ป่วยแบบนี้ "ร้านยา" เอาอยู่ หรือต้อง "สไลด์ตัวไปโรงพยาบาล" เช็กด่วน!

ในวันที่ตื่นมาพร้อมอาการไม่สบาย ตัวรุมๆ หรือท้องไส้ปั่นป่วน  คำถามแรกที่เข้ามาในหัวมักจะเป็น กินยาประคองไปก่อน หรือจะยอมเสียเวลาไปหาหมอดี? การรู้เท่าทันร่างกายตัวเองไม่เพียงช่วยให้เราหายเร็วขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ในกรณีที่เราดูแลตัวเองได้ครับ วันนี้เรามีสรุปง่ายๆ มาฝากกัน
 

อาการที่ "ซื้อยากินเองได้" (ดูแลเบื้องต้นที่บ้าน)
 
หากคุณมีอาการเหล่านี้ และไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง การปรึกษาเภสัชกรใกล้บ้านคือทางออกที่ดีครับ:
          -หวัดทั่วไป: มีน้ำมูกใส จาม ไอเล็กน้อย เจ็บคอแบบระคายเคือง (ไม่มีหนองขาวในคอ) และ ไข้ไม่สูง (ต่ำกว่า 38องศาเซลเซียส)
          -ปวดหัว/ปวดกล้ามเนื้อ: ปวดตึงจากการทำงาน (Office Syndrome) หรือปวดเมื่อยหลังออกกำลังกายหนักๆ
          -ท้องเสียเบื้องต้น: ถ่ายเหลวแต่ไม่มีมูกเลือดปน ยังพอมีแรงจิบน้ำเกลือแร่ (ORS) ได้ และไม่มีอาการอาเจียนรุนแรง
          -ผื่นคัน/แพ้เล็กน้อย: ผื่นคันจากฝุ่น อากาศ หรือถูกแมลงกัดต่อยในวงแคบๆ ที่ไม่มีอาการบวมผิดปกติ
          -โรคกระเพาะ/กรดไหลย้อน: อาการจุกเสียดหรือแสบร้อนกลางอกที่เป็น "อาการเดิม" ที่คุณเคยเป็นและรู้วิธีรับมืออยู่แล้ว
 
"กฎทอง" ของการใช้ยา (Must Read!)
ก่อนจะหยิบยาเข้าปาก จำ 3 ข้อนี้ให้ขึ้นใจครับ:
          1.ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาแก้อักเสบ) กินเองเด็ดขาด: เพราะส่วนใหญ่เราป่วยจากไวรัส ยาพวกนี้ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย กินสุ่มสี่สุ่มห้าจะทำให้เกิด "เชื้อดื้อยา" ในอนาคต
          2.สังเกตอาการ 2-3 วัน: ถ้ากินยาตามอาการแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง ให้หยุดยาแล้วไปพบแพทย์ทันที
          3.แจ้งประวัติเสมอ: ต้องบอกเภสัชกรทุกครั้งว่า "แพ้ยาอะไร" "กำลังกินยาตัวไหนอยู่" หรือ "ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร" หรือไม่
 
อาการแบบไหน...ที่ "ควรไปหาหมอ" ทันที
อย่ารอดูอาการถ้าคุณเจอสัญญาณอันตราย (Red Flags) เหล่านี้:
          -ไข้สูงจัด: ไข้เกิน 38.5องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่พร้อมอาการซึม
          -หายใจผิดปกติ: หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อย หรือแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรทับ
          -ระบบขับถ่ายวิกฤต: ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือท้องเสียจนขาดน้ำรุนแรง (ปากแห้งสนิท ตาโหล ปัสสาวะไม่ออก)
          -ระบบประสาท: ปวดหัวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือปากเบี้ยวพูดไม่ชัด
          -อาการแพ้รุนแรง: หน้าบวม ปากบวม หายใจไม่ออกหลังกินยาหรือโดนแมลงกัด (อันนี้ต้องห้องฉุกเฉินด่วน!)
 

การดูแลตัวเองในเบื้องต้นคือทักษะสำคัญของคนยุคใหม่ครับ แต่อย่าลืมว่า "ร่างกายเรามีเพียงร่างเดียว" หากไม่มั่นใจหรืออาการดูแปลกไปจากเดิม การไปพบผู้เชี่ยวชาญคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเสมอ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและหายป่วยไวๆ นะครับ!
 

ที่มาของข้อมูล
          -แนวทางการรักษาโรคทั่วไปเบื้องต้น (Common Illness Guidelines)
          -คำแนะนำจากสภาเภสัชกรรมเกี่ยวกับการเลือกซื้อยาด้วยตนเอง
          -ข้อควรระวังเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะจากองค์การอนามัยโลก (WHO)
 
 

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่