เมื่อนักพันธุศาสตร์สาวใช้ชีวิตคู่กับบุรุษผู้มีพันธุกรรมอมตะ งานวิจัยของเธอดำดิ่งลึกถึงระดับเซลล์ สู่การทดลองที่ไม่เคยปรากฏในหน้าบันทึกใดมาก่อน--การถ่ายทอดพันธุกรรมอมตะด้วย 'เลือด' ที่อาจเปลี่ยนนิยามของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปตลอดกาล
พันธุกรรมรักนิรันดร์ | Eternal Love Genetics
บทที่ 10 ออกซิเจนนี้เพื่อเธอ
ก่อนกำหนดคลอดสองสัปดาห์ –เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ
อากาศในห้องนอนเย็นสงบ เสียงลมหายใจเบา ๆ ของพันธุกาลที่นอนอยู่เคียงข้างภรรยาดังสม่ำเสมอ… แต่แล้ว...เอวาราก็สะดุ้งขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกมือควานหาพันธุกาลในความมืด
“คุณกาล...ฉัน...หายใจไม่ออก…”
เสียงของเธอเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากซีดจาง
พันธุกาลผวาขึ้นมาทันที รีบคว้าเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วที่ออร์ล่าให้ไว้ วัดปลายนิ้วเธอ...
SpO₂: 87%1
เขารู้ทันทีว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยจากครรภ์ตามปกติ
“คุณแน่ใจว่าไม่ได้เหนื่อยธรรมดาใช่ไหม?”
เอวารา พยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเริ่มพร่า มือเย็นเฉียบจนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
พันธุกาลคว้ามือถือ รีบกดโทรหา หมอราฟาล เขาเปิดลำโพงอัตโนมัติขณะห่มตัวเธอด้วยผ้าห่ม และกดปุ่มพิเศษเรียกพยาบาลผู้ช่วยออร์ล่า ที่ถูกส่งมาประจำในคฤหาสน์ทันที
────୨ৎ────
คฤหาสน์ของราฟาล – ห้องแล็บส่วนตัว
ราฟาลกำลังนั่งบันทึกผลการวิเคราะห์ข้อมูล
cffDNA2 ของทารก และเมทาบอลิซึมในเลือดของเอวาราล่าสุด...
หน้าจอมอนิเตอร์ของเครื่องวิเคราะห์
HyperGeneX-24™ ที่กำลังประมวลผลข้อมูล เผยให้เห็นเส้นกราฟพุ่งสูงขึ้นเป็นสีแดง พร้อมเสียงเตือนดังขึ้น
Critical HbF Surge Detected Risk: Maternal-Fetal Oxygen Conflict - SEVERE
ราฟาลหันกลับมามองจอทันที ดวงตาเขาเบิกกว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
“
ซวย...แล้ววว!”
ก่อนที่เขาจะคว้ามือถือโทรออก เสียงสายเข้าโชว์บนหน้าจอ
‘Phantukal’
ราฟาลกดรับสายทันที
“กาล! ฟังให้ดีนะ โครโมโซมที่เพิ่มขึ้นมาทำให้ทารกสร้าง
HbF3 สูงผิดปกติ… ตอนนี้เกิดภาวะ
Maternal-Fetal Oxygen Conflict อย่างรุนแรง!
“เด็กกำลังดึงออกซิเจนจากแม่มากกว่าเดิมถึง สิบเท่า แต่เผาผลาญออกซิเจนน้อยลง! เอวากำลังเข้าสู่ภาวะ
Hypoxia4!
“คุณรีบพาเธอไปห้องผ่าตัดเล็กเดี๋ยวนี้! บอกพยาบาลที่นั่นให้เปิดออกซิเจน เตรียมสารน้ำ และเตรียมผ่าคลอดด่วน!
“เราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”
ราฟาลกดโทรเข้าเครื่องของพยาบาลผู้ช่วยออร์ล่าที่คฤหาสน์ขาว ในขณะที่เร่งรีบเดินออกจากห้องแล็บ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“ฟังให้ดีนะครับ...ตอนนี้คนไข้เริ่มเข้าสู่ภาวะ
Hypoxia!
“ให้สารน้ำทาง
IV5 ทันที—เริ่มด้วย
Normal Saline6 แล้วปรับเป็น
Lactated Ringer’ s Solution7 ถ้าค่าออกซิเจนยังไม่ดีขึ้น!
“เปิดออกซิเจนความเข้มข้น สูงสุด และเฝ้าระวังอัตราการเต้นของหัวใจทุก ห้านาที!
“หากเธอมีอาการตอบสนองช้าลง หรือ
SpO₂ ต่ำกว่า
85% ให้ฉีด
Dobutamine8 ด่วนเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด!
“ผมกำลังเดินทางไปเดี๋ยวนี้—เตรียมห้องผ่าตัดให้พร้อม!”
สีหน้าของเขาแน่วแน่ เพราะทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตของแม่และลูก
────୨ৎ────
ห้องผ่าตัดเล็ก – คฤหาสน์ขาว
เอวารานอนอยู่บนเตียง
VISYNEX™ Surgical Table ลมหายใจของเธอถี่กระชั้น ขณะที่หน้ากากออกซิเจนขนาดเล็กครอบแน่นอยู่บนจมูก
พยาบาลกดสวิตช์ควบคุมที่แผงด้านข้างของเตียง ทันใดนั้น หน้าจอขนาดใหญ่ที่หัวเตียงก็สว่างพึ่บขึ้น
ภาพ 3 มิติเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ ของอวัยวะภายในปรากฏขึ้นบนหน้าจอ กล้องเสมือนของระบบฉายภาพเผยให้เห็น หัวใจ, ปอด, มดลูกของเอวารา … และทารกในครรภ์ที่กำลังขดตัวอยู่ในโพรงมดลูก
ด้วยการทำงานผสานกันระหว่าง อัลตราซาวด์ความละเอียดสูง, สนามแม่เหล็กแบบ
F-MRI, และ คลื่นไมโครอินฟราเรด...
VISYNEX™ สร้างภาพเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในที่ให้ภาพเสมือนจริง ด้วยความละเอียดระดับ
4K
เสียง “
ตึ๊ด… ตึ๊ด… ตึ๊ด…” ดังถี่ในจังหวะผิดปกติ
เสียงเตือนระดับอันตรายแทรกขึ้นเป็นช่วง ๆ หน้าจอแสดงค่าตัวเลขสัญญาณชีพของเอวาราแยกออกมาจากหน้าจอหลักทางด้านซ้าย ปรากฎค่า
SpO₂: 84%
ส่วนหน้าจอแสดงค่าตัวเลขสัญญาณชีพในอีกชีวิตหนึ่งที่เครื่องจับได้ แยกออกมาจากหน้าจอหลักทางด้านขวา ปรากฎค่า
SpO₂: 78%
ทั้งสองหน้าจอมีกราฟฟิครูปหัวใจปรากฎเป็นสีน้ำเงิน บ่งบอกถึง
จุดวิกฤติของการเต้นของหัวใจ ... ทั้ง 2 ชีวิต!
พันธุกาลกุมมือเธอไว้แน่น ทว่าดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี... ที่รัก…” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่สั่นไหว “พี่หมอกับออร์ล่ากำลังเดินทางมาอย่างเร็วที่สุด”
เอวารายังคงหายใจถี่ตลอดเวลา พยายามส่งออกซิเจนไปเลี้ยงลูกในครรภ์ให้มากที่สุด
เวลาผ่านไปไม่นาน หมอราฟาล และ ออร์ล่า กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังห้องผ่าตัดเล็ก เสียงของราฟาลดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
“
ออร์ล่า! บล็อกหลังเธอเดี๋ยวนี้! เราต้องผ่าเด็กออกแล้ว ไม่งั้นมีสิทธิ์เสียทั้งแม่และลูก!”
ออร์ล่ารีบเตรียมยาชาเพื่อบล็อกหลัง ขณะเดียวกัน เอวารา ค่อย ๆ เคลื่อนมืออันสั่นเทา ดึงหน้ากากออกซิเจนออกจากจมูก ริมฝีปากของเธอเริ่มเป็นสีเขียวคล้ำจาก ภาวะพร่องออกซิเจน อย่างหนัก
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง สลับกับลมหายใจที่ถี่รัว
“
ยังทำอย่างนั้น... ไม่ได้ค่ะ...
“ถ้าเขาออกมาสู่... โลกภายนอก...
“ลมหายใจของเขา... จะไม่เกิดขึ้น...
“จากโครโมโซม... ที่ไม่สมบูรณ์…”
เธอหยุดคำพูดชั่วครู่ พยายามสูดลมหายใจราวกับคนที่กำลังจมน้ำ
“
ตอนนี้เขา... พึ่งพาออกซิเจน...
“จากฉันเท่านั้น…”
พันธุกาล จับมือเธอไว้แน่น เสียงของเขาสั่นเครือ
“ที่รัก… เราจำเป็นต้องทำ…เพื่อรักษาชีวิตคุณ”
เอวารา เบือนหน้ามาทางพันธุกาลอย่างช้า ๆ เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสลับกับจังหวะการหายใจที่หอบถี่ขึ้น แต่มันเต็มไปด้วยความแน่วแน่
“
มีทางเดียวเท่านั้น... ที่จะให้เขารอด...
“คุณต้อง... ถ่ายทอด...
“พันธุกรรมนิรันดร์...ให้เขา...
“เพื่อให้เขา... มีโครโมโซมที่สมบูรณ์...
“เขาจะสามารถ... มีชีวิตบนโลกนี้ได้…
“ด้วยตัวเขาเอง…”
ราฟาลสวนขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดัน
“แต่… ถ้าตำนานนั้นเป็นจริง ขบวนการของมันต้องใช้เวลา! ในขณะที่เด็กจะดึงออกซิเจนจากคุณจนหมดตัวนะ เอวา!”
เอวารามองหน้าพันธุกาล ด้วยดวงตาที่ยังเหลือความหวัง
“
คุณคะ... คุณก็รู้ดีว่า...
“เด็กคนนี้...
“หาก... คลอดออกมา...
“แล้วตาย...
“ฉันจะไม่... สามารถ...
“มีชีวิตอยู่...
“ต่อไปได้...
“คุณ... ทำ...
“เถอะ... นะคะ…”
น้ำเสียงของเธอเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ พร้อมกับจังหวะหายใจที่ถี่และขาดตอน
พันธุกาลหลับตาแน่น นี่คือการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เร็วจนเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน เขาไม่อาจสูญเสียเธอได้... แต่เขาก็รู้ดีว่า เธอยอมสละทุกอย่างเพื่อเด็กคนนี้
และหากลูกของพวกเขาจากไป เธอเองก็คงจะจากไปเช่นกัน
ราฟาลจ้องหน้าเขา สีหน้าตึงเครียด คิ้วขมวดแน่น น้ำเสียงหนักแน่นเร่งเร้าเขาให้ตัดสินใจ
“กาล! คุณต้องตัดสินใจอะไรซักอย่างแล้ว! เพราะหัวใจของทั้งคู่กำลังจะหยุดเต้น อาจจะตายทั้งแม่และลูก!”
เสียง “
ตึ๊ด…” จากเครื่องตรวจชีพจรดังขึ้นห่างออกไปเรื่อย ๆ ทุกคนในห้องจับจ้องมาทางพันธุกาล เพื่อรอคอยคำตอบ
เอวาราพยักหน้าให้พันธุกาลช้า ๆ สายตาแห่ง ‘ความเป็นแม่’ อ้อนวอนขอร้องการมีชีวิตอยู่ของลูก
“
…ให้ลูกรอดเถอะนะคะ…”
พันธุกาลมองหน้าเอวาราด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความขมขื่น เขาหลับตา กล้ำกลืนน้ำตาที่ไหลอยู่ภายใน ก่อนจะหันไปทางราฟาล เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับคนที่สิ้นหวัง
“
ทำตามความประสงค์ของเธอครับ…”
ราฟาล ขมวดคิ้วแน่นก่อนถามย้ำ
“กาล… คุณแน่ใจนะ?”
พันธุกาลหลับตาพยักหน้า...ไร้ซึ่งคำพูดใดหลุดออกมา
(มีต่อ)
พันธุกรรมรักนิรันดร์ | บทที่ 10 ออกซิเจนนี้เพื่อเธอ
ก่อนกำหนดคลอดสองสัปดาห์ –เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ
อากาศในห้องนอนเย็นสงบ เสียงลมหายใจเบา ๆ ของพันธุกาลที่นอนอยู่เคียงข้างภรรยาดังสม่ำเสมอ… แต่แล้ว...เอวาราก็สะดุ้งขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกมือควานหาพันธุกาลในความมืด
“คุณกาล...ฉัน...หายใจไม่ออก…”
เสียงของเธอเบาแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากซีดจาง
พันธุกาลผวาขึ้นมาทันที รีบคว้าเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วที่ออร์ล่าให้ไว้ วัดปลายนิ้วเธอ... SpO₂: 87%1
เขารู้ทันทีว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยจากครรภ์ตามปกติ
“คุณแน่ใจว่าไม่ได้เหนื่อยธรรมดาใช่ไหม?”
เอวารา พยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเริ่มพร่า มือเย็นเฉียบจนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
พันธุกาลคว้ามือถือ รีบกดโทรหา หมอราฟาล เขาเปิดลำโพงอัตโนมัติขณะห่มตัวเธอด้วยผ้าห่ม และกดปุ่มพิเศษเรียกพยาบาลผู้ช่วยออร์ล่า ที่ถูกส่งมาประจำในคฤหาสน์ทันที
คฤหาสน์ของราฟาล – ห้องแล็บส่วนตัว
ราฟาลกำลังนั่งบันทึกผลการวิเคราะห์ข้อมูล cffDNA2 ของทารก และเมทาบอลิซึมในเลือดของเอวาราล่าสุด...
หน้าจอมอนิเตอร์ของเครื่องวิเคราะห์ HyperGeneX-24™ ที่กำลังประมวลผลข้อมูล เผยให้เห็นเส้นกราฟพุ่งสูงขึ้นเป็นสีแดง พร้อมเสียงเตือนดังขึ้น
Critical HbF Surge Detected Risk: Maternal-Fetal Oxygen Conflict - SEVERE
ราฟาลหันกลับมามองจอทันที ดวงตาเขาเบิกกว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
“ซวย...แล้ววว!”
ก่อนที่เขาจะคว้ามือถือโทรออก เสียงสายเข้าโชว์บนหน้าจอ ‘Phantukal’
ราฟาลกดรับสายทันที
“กาล! ฟังให้ดีนะ โครโมโซมที่เพิ่มขึ้นมาทำให้ทารกสร้าง HbF3 สูงผิดปกติ… ตอนนี้เกิดภาวะ Maternal-Fetal Oxygen Conflict อย่างรุนแรง!
“เด็กกำลังดึงออกซิเจนจากแม่มากกว่าเดิมถึง สิบเท่า แต่เผาผลาญออกซิเจนน้อยลง! เอวากำลังเข้าสู่ภาวะ Hypoxia4!
“คุณรีบพาเธอไปห้องผ่าตัดเล็กเดี๋ยวนี้! บอกพยาบาลที่นั่นให้เปิดออกซิเจน เตรียมสารน้ำ และเตรียมผ่าคลอดด่วน!
“เราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”
ราฟาลกดโทรเข้าเครื่องของพยาบาลผู้ช่วยออร์ล่าที่คฤหาสน์ขาว ในขณะที่เร่งรีบเดินออกจากห้องแล็บ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“ฟังให้ดีนะครับ...ตอนนี้คนไข้เริ่มเข้าสู่ภาวะ Hypoxia!
“ให้สารน้ำทาง IV5 ทันที—เริ่มด้วย Normal Saline6 แล้วปรับเป็น Lactated Ringer’ s Solution7 ถ้าค่าออกซิเจนยังไม่ดีขึ้น!
“เปิดออกซิเจนความเข้มข้น สูงสุด และเฝ้าระวังอัตราการเต้นของหัวใจทุก ห้านาที!
“หากเธอมีอาการตอบสนองช้าลง หรือ SpO₂ ต่ำกว่า 85% ให้ฉีด Dobutamine8 ด่วนเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด!
“ผมกำลังเดินทางไปเดี๋ยวนี้—เตรียมห้องผ่าตัดให้พร้อม!”
สีหน้าของเขาแน่วแน่ เพราะทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตของแม่และลูก
ห้องผ่าตัดเล็ก – คฤหาสน์ขาว
เอวารานอนอยู่บนเตียง VISYNEX™ Surgical Table ลมหายใจของเธอถี่กระชั้น ขณะที่หน้ากากออกซิเจนขนาดเล็กครอบแน่นอยู่บนจมูก
พยาบาลกดสวิตช์ควบคุมที่แผงด้านข้างของเตียง ทันใดนั้น หน้าจอขนาดใหญ่ที่หัวเตียงก็สว่างพึ่บขึ้น
ภาพ 3 มิติเสมือนจริงแบบเรียลไทม์ ของอวัยวะภายในปรากฏขึ้นบนหน้าจอ กล้องเสมือนของระบบฉายภาพเผยให้เห็น หัวใจ, ปอด, มดลูกของเอวารา … และทารกในครรภ์ที่กำลังขดตัวอยู่ในโพรงมดลูก
ด้วยการทำงานผสานกันระหว่าง อัลตราซาวด์ความละเอียดสูง, สนามแม่เหล็กแบบ F-MRI, และ คลื่นไมโครอินฟราเรด...VISYNEX™ สร้างภาพเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในที่ให้ภาพเสมือนจริง ด้วยความละเอียดระดับ 4K
เสียง “ตึ๊ด… ตึ๊ด… ตึ๊ด…” ดังถี่ในจังหวะผิดปกติ
เสียงเตือนระดับอันตรายแทรกขึ้นเป็นช่วง ๆ หน้าจอแสดงค่าตัวเลขสัญญาณชีพของเอวาราแยกออกมาจากหน้าจอหลักทางด้านซ้าย ปรากฎค่า SpO₂: 84%
ส่วนหน้าจอแสดงค่าตัวเลขสัญญาณชีพในอีกชีวิตหนึ่งที่เครื่องจับได้ แยกออกมาจากหน้าจอหลักทางด้านขวา ปรากฎค่า SpO₂: 78%
ทั้งสองหน้าจอมีกราฟฟิครูปหัวใจปรากฎเป็นสีน้ำเงิน บ่งบอกถึงจุดวิกฤติของการเต้นของหัวใจ ... ทั้ง 2 ชีวิต!
พันธุกาลกุมมือเธอไว้แน่น ทว่าดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี... ที่รัก…” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนแต่สั่นไหว “พี่หมอกับออร์ล่ากำลังเดินทางมาอย่างเร็วที่สุด”
เอวารายังคงหายใจถี่ตลอดเวลา พยายามส่งออกซิเจนไปเลี้ยงลูกในครรภ์ให้มากที่สุด
เวลาผ่านไปไม่นาน หมอราฟาล และ ออร์ล่า กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังห้องผ่าตัดเล็ก เสียงของราฟาลดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
“ออร์ล่า! บล็อกหลังเธอเดี๋ยวนี้! เราต้องผ่าเด็กออกแล้ว ไม่งั้นมีสิทธิ์เสียทั้งแม่และลูก!”
ออร์ล่ารีบเตรียมยาชาเพื่อบล็อกหลัง ขณะเดียวกัน เอวารา ค่อย ๆ เคลื่อนมืออันสั่นเทา ดึงหน้ากากออกซิเจนออกจากจมูก ริมฝีปากของเธอเริ่มเป็นสีเขียวคล้ำจาก ภาวะพร่องออกซิเจน อย่างหนัก
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง สลับกับลมหายใจที่ถี่รัว
“ยังทำอย่างนั้น... ไม่ได้ค่ะ...
“ถ้าเขาออกมาสู่... โลกภายนอก...
“ลมหายใจของเขา... จะไม่เกิดขึ้น...
“จากโครโมโซม... ที่ไม่สมบูรณ์…”
เธอหยุดคำพูดชั่วครู่ พยายามสูดลมหายใจราวกับคนที่กำลังจมน้ำ
“ตอนนี้เขา... พึ่งพาออกซิเจน...
“จากฉันเท่านั้น…”
พันธุกาล จับมือเธอไว้แน่น เสียงของเขาสั่นเครือ
“ที่รัก… เราจำเป็นต้องทำ…เพื่อรักษาชีวิตคุณ”
เอวารา เบือนหน้ามาทางพันธุกาลอย่างช้า ๆ เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสลับกับจังหวะการหายใจที่หอบถี่ขึ้น แต่มันเต็มไปด้วยความแน่วแน่
“มีทางเดียวเท่านั้น... ที่จะให้เขารอด...
“คุณต้อง... ถ่ายทอด...
“พันธุกรรมนิรันดร์...ให้เขา...
“เพื่อให้เขา... มีโครโมโซมที่สมบูรณ์...
“เขาจะสามารถ... มีชีวิตบนโลกนี้ได้…
“ด้วยตัวเขาเอง…”
ราฟาลสวนขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดัน
“แต่… ถ้าตำนานนั้นเป็นจริง ขบวนการของมันต้องใช้เวลา! ในขณะที่เด็กจะดึงออกซิเจนจากคุณจนหมดตัวนะ เอวา!”
เอวารามองหน้าพันธุกาล ด้วยดวงตาที่ยังเหลือความหวัง
“คุณคะ... คุณก็รู้ดีว่า...
“เด็กคนนี้...
“หาก... คลอดออกมา...
“แล้วตาย...
“ฉันจะไม่... สามารถ...
“มีชีวิตอยู่...
“ต่อไปได้...
“คุณ... ทำ...
“เถอะ... นะคะ…”
น้ำเสียงของเธอเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ พร้อมกับจังหวะหายใจที่ถี่และขาดตอน
พันธุกาลหลับตาแน่น นี่คือการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เร็วจนเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน เขาไม่อาจสูญเสียเธอได้... แต่เขาก็รู้ดีว่า เธอยอมสละทุกอย่างเพื่อเด็กคนนี้
และหากลูกของพวกเขาจากไป เธอเองก็คงจะจากไปเช่นกัน
ราฟาลจ้องหน้าเขา สีหน้าตึงเครียด คิ้วขมวดแน่น น้ำเสียงหนักแน่นเร่งเร้าเขาให้ตัดสินใจ
“กาล! คุณต้องตัดสินใจอะไรซักอย่างแล้ว! เพราะหัวใจของทั้งคู่กำลังจะหยุดเต้น อาจจะตายทั้งแม่และลูก!”
เสียง “ตึ๊ด…” จากเครื่องตรวจชีพจรดังขึ้นห่างออกไปเรื่อย ๆ ทุกคนในห้องจับจ้องมาทางพันธุกาล เพื่อรอคอยคำตอบ
เอวาราพยักหน้าให้พันธุกาลช้า ๆ สายตาแห่ง ‘ความเป็นแม่’ อ้อนวอนขอร้องการมีชีวิตอยู่ของลูก
“…ให้ลูกรอดเถอะนะคะ…”
พันธุกาลมองหน้าเอวาราด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความขมขื่น เขาหลับตา กล้ำกลืนน้ำตาที่ไหลอยู่ภายใน ก่อนจะหันไปทางราฟาล เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับคนที่สิ้นหวัง
“ทำตามความประสงค์ของเธอครับ…”
ราฟาล ขมวดคิ้วแน่นก่อนถามย้ำ
“กาล… คุณแน่ใจนะ?”
พันธุกาลหลับตาพยักหน้า...ไร้ซึ่งคำพูดใดหลุดออกมา
(มีต่อ)