ทำไมอาหาร ‘รสชาติบ้านๆ’ ถึงทำให้เราคิดถึงบ้าน เมื่ออาหารคือเซฟโซนทางอารมณ์

ทำไมอาหาร ‘รสชาติบ้านๆ’ ถึงทำให้เราคิดถึงบ้าน เมื่ออาหารคือเซฟโซนทางอารมณ์
.
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมในวันที่เราเติบโตขึ้น ทั้งๆ ที่โลกใบนี้มีเมนูอาหารหรือร้านอาหารหรูๆ เป็นตัวเลือกให้เราเลือกกินหลากหลาย แต่ในหลายๆ ครั้งเราก็แอบมองหาเมนู ‘บ้านๆ’ ไม่ว่าจะเป็นรสมือแม่หรือรสมือใครในครอบครัวก็ตาม ทั้งๆ ที่บางทีรสชาติอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าร้านระดับภัตตาคารด้วยซ้ำ?
.
สาเหตุก็เพราะจริงๆ แล้วมื้ออาหารนั้นมีที่หน้ามากกว่าแค่เติมพลังงาน แต่มันยังทำหน้าที่หล่อหลอมตัวตนของเราขึ้นมา อาหารบ้านๆ มักทำให้เรารู้สึกคุ้นเคย และทำให้เรานึกถึงถึงสภาพแวดล้อม ที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดีที่เราเคยได้รับมาตั้งแต่จำความได้

ในแง่ของจิตวิทยา อาหารทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการประคับประคองอารมณ์ โดยเฉพาะในวันที่ชีวิตต้องกับพายุความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่อาจเลี่ยงไม่ได้ในโลกปัจจุบัน สำหรับบางคน แค่ได้นึกถึงรสชาติอันคุ้นเคย ก็สามารถส่งผลบวกต่อสุขภาพจิตได้ทันที ความคุ้นเคยเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น ‘กลไกการรับมือ’ ที่ช่วยให้จิตใจอันว้าวุ่นค่อยๆ ผ่อนคลายลง
.
และเหตุผลที่อาหารบ้านๆ เหล่านี้เยียวยาเราได้ดีกว่ามื้อไหนๆ เป็นเพราะการจดจำถึงความรู้สึก ณ ขณะนั้น และสิ่งเหล่านี้มีความหมายและมีคุณค่าทางใจสูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่อาหารจากอุตสาหกรรมหรือร้านอาหารทั่วไปไม่สามารถมอบให้เราได้ มื้ออาหารบ้านๆ จึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยโอบอุ้มความรู้สึกของเราไว้
.
ความแตกต่างอย่างระหว่างอาหารที่ปรุงด้วยความรัก กับอาหารที่ปรุงจากระบบอุตสาหกรรม ก็คือการที่อาหารทำเองนั้น ‘ไม่มีมาตรฐานตายตัว’ ซึ่งนั่นจุดแข็งของมันเลยก็ว่าได้ เพราะการทำอาหารที่บ้านเป็นปกติอยู่แล้วที่เราจะไม่ได้มีสูตรอาหารตายตัว แต่เรามักหยิบจับเครื่องปรุงด้วยความเคยชิน ในบางมื้อเราจึงอาจจะเคยกินอาหารเค็มไปนิดของแม่ (แต่กินกับข้าวแล้วจะพอดี) เพราะพ่อครัวแม่ครัวแต่ละคนต่างนำวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมที่ได้รับสืบทอดมา มาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ‘จริตส่วนตัว’ และรสนิยมของคนในครอบครัว
.
ความยืดหยุ่นและเป็นอิสระนี้เอง ที่ทำให้อาหารแต่ละจานกลายเป็น ‘งานศิลปะ’ ที่สะท้อนตัวตนของผู้ปรุงออกมาได้อย่างชัดเจน แม้จะเป็นเมนูชื่อเดียวกันหรือใช้สูตรพื้นฐานเดียวกัน แต่รสชาติที่ออกมาจะมีความแตกต่างกันเสมอ เพราะทุกคนต่างใส่ ‘ความเป็นตัวเอง’ และความใส่ใจลงไปในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร สิ่งนี้เองที่สร้างอัตลักษณ์และความทรงจำทางประสาทสัมผัสที่พิเศษมาก จนทำให้เราสามารถแยกแยะได้ทันทีในคำแรกที่ลิ้มรสว่า “นี่แหละคือรสชาติของที่บ้านเรา” และมันเป็นรสชาติที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก
.
นอกจากเรื่องของรสชาติ หลายๆ คนที่ทำอาหารเองเป็น ก็เพราะเราเติบโตมากับการเห็นภาพจำของพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายในห้องครัว ห้องครัวจึงเปรียบเสมือนพื้นที่ของครอบครัวโดยเฉพาะ อาหารหนึ่งจานจึงเป็นการผสมผสานทั้งด้านอารมณ์ สายสัมพันธ์ และความทรงจำเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น อาหารทำเองจึงทำหน้าที่เป็น ‘ภาษา’ หนึ่งของการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และเป็นช่องทางในการรักษาประเพณีที่ส่งต่อมาจากอดีต
.
สุดท้ายแล้ว ถึงแม้ในวันที่เราเติบโตขึ้น และมีอาหารอร่อยๆ เป็นตัวเลือกมากมายเพียงใด แต่ในบางครั้งก็อาจจะโหยหาและคิดถึงอาหารที่บ้านอยู่ดี เพราะมันไม่ใช่เรื่องของความอร่อย แต่มันยังเป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างอารมณ์ สายสัมพันธ์ และความทรงจำที่ร้านอาหารหรูๆ ร้านไหนก็ไม่สามารถมอบให้ได้
.
ที่มา : BrandThink
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่