ช่วงหลังๆมานี้ผมเริ่มรู้สึกว่าชีวิตมันนิ่งขึ้นแบบไม่รู้ตัว จากเมื่อก่อนที่ชอบหาอะไรทำตลอด อยากลองนู่นลองนี่
อยากให้ชีวิตมันมีอะไรตื่นเต้นอยู่เสมอ แต่พอเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นว่าแค่วันธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ ก็รู้สึกโอเคได้แล้วแบบแปลกๆ
ผมยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ตื่นเช้าไปทำงาน เจอปัญหาเดิมๆ แก้เรื่องเดิมๆ กินข้าวร้านเดิม เดินเส้นทางเดิม
แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่ มันไม่ได้เบื่อ แต่มันออกแนวเข้าใจมากกว่า ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตส่วนใหญ่ของเราก็จะเป็นแบบนี้แหละ
บางวันก็มีแอบคิดเหมือนกันว่า หรือเราเริ่มเฉยชาไปแล้ว แต่พอลองมานั่งคิดดีๆ มันอาจจะไม่ใช่ความเฉยชา
แต่อาจจะเป็นการที่เราเริ่มยอมรับในจังหวะของชีวิตตัวเองมากขึ้น ว่ามันไม่จำเป็นต้องมีอะไรตลอดเวลา
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าความสุขต้องเป็นอะไรที่ชัดเจน ต้องสนุก ต้องตื่นเต้น ต้องมีเรื่องให้เล่า
แต่ตอนนี้แค่ได้นั่งเงียบๆ หลังเลิกงาน ได้พักสมองจากความวุ่นวาย มันก็กลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว
สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่ใช่การที่ชีวิตมันน่าเบื่อขึ้น แต่อาจจะเป็นเราที่เริ่มมองมันเปลี่ยนไปมากกว่า
และความธรรมดานี่แหละ ที่อยู่กับเราได้นานที่สุด
พอทำงานไปเรื่อยๆ ถึงได้เข้าใจว่า “ความนิ่ง” มันก็เป็นความสุขแบบนึงเหมือนกันนะครับ
อยากให้ชีวิตมันมีอะไรตื่นเต้นอยู่เสมอ แต่พอเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นว่าแค่วันธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ ก็รู้สึกโอเคได้แล้วแบบแปลกๆ
ผมยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ตื่นเช้าไปทำงาน เจอปัญหาเดิมๆ แก้เรื่องเดิมๆ กินข้าวร้านเดิม เดินเส้นทางเดิม
แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่ มันไม่ได้เบื่อ แต่มันออกแนวเข้าใจมากกว่า ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตส่วนใหญ่ของเราก็จะเป็นแบบนี้แหละ
บางวันก็มีแอบคิดเหมือนกันว่า หรือเราเริ่มเฉยชาไปแล้ว แต่พอลองมานั่งคิดดีๆ มันอาจจะไม่ใช่ความเฉยชา
แต่อาจจะเป็นการที่เราเริ่มยอมรับในจังหวะของชีวิตตัวเองมากขึ้น ว่ามันไม่จำเป็นต้องมีอะไรตลอดเวลา
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าความสุขต้องเป็นอะไรที่ชัดเจน ต้องสนุก ต้องตื่นเต้น ต้องมีเรื่องให้เล่า
แต่ตอนนี้แค่ได้นั่งเงียบๆ หลังเลิกงาน ได้พักสมองจากความวุ่นวาย มันก็กลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว
สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่ใช่การที่ชีวิตมันน่าเบื่อขึ้น แต่อาจจะเป็นเราที่เริ่มมองมันเปลี่ยนไปมากกว่า
และความธรรมดานี่แหละ ที่อยู่กับเราได้นานที่สุด