พันธุกรรมรักนิรันดร์ | บทที่ 4 แม้เคมียังไม่เกิดแต่ขออยู่ข้าง ๆ เธอ

เมื่อนักพันธุศาสตร์สาวใช้ชีวิตคู่กับบุรุษผู้มีพันธุกรรมอมตะ งานวิจัยของเธอดำดิ่งลึกถึงระดับเซลล์ สู่การทดลองที่ไม่เคยปรากฏในหน้าบันทึกใดมาก่อน--การถ่ายทอดพันธุกรรมอมตะด้วย 'เลือด' ที่อาจเปลี่ยนนิยามของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปตลอดกาล

พันธุกรรมรักนิรันดร์ | Eternal Love Genetics

บทที่ 4 แม้เคมียังไม่เกิดแต่ขออยู่ข้าง ๆ เธอ



       
       ณ โถงใหญ่แห่งคฤหาสน์ขาว แสงไฟจากโคมระย้านวลอ่อน แต่งแต้มบรรยากาศให้งานเลี้ยงขนาดย่อมดูอบอุ่น เหมือนการรวมตัวของเพื่อน มากกว่างานเลี้ยงที่เป็นทางการ 

       โต๊ะไม้ตัวยาวปูด้วยผ้าลินินสีซอฟท์ครีมเรียบหรู ล้อมด้วยของว่างที่จัดอย่างประณีต ไวน์จากวาเลนสไตน์ถูกเปิดด้วยความพิถีพิถัน เสียงพูดคุยแผ่วเบาผสมเสียงหัวเราะอบอวลทั่วโถงรับแขก

       พันธุกาลยืนเคียงข้างเอวารา จับมือเธออย่างสุภาพ รอยยิ้มของเขาเปล่งประกายไม่ต่างจากแสงไฟระย้าด้านบน

       “ขอบคุณที่มานะครับ...ขอบคุณทุกคนจริง ๆ ที่มาในวันนี้”

       “เราต้องมาอยู่แล้วล่ะ เพื่อแสดงความยินดีกับวันสำคัญของคุณ!” เสียงตอบรับจากหนึ่งในแขกดังขึ้น

       “ขอบคุณครับ” พันธุกาลยิ้มรับด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสุข

       เมื่อทุกคนเข้ามาพร้อมหน้าในโถงรับแขก เสียงพูดคุยค่อย ๆ เงียบลง

       พันธุกาลกวาดสายตาไปรอบห้อง ผ่านใบหน้าที่ไม่เคยโรยราของเพื่อนเก่าแก่ ผู้ร่วมเดินทางกับเขาผ่านกาลเวลา และในค่ำคืนนี้...พวกเขากำลังจะได้รู้จัก 'เธอ' ผู้หญิงที่เขารอคอยมาแสนนาน ผ่าน 'พิธีประกาศรักนิรันดร์' ประเพณีเก่าแก่ของมนุษย์อมตะที่สืบทอดกันมา เพื่อยืนยันพันธสัญญาแห่งหัวใจ...

       “พวกเราทุกคนต่างรู้ดีว่า เหตุผลลึกที่สุดของการดำรงอยู่ คือการตามหาหัวใจอีกดวงหนึ่งที่เกิดมาเพื่อเข้าคู่กับเรา" พันธุกาลเริ่มต้นกล่าว ก่อนหันมาสบตาเอวาราด้วยรอยยิ้ม

       “แม้จะใช้เวลานานนับพันปี เราก็ยังคงอยู่เพื่อค้นหาสิ่งนี้ คนที่เราจะพูดคำว่า ‘รักตลอดกาล’ คนที่เราจะจูงมือกันเดินทางข้ามศตวรรษอันยาวนาน และคนนั้นจะเป็นหนึ่งเดียว…ชั่วนิรันดร์

       “ผมเคยคิดว่า อาจไม่มีวันได้กล่าวคำนี้ต่อใครเลยชั่วชีวิต เพราะกาลเวลาที่ผ่านมานั้นช่างยาวนานและเงียบงันเกินไป หัวใจของผมยังคงว่างเปล่า ราวกับมันกำลังรอใครคนหนึ่ง

       "แต่วันนี้…ผมได้พบเธอ ผู้หญิงที่หัวใจของผม...เลือกแล้วว่าจะรัก และจะรักไป...ตลอดกาล ด็อกเตอร์เอวารา เกนธร”

       พันธุกาลหันมายิ้มให้เธอ ขณะที่เอวาราเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ใน ห้วงแห่งความฝัน... ที่มีเพียงเขาและเธอยืนเคียงข้างกัน ท่ามกลางสักขีพยานในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

       เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วห้อง พร้อมเสียงกล่าวว่า

       “ยินดีด้วย!” จากหลายมุม 

       เสียงแก้วไวน์ชนกันเบา ๆ ใต้แสงไฟนวลอบอุ่น รอยยิ้มแห่งมิตรภาพแต่งแต้มไปทั่วพื้นที่

────୨ৎ────

       พันธุกาลหันมองหาธาวิน ก่อนแนะนำอย่างเป็นทางการ

       “คุณน่าจะเคยเห็นเขาแล้วที่ศาลากลางสวน... ธาวิน วาเลนสไตน์ เพื่อนรักของผมเองครับ”

       เอวาราหันไปสบตาธาวินแล้วหัวเราะเบา ๆ

       “ฉันจำเขาได้ดีเลยค่ะ... เพราะเพื่อนฉันมินตรากำลังคลั่งพ่อหนุ่มคนนี้อย่างแทบบ้า แต่ทำไมเขายังไม่รู้สึกรักเพื่อนฉันซะทีนะ”

       ธาวินหัวเราะเก้อ ๆ พร้อมยกมือเกาท้ายทอย

       “มันเป็นเรื่องที่ผมอยากจะเขกกระโหลกตัวเองจริง ๆ นะครับ ผมก็อยากรักเธอกลับ แต่... ความรู้สึกมันไม่เกิดสักที ทั้งที่ผมก็อยากให้มันเกิดเต็มทีแล้ว”

       เสียงหัวเราะจากกลุ่มเพื่อนดังขึ้น พร้อมคำแซว

       “ตอนนี้เหลือแต่นายคนเดียวแล้วล่ะวิน”

       “รีบเจอสักคนเถอะพ่อคู้นนน จะได้พ้นจากชีวิตอมตะที่เดียวดายซะที!”

       “ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวเราหาคู่ให้!”

       ธาวินส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วเดินหายไปจากงานอย่างช้า ๆ เหมือนเขากำลังจะไปพบใครคนหนึ่งที่รออยู่

       พันธุกาลหันไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง พร้อมกล่าวแนะนำ

       “ลูเซียน, ไอริส นี่ ด็อกเตอร์เอวารา เกนธร เธอกำลังทำงานวิจัยด้านพันธุศาสตร์”

       ลูเซียนร่างผิวขาวซีด ผมสีเงิน ตาสีเทา สะท้อนแสงไฟระยิบ เข้ามาสัมผัสมือเอวารา 

       “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ลูเซียน วาเลนสไตน์ ครับ”

       “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณลูเซียน” เอวารายิ้มและรับสัมผัสเบา ๆ

       ไอริสเดินตามมาอย่างสง่างามในชุดเดรสสีอ่อน ผมสีบลอนด์ทองสลวย

       “ไอริส วาเลนสไตน์ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

       “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณไอริส” เอวาราตอบ พร้อมพยักหน้าเบา ๆ

       พันธุกาลกล่าวต่อ

       “กาเบรียล, เอสเม่ นี่คือ ด็อกเตอร์เอวารา เกนธร เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ สาขาพันธุศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมนิรันดร์”

       กาเบรียลผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ เสียงทุ้มทรงพลัง เดินมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

        “กาเบรียล วาเลนสไตน์ ยินดีที่ได้รู้จักครับน้องเอวา”

       “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่กาเบรียล” เอวารายิ้มตอบ

       เอสเม่สาวลูกครึ่งอัฟริกัน-ยุโรป เดินเข้ามาอย่างนุ่มนวล 

       “เอสเม่ วาเลนสไตน์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเอวา”

       “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณเอสเม่” เอวารากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ

       พันธุกาลหันมายิ้ม ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

       “คู่นี้ไม่แนะนำไม่ได้ครับ เพราะผมต้องพึ่งเขาทุกครั้งที่แขนเดาะจากฟิตเนส พี่หมอราฟาล และ ออร์ล่า นี่คือ ด็อกเตอร์เอวารา เกนธร เธอเป็นเจ้าของคลินิกความงาม และกำลังทำงานด้าน Anti-aging ระดับเซลล์”

       ราฟาลเดินเข้ามาอย่างสุภาพ รูปร่างสูงโปร่ง แต่งตัวเรียบหรูแบบคุณหมอ

       “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องเอวา พี่หมอราฟาล วาเลนสไตน์ เราน่าจะคุยกันรู้เรื่องที่สุดเพราะอยู่สายงานใกล้เคียงกัน”

       เอวาราหัวเราะเบา ๆ

       “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะพี่หมอราฟาล อดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้คุยเรื่องที่เราชอบเหมือนกันค่ะ”

       เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังแทรกขึ้น ก่อนที่ออร์ล่าจะเดินเข้ามา

       “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องเอวา พี่ออร์ล่า วาเลนสไตน์ นะคะ ถ้าสนใจกระเป๋าสวย ๆ บอกเลยนะคะ พี่รู้จักร้านพรีออเดอร์ รับรองไม่มีเท พี่จัดมาแล้วหลายใบเลย ฮิฮิ”

       เอวารา หัวเราะร่วน

       “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ออร์ล่า เรื่องโดนเทเนี่ยหนูโดนประจำ คงต้องมาขอลายแทงพี่แล้วล่ะ ฮิฮิ”

       “ได้เลยจ้า น้องเอวา ฮิฮิ”

       หลังจากการทักทายผ่านไป เอวารามองไปยังคู่รักแต่ละคู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ทุกคนดูอ่อนเยาว์ในรูปลักษณ์ แต่บุคลิกและท่าทางกลับเปี่ยมไปด้วยความนุ่มลึก ราวกับผ่านกาลเวลามานับพันปี

       เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงฉงน 

       “เอ่อ...พวกคุณทุกคน...คือนามสกุล ‘วาเลนสไตน์’ เหมือนกันหมดเลยเหรอคะ?’ ”

       เสียงหมอราฟาลตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มและมั่นใจ 

       “ใช่แล้วครับ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน”

       ทันใดนั้นทุกคนในห้องก็พร้อมใจกันตะโกนออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับสู่ ‘ความรักตลอดกาล’ นะครับ/คะ เย้!!!”

       เสียงหัวเราะเฮฮาดังก้องไปทั่วโถงรับแขก ทุกคนพากันจับมือ เอวารา และ พันธุกาล อย่างอบอุ่น พร้อมกล่าว “ยินดีด้วยนะครับ” “ยินดีด้วยนะคะ”
 

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่