ผลตรวจชัดแล้ว กระทรวง DE เผยข่าวจริง กินยาแก้แพ้บ่อย เร่งสมองเสื่อม

โฆษกกระทรวง DE เปิดเผยผลการติดตามและรับแจ้งข่าวปลอมของ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของ ไชยชนก ชิดชอบ ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยคุกคามทางสังคม โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน พร้อมผลักดันให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันสื่อมากขึ้น
0kdการตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 13 มีนาคม (วันศุกร์) ที่ผ่านมา ทาง AFNC พบข้อความที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์รวม 164,008 ข้อความ โดยมี 9,680 ข้อความที่ต้องนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่มาจากระบบ Social Listening จำนวน 9,678 ข้อความ ขณะที่ช่องทาง Line Official และ Facebook พบช่องทางละ 1 ข้อความ

จากการคัดกรองพบประเด็นที่ต้องตรวจสอบทั้งหมด 30 เรื่อง และขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบแล้ว 10 เรื่อง โดยมี 7 เรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด แบ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง และข่าวปลอม 6 เรื่อง ได้แก่
อันดับ 1 REAL : กินยาแก้แพ้ประจำ เร่งสมองเสื่อม
อันดับ 2 FAKE : ชาวกัมพูชาพยายามแหกด่าน เพื่อมารักษาวัณโรคฟรีที่ไทย
อันดับ 3 FAKE : ตม.ไทยไม่ให้ชาวกัมพูชาเข้าประเทศ และบังคับซื้อตั๋วเครื่องบินกลับทันที
อันดับ 4 FAKE : ก.ล.ต. รับรองโบรกเกอร์ให้เป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อน
อันดับ 5 FAKE : ธ.กรุงไทย เปิดให้กรอกแบบสอบถาม รับเงิน 20,000 บาท
อันดับ 6 FAKE : ผงชูรสกับมะนาวช่วยถอนพิษแมงมุมกัดได้
อันดับ 7 FAKE : ทหารไทยส่งอาวุธไปยังชายแดน
สำหรับข่าวที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 เรื่อง “กินยาแก้แพ้ประจำ เร่งสมองเสื่อม” กระทรวงดีอีได้ตรวจสอบร่วมกับ องค์การเภสัชกรรม และหน่วยงานใน กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าเป็น “ข่าวจริง” โดยยาแก้แพ้เป็นยาที่ใช้บรรเทาอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น น้ำมูกไหล คัน ตาแดง หรือผื่นผิวหนัง ซึ่งทำงานโดยยับยั้งสารฮิสตามีนในร่างกาย

ยาแก้แพ้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามผลข้างเคียง คือ
-ยาแก้แพ้ชนิดทำให้ง่วง เป็นยารุ่นเก่าที่สามารถผ่านเข้าสมองได้ดี อาจทำให้ง่วง ซึม สับสน และมีผลต่อความจำ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
-ยาแก้แพ้ชนิดไม่ทำให้ง่วง เป็นยารุ่นใหม่ที่ผ่านเข้าสมองได้น้อยกว่า เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ยาแก้แพ้ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะสมองเสื่อม แต่หากใช้ยากลุ่มที่ทำให้ง่วงติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ความจำและสมาธิลดลงชั่วคราว ซึ่งมักจะดีขึ้นหลังหยุดใช้ยา
ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยโรคตับ โรคไต โรคหืด ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้ที่ใช้ยากดประสาท ควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
กระทรวงดีอียังเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับและส่งต่อข้อมูลบนโลกออนไลน์ เนื่องจากข่าวปลอมอาจสร้างความเข้าใจผิด นำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลได้ จึงขอให้เลือกเชื่อและแชร์เฉพาะข้อมูลที่มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนทุกครั้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่