ลุยล้างบาง 'ล้งมะพร้าว' นอมินีจีน กดราคาชาวสวนราชบุรี พบแต่งบัญชีเลี่ยงภาษี

จากที่เคยลงบทความเกี่ยวกับ ล้งจีนฮั้วกัน กดราคารับซื้อมะพร้าวหน้าสวน
วันนี้ มีข่าวการล้างบางจับกุม แต่เราว่า ยังมีอีกมากมาย นี่คงแค่ลูบหน้าปะจมูกเท้านั้น
รอติดตามกันต่อไปค่ะ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ นายทุนจีนผูกขาดครบวงจรกำหนดราคารับซื้อส่งออกเอง ต้นเหตุราคามะพร้าวตกต่ำ เผยเข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าว-โรงงานแปรรูป 8 แห่ง เข้าข่ายผิดพรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 6 แห่ง พบมีคนไทยเป็นนอมินีหุ่นเชิดบังหน้า แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ แถมตรวจพบผลประกอบการผิดปกติ ตกแต่งบัญชีขาดทุนหลบเลี่ยงภาษี
10 มีนาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) , พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ) และผู้แทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแถลงผลเปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ รวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย
1.บริษัท เต๋อ หวั่ง จำกัด ,
2.บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ,
3.บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด ,
4.บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด ,
5.บริษัท จั่นฮุ่ยราญา จำกัด ,
6.บริษัท หมู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด
7.บริษัท อีซี่ โคโคนัท จำกัด และ
8.บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด



หลังพบพฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวนบิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ผบช.ก.เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการลงพื้นที่สืบสวนหาสาเหตุของปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จ.ราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยพบความย้อนแย้งว่าในขณะที่ความต้องการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในตลาดต่างประเทศยังคงมีปริมาณสูง แต่ราคามะพร้าวหน้าสวนที่เกษตรกรได้รับกลับถูกกดให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ
ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปอศ. ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่กลุ่มทุนต่างชาติ ได้เข้ามาแทรกแซงวงจรการค้ามะพร้าวด้วยการจัดตั้งล้งมะพร้าวอำพราง โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นเพื่อเข้ามาเป็นตัวกลางในการรับซื้อและส่งออกเสียเอง เมื่อกลุ่มทุนเหล่านี้สามารถควบคุมช่องทางการกระจายสินค้าและโรงงานแปรรูปได้เกือบเบ็ดเสร็จจึงเกิดอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าเกษตรกร นำไปสู่การกดราคารับซื้อต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อกวาดกำไรส่งออกกลับไปยังต่างประเทศ ทิ้งความเสียหายไว้กับเศรษฐกิจฐานรากของไทย
จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปจำนวน 8 แห่ง พบว่ามีบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ จำนวน 6 แห่ง จากการสืบสวนเบื้องต้นพบผู้กระทำความผิดเป็น นิติบุคคล จำนวน 6 ราย มีผู้ร่วมกระทำผิดแบ่งเป็น บุคคลสัญชาติไทยจำนวน 10 ราย และ ชาวต่างชาติจำนวน 7 ราย ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่า 6 ใน 8 บริษัทเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามบัญชีท้าย บัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทํานา ทําไร่ หรือทําสวน ,บัญชีสาม ข้อ 13 ,14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับผลิตผลทางการเกษตร,การค้าปลีกและค้าส่ง

โดยดำเนินการผ่านแผนประทุษกรรม

1. การใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบริหาร พบว่าบริษัทหลายแห่งมีชื่อคนไทยถือหุ้นในสัดส่วน 51% ตามกฎหมาย แต่จากการสอบปากคำ พบว่าผู้ถือหุ้นชาวไทยเหล่านั้นมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างวานมาเพื่อเซ็นชื่อในเอกสาร โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไรที่แท้จริง

2. การสั่งการตรงจากต่างชาติ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดหลักฐานสำคัญเป็นบันทึกการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันและเอกสารในจุดตรวจค้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอำนาจการสั่งการรับซื้อ การกำหนดราคา และการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน โดยมีคนไทยทำหน้าที่เพียงบังหน้าเพื่อให้ดูเหมือนเป็นธุรกิจของคนท้องถิ่นเท่านั้น

3. กลไกการผูกขาดและการบิดเบือนราคาแบบครบวงจร จากการสืบสวนเชิงลึกพบแผนประทุษกรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดมะพร้าวไทย โดยกลุ่มทุนต่างชาติเหล่านี้ได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานอย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ "ต้นน้ำ" ผ่านการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวในพื้นที่ เพื่อทำสวนมะพร้าวเอง ทำให้สามารถควบคุมปริมาณผลผลิตได้โดยตรง ต่อเนื่องมายัง "กลางน้ำ" ด้วยการจัดตั้งสถานประกอบการหรือล้งมะพร้าวอำพรางเพื่อรวบรวมและแปรรูป และส่งต่อไปยัง "ปลายน้ำ" คือการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ
ผบช.ก.กล่าวต่อว่า การกินรวบวงจรธุรกิจเช่นนี้ทำให้กลุ่มทุนต่างชาติมีอำนาจผูกขาดในการกำหนดราคา โดยพบหลักฐานว่ามีการกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยให้ต่ำลงอย่างผิดปกติเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศจีนในราคาลูกละ 35- 50 บาท โดยส่วนต่างกำไรมหาศาลนี้จะถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติโดยตรง พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เกษตรกรไทยถูกตัดออกจากระบบการค้าปกติ แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวหน้าสวนทั่วประเทศตกต่ำและสูญเสียเสถียรภาพ

นอกจากนี้ การวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลขขาดทุนมาโดยตลอด แต่รายได้บริษัทในแต่ละปีกลับสูงขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการจัดทำบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง และยังเป็นการครอบงำกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทย อันเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจและกลไกการค้าของประเทศอย่างร้ายแรง

ไทยโพสต์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่