกดปุ่มบนรีโมต หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังบานพับไม้บนผนังห้องค่อยๆ เลื่อนเปิดออกและสว่างวาบขึ้น
"ในฐานะผู้พิพากษา... ผมทำงานโดยยึด 'หลักฐาน' เป็นสำคัญเสมอ และหลักฐานชิ้นนี้... ชัดเจนกว่าคำให้การใดๆ ในศาล"
ภาพบนหน้าจอความละเอียดสูงถูกแบ่งออกเป็นสามช่อง ทุกช่องคือคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้อย่างจงใจและตั้งใจให้เห็นใบหน้าของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจนที่สุด
จอแรกมุมซ้าย... คือภาพจากกล้องขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของห้องนอน ภาพปรากฏใบหน้าของโค้กที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองตรงมาที่เลนส์กล้องเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปหาร่างของพิมที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
พิมเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างเล็กๆ ของเด็กสาววัย 14 สั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อเห็นภาพตัวเองในคืนนั้น เสียงร้องไห้ของเธอขาดห้วง กลายเป็นความหวาดผวาที่จุกอยู่เต็มลำคอ
จอที่สองมุมขวา... คือวิดีโอที่โค้กตั้งกล้องถ่ายตัวเองขณะสวมชุดสีดำมิดชิด เขากำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเทแกลลอนน้ำมันราดไปตามกองไม้หลังบ้านของริน ภาพซูมให้เห็นจังหวะที่เขาจุดไฟแช็กโลหะสลักอักษรย่อ 'C' แล้วโยนมันลงไป เปลวเพลิงสีส้มสว่างวาบสะท้อนในแววตาอันว่างเปล่าของเขา
รินทรุดเข่าลงกับพื้นพรมทันที เรี่ยวแรงที่ใช้ดิ้นรนเมื่อครู่สูญสลายไปจนหมดสิ้น ภาพบ้านของเธอที่ค่อยๆ มอดไหม้ด้วยฝีมือของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำลายความหวังและข้ออ้างในใจของเธอจนแหลกละเอียด เป็นผุยผงไม่มีชิ้นดี
และจอที่สามตรงกลาง... คลิปวิดีโอที่ตอกย้ำความวิปริตถึงขีดสุด โค้กยืนอยู่ในห้องครัว ด้านหลังของเขาคือเครื่องปั่นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เขาหันมาขยิบตาให้กล้องหนึ่งครั้งด้วยใบหน้าระรื่น ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปกดสวิตช์เปิดการทำงานของเครื่องปั่น... ท่ามกลางร่างเล็กๆ ของน้องพิมพ์ใจที่อยู่ภายในนั้น
ดาวที่กองอยู่บนพื้นจ้องมองภาพบนจอด้วยดวงตาที่เบิกค้าง เสียงหวีดร้องของเธอแหบพร่าสาหัส เสียงครางฮือในลำคอราวกับสัตว์ที่ถูกเชือด นัยน์ตาของเธอเลื่อนลอย ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะใดๆ แตกสลายไปโดยสมบูรณ์
วิดีโอทั้งสามคลิปเล่นวนซ้ำไปมา ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่ไม่มีใครหนีพ้น โค้กโยนรีโมตทิ้งลงบนโซฟา ยืนมองผลงานการทำลายล้างจิตใจมนุษย์ของเขาด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ
"ทีนี้... กระจ่างพอที่จะยอมรับความพินาศของตัวเองหรือยังล่ะ?"
✅️✅️✅️
บทที่ 32: กฎของกรงขังที่มองไม่เห็น
เสียงคลิปวิดีโอทั้งสามจอยังคงเล่นวนซ้ำไปมา เสียงของเปลวไฟที่ปะทุ เสียงหวีดร้องของเด็กน้อย และเสียงหอบหายใจของฆาตกร ดังก้องสะท้อนไปมาในห้องทำงานที่ปิดตาย บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบขาดใจ เหยื่อทั้งสามคนจมดิ่งอยู่ในห้วงนรกของตัวเองโดยสมบูรณ์
โค้กปล่อยให้ความพินาศนั้นกัดกินพวกเธออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดหน้าจอทีวี ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาฉับพลันกลับยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดและน่าหวาดผวายิ่งกว่าเดิม
"เอาล่ะ งานแสดงจบลงแล้ว" โค้กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเพิ่งดูหนังจบไปเรื่องหนึ่ง เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง มองลงมายังร่างทั้งสามที่กองอยู่บนพื้น
รินที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาและคราบเครื่องสำอาง กัดฟันกรอด ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้นที่ปะทุทะลุขีดจำกัด สัญชาตญาณดิบสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปหาชายหนุ่มตรงหน้า สองมือของเธอพยายามจะคว้าคอเสื้อของเขา
"แก... ไอ้ปีศาจ! ไอ้เฮี่ยโรคจิต!" รินแผดเสียง
แต่โค้กเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย เขาคว้าข้อมือของรินไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะออกแรงบิดและผลักร่างของหญิงสาววัย 18 ปีให้ล้มกระแทกกลับลงไปบนโซฟาอย่างแรงจนรินจุกจนพูดไม่ออก
"จุ๊ๆ... ไม่เอาน่า ริน อย่าทำตัวไร้การศึกษาในห้องทำงานของผู้พิพากษาสิ" โค้กส่ายหน้าเบาๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ออกมาเช็ดมือตัวเองราวกับเพิ่งแตะต้องของสกปรก "พวกคุณยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอีกเหรอ?"
โค้กก้มหน้าลงมองพิมที่เอาแต่นั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ ริน เด็กสาววัย 14 หลับตาปี๋ เอามืออุดหูราวกับไม่อยากรับรู้โลกภายนอกอีกต่อไป ส่วนดาว... หญิงสาวร่างเล็กยังคงนั่งเหม่อลอย น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไร้เสียงสะอื้น จิตใจของเธอแตกสลายจนกู่ไม่กลับไปแล้ว
"โลกภายนอกนั่น... คดีของพวกคุณถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ศาลมอบความยุติธรรมให้ สังคมต่างพากันเวทนาและยินดีที่พวกคุณรอดพ้นจากฝันร้ายมาได้" โค้กเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าชั้นหนังสือบานใหญ่ที่ติดกับผนังห้อง "ไม่มีใครสงสัยคดีที่ผู้พิพากษาอย่างผมเป็นคนตัดสิน และจะไม่มีใครตามหาพวกคุณ... เพราะในสายตาของโลกใบนี้ พวกคุณกำลังอยู่ในความดูแลของรัฐเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ"
โค้กเอื้อมมือไปจับสันหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งบนชั้นที่ดูเหมือนเป็นเพียงของตกแต่ง เขาออกแรงดึงมันเบาๆ
กลไกบางอย่างทำงาน เสียงฟันเฟืองเหล็กเสียดสีกันดังลั่น...
ชั้นหนังสือไม้สักบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนแยกออกจากกัน เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แสงไฟสลัวสีส้มติดกะพริบขึ้นทีละดวงตามทางเดิน เผยให้เห็นประตูลูกกรงเหล็กที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นโชยออกมาปะทะใบหน้า
รินเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวพุ่งเกาะกุมหัวใจอีกครั้งเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังฉากหน้าอันทรงเกียรติ
"ที่นี่คือศาลเตี้ยของผม... และกระดานหมากกระดานใหม่เพิ่งจะเริ่มขึ้น" โค้กหันกลับมาส่งยิ้มที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ให้กับพวกเธอ "ลุกขึ้น... แล้วเดินลงไปในกรงของพวกคุณซะ หรือจะให้ผมต้องใช้วิธีลากลงไปทีละคน?"
แต่งนิยายโดย Gemini ตอนที่ 4 ควันหลง
พิม : เพศหญิง, อายุ 14 ปี, ส่วนสูง 162 cm, น้ำหนัก 44 kg
ริน : เพศหญิง, อายุ 18 ปี, ส่วนสูง 170 cm, น้ำหนัก 49 kg
ดาว : เพศหญิง, อายุ 18 ปี, ส่วนสูง 153 cm, น้ำหนัก 38 kg
โค้ก : เพศชาย, อายุ 26 ปี, ส่วนสูง 181 cm, น้ำหนัก ?? kg
รูปภาพตัวละคร (เรียงจากซ้ายไปขวา) พิม, ริน, ดาว (ไม่มีโค้ก)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
✅️✅️✅️
บทที่ 31: หลักฐานและความจริงที่แหลกสลาย
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของผู้พิพากษาโค้กเย็นเฉียบและเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ พิม ริน และดาว นั่งเบียดกันอยู่บนโซฟาหนังด้วยท่าทีประหม่า พวกเธอถูกเรียกตัวมาโดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการเอกสารเยียวยาจิตใจและปิดคดีอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสามคนบีบมือเข้าหากันแน่น
โค้ก ชายหนุ่มวัย 26 ปี นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเป็นมิตรและน่าเชื่อถือในศาล บัดนี้กลับดูเย็นชาและว่างเปล่าจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองไปยังเหยื่อทั้งสาม
"ที่ผมเรียกพวกคุณมาวันนี้..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของโค้กทำลายความเงียบกริบ "เพราะผมมีเรื่องสุดท้ายที่สำคัญที่สุด... เรื่องที่ไม่มีใครในศาลพูดยังไงล่ะ"
โค้กยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานไม้สักมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอ เขาก้าวขาไปข้างหน้าเล็กน้อย ทอดเงาทาบทับร่างของหญิงสาวทั้งสาม
"คดีมันจบไปแล้วก็จริง... แต่ความจริงต่างหากที่เพิ่งจะเริ่มต้น... พิม ซันไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอหรอกนะ..."
พิม ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง เด็กสาววัย 14 ปีในชุดเสื้อคอปกสีชมพูมองหน้าโค้กด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ "ท่านหมายความว่ายังไงคะ? ก็หลักฐานทุกอย่างมัน..."
"ส่วนบ้านของเธอ ริน..." โค้กเมินสายตาของพิม เขาหันไปหาหญิงสาวผมยาวในชุดคอเต่าสีดำ "ไฟก็ไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผาหรอกนะ แพะโง่ๆ ที่บังเอิญเดินผ่านไปแถวนั้นน่ะเหรอจะกล้าเผาบ้านคนอื่น..."
ริน ผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความโกรธและความสับสน "ไม่จริง! คุณโกหก! เป็นไปไม่ได้!"
"และดาว..." โค้กจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำของผู้เป็นแม่ "ธรรศไม่ได้ฆ่าน้องพิมพ์ใจ... เขาไม่ได้แตะต้องลูกสาวของเธอเลยแม้แต่ปลายเล็บ..."
ห้องทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็ง ดาวเบิกตาโพลงค้าง นัยน์ตาของเธอว่างเปล่า รินหันขวับกลับมาพิงประตู น้ำตานองหน้า "ไม่จริง! คุณแต่งเรื่องโรคจิตมาขู่พวกเรา!"
โค้กมองดูท่าทีปฏิเสธความจริงของรินด้วยสายตาเวทนา เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานไม้สักอย่างใจเย็น ล้วงกุญแจดอกเล็กออกจากกระเป๋าเพื่อไขลิ้นชักที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา เสียงปลดล็อกเปิดออกเบาๆ
"พวกคุณคงคิดว่าผมแค่แต่งเรื่องจิตป่วยขึ้นมาหลอกให้กลัวสินะ..." โค้กพูดพลางหยิบของสามสิ่งออกมาถือไว้ "แต่ในฐานะผู้พิพากษา... ผมทำงานโดยยึด 'หลักฐาน' เป็นสำคัญเสมอ"
เขาเดินกลับมาหาพวกเธอ ค่อยๆ โยนของสิ่งแรกลงบนพื้นพรมตรงหน้าพิม มันคือ กิ๊บติดผมสีชมพูรูปกระต่าย ที่มีรอยหักร้าว
พิมชะงัก เสียงร้องไห้ขาดห้วง ดวงตาของเด็กสาววัย 14 เบิกกว้างเมื่อเห็นของสิ่งนั้น "น...นั่นมันกิ๊บของหนู ที่หนูหาไม่เจอในคืนนั้น..."
"ใช่ กิ๊บที่หล่นอยู่บนเตียงตอนที่ผมกำลังจัดการกับเธอไงล่ะ" โค้กยิ้มมุมปาก
จากนั้น เขาโยน ไฟแช็กโลหะสลักอักษรย่อ 'C' ที่มีคราบเขม่าควันดำติดเกรอะกรัง ลงไปตรงหน้าริน "ส่วนนี่... ไฟแช็กอันนี้แหละที่จุดประกายไฟกองแรกบนเศษผ้าชุบน้ำมันหลังบ้านเธอ ถ้าเธอยังจำกลิ่นน้ำมันเบนซินที่คลุ้งไปทั่วคืนนั้นได้ ลองดมดูสิ... กลิ่นความพินาศของครอบครัวเธอยังติดอยู่บนนี้เลย"
ริน ทรุดเข่าลงกับพื้นทันที เรี่ยวแรงที่ใช้ทุบประตูเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น หลักฐานของจริงที่อยู่ตรงหน้าทำลายความหวังและข้ออ้างในใจของเธอจนแหลกละเอียด
และชิ้นสุดท้าย... โค้กหยิบถุงซิปล็อกขนาดเล็กออกมา ภายในนั้นมี เศษผ้าลูกไม้สีขาวเปื้อนคราบเลือดสีน้ำตาลเข้ม "และนี่... ดาว เศษชุดกระโปรงที่ขาดวิ่น ตอนที่ร่างของลูกสาวเธอถูกปั่นจนเละคาเครื่อง"
ดาวที่กองอยู่บนพื้นจ้องมองเศษผ้าเปื้อนเลือดของลูกสาว เสียงหวีดร้องของเธอไม่ได้ดังออกมาเป็นคำพูดอีกต่อไป มีเพียงเสียงครางฮือในลำคอราวกับสัตว์ที่ถูกเชือด ดวงตาของเธอเลื่อนลอย ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะใดๆ
หลักฐานแห่งความวิปริตทั้งสามชิ้นวางตระหง่านอยู่แทบเท้าของพวกเธอ ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่ไม่มีใครหนีพ้น โค้กยืนมองผลงานการทำลายล้างจิตใจมนุษย์ของเขาด้วยแววตาที่เป็นประกาย
"นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่พวกคุณ... จะต้องจดจำไปตลอดกาล..." โค้กพูดพลางกดปุ่มบนรีโมต หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังบานพับไม้บนผนังห้องค่อยๆ เลื่อนเปิดออกและสว่างวาบขึ้น
"ในฐานะผู้พิพากษา... ผมทำงานโดยยึด 'หลักฐาน' เป็นสำคัญเสมอ และหลักฐานชิ้นนี้... ชัดเจนกว่าคำให้การใดๆ ในศาล"
ภาพบนหน้าจอความละเอียดสูงถูกแบ่งออกเป็นสามช่อง ทุกช่องคือคลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้อย่างจงใจและตั้งใจให้เห็นใบหน้าของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจนที่สุด
จอแรกมุมซ้าย... คือภาพจากกล้องขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของห้องนอน ภาพปรากฏใบหน้าของโค้กที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองตรงมาที่เลนส์กล้องเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปหาร่างของพิมที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
พิมเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างเล็กๆ ของเด็กสาววัย 14 สั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อเห็นภาพตัวเองในคืนนั้น เสียงร้องไห้ของเธอขาดห้วง กลายเป็นความหวาดผวาที่จุกอยู่เต็มลำคอ
จอที่สองมุมขวา... คือวิดีโอที่โค้กตั้งกล้องถ่ายตัวเองขณะสวมชุดสีดำมิดชิด เขากำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเทแกลลอนน้ำมันราดไปตามกองไม้หลังบ้านของริน ภาพซูมให้เห็นจังหวะที่เขาจุดไฟแช็กโลหะสลักอักษรย่อ 'C' แล้วโยนมันลงไป เปลวเพลิงสีส้มสว่างวาบสะท้อนในแววตาอันว่างเปล่าของเขา
รินทรุดเข่าลงกับพื้นพรมทันที เรี่ยวแรงที่ใช้ดิ้นรนเมื่อครู่สูญสลายไปจนหมดสิ้น ภาพบ้านของเธอที่ค่อยๆ มอดไหม้ด้วยฝีมือของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำลายความหวังและข้ออ้างในใจของเธอจนแหลกละเอียด เป็นผุยผงไม่มีชิ้นดี
และจอที่สามตรงกลาง... คลิปวิดีโอที่ตอกย้ำความวิปริตถึงขีดสุด โค้กยืนอยู่ในห้องครัว ด้านหลังของเขาคือเครื่องปั่นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เขาหันมาขยิบตาให้กล้องหนึ่งครั้งด้วยใบหน้าระรื่น ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปกดสวิตช์เปิดการทำงานของเครื่องปั่น... ท่ามกลางร่างเล็กๆ ของน้องพิมพ์ใจที่อยู่ภายในนั้น
ดาวที่กองอยู่บนพื้นจ้องมองภาพบนจอด้วยดวงตาที่เบิกค้าง เสียงหวีดร้องของเธอแหบพร่าสาหัส เสียงครางฮือในลำคอราวกับสัตว์ที่ถูกเชือด นัยน์ตาของเธอเลื่อนลอย ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะใดๆ แตกสลายไปโดยสมบูรณ์
วิดีโอทั้งสามคลิปเล่นวนซ้ำไปมา ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายที่ไม่มีใครหนีพ้น โค้กโยนรีโมตทิ้งลงบนโซฟา ยืนมองผลงานการทำลายล้างจิตใจมนุษย์ของเขาด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ
"ทีนี้... กระจ่างพอที่จะยอมรับความพินาศของตัวเองหรือยังล่ะ?"
✅️✅️✅️
บทที่ 32: กฎของกรงขังที่มองไม่เห็น
เสียงคลิปวิดีโอทั้งสามจอยังคงเล่นวนซ้ำไปมา เสียงของเปลวไฟที่ปะทุ เสียงหวีดร้องของเด็กน้อย และเสียงหอบหายใจของฆาตกร ดังก้องสะท้อนไปมาในห้องทำงานที่ปิดตาย บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบขาดใจ เหยื่อทั้งสามคนจมดิ่งอยู่ในห้วงนรกของตัวเองโดยสมบูรณ์
โค้กปล่อยให้ความพินาศนั้นกัดกินพวกเธออยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดหน้าจอทีวี ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาฉับพลันกลับยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดและน่าหวาดผวายิ่งกว่าเดิม
"เอาล่ะ งานแสดงจบลงแล้ว" โค้กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเพิ่งดูหนังจบไปเรื่องหนึ่ง เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง มองลงมายังร่างทั้งสามที่กองอยู่บนพื้น
รินที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาและคราบเครื่องสำอาง กัดฟันกรอด ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้นที่ปะทุทะลุขีดจำกัด สัญชาตญาณดิบสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปหาชายหนุ่มตรงหน้า สองมือของเธอพยายามจะคว้าคอเสื้อของเขา
"แก... ไอ้ปีศาจ! ไอ้เฮี่ยโรคจิต!" รินแผดเสียง
แต่โค้กเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย เขาคว้าข้อมือของรินไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะออกแรงบิดและผลักร่างของหญิงสาววัย 18 ปีให้ล้มกระแทกกลับลงไปบนโซฟาอย่างแรงจนรินจุกจนพูดไม่ออก
"จุ๊ๆ... ไม่เอาน่า ริน อย่าทำตัวไร้การศึกษาในห้องทำงานของผู้พิพากษาสิ" โค้กส่ายหน้าเบาๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ออกมาเช็ดมือตัวเองราวกับเพิ่งแตะต้องของสกปรก "พวกคุณยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองอีกเหรอ?"
โค้กก้มหน้าลงมองพิมที่เอาแต่นั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ ริน เด็กสาววัย 14 หลับตาปี๋ เอามืออุดหูราวกับไม่อยากรับรู้โลกภายนอกอีกต่อไป ส่วนดาว... หญิงสาวร่างเล็กยังคงนั่งเหม่อลอย น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไร้เสียงสะอื้น จิตใจของเธอแตกสลายจนกู่ไม่กลับไปแล้ว
"โลกภายนอกนั่น... คดีของพวกคุณถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ศาลมอบความยุติธรรมให้ สังคมต่างพากันเวทนาและยินดีที่พวกคุณรอดพ้นจากฝันร้ายมาได้" โค้กเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าชั้นหนังสือบานใหญ่ที่ติดกับผนังห้อง "ไม่มีใครสงสัยคดีที่ผู้พิพากษาอย่างผมเป็นคนตัดสิน และจะไม่มีใครตามหาพวกคุณ... เพราะในสายตาของโลกใบนี้ พวกคุณกำลังอยู่ในความดูแลของรัฐเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ"
โค้กเอื้อมมือไปจับสันหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งบนชั้นที่ดูเหมือนเป็นเพียงของตกแต่ง เขาออกแรงดึงมันเบาๆ
กลไกบางอย่างทำงาน เสียงฟันเฟืองเหล็กเสียดสีกันดังลั่น...
ชั้นหนังสือไม้สักบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนแยกออกจากกัน เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แสงไฟสลัวสีส้มติดกะพริบขึ้นทีละดวงตามทางเดิน เผยให้เห็นประตูลูกกรงเหล็กที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นโชยออกมาปะทะใบหน้า
รินเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวพุ่งเกาะกุมหัวใจอีกครั้งเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังฉากหน้าอันทรงเกียรติ
"ที่นี่คือศาลเตี้ยของผม... และกระดานหมากกระดานใหม่เพิ่งจะเริ่มขึ้น" โค้กหันกลับมาส่งยิ้มที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ให้กับพวกเธอ "ลุกขึ้น... แล้วเดินลงไปในกรงของพวกคุณซะ หรือจะให้ผมต้องใช้วิธีลากลงไปทีละคน?"