เอาสั้นๆเลยคือ เด็ก Gen Z อายุ 24 ขยันย้ายงาน 5 ครั้ง ตอนนี้เงินเดือนสูงพอๆกับ 30 แต่ ศักยภาพสูงจนต้องยอมจ่ายและต้องแย่งกันในตลาดแรงงาน
เด็กเจ็นนี้ ที่ดีก็ดีไปเลย และต้องสู้ราคาให้ได้มา
แบบละเอียดๆคือ...
เพิ่งไปงานสัมมนาของแผนกบุคคลในบรฺาัทที่ทำอยู่ ผม ไม่ได้ทำงานแผนกบุคคลแต่ทำงานบริหาร ที่ว่าง และชอบไปงานสัมมนาของแผนกนี้เป็นทุนเดิม
บุคคลเป็นแผนกเล็กๆเท่านั้น มีหัวหน้าที่อายุ 40s ปลาย ทำงานมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และคุ้นเคยกันมาก (นั่งดื่มกันได้ถึงเช้า) มีระดับซีเนียร์ที่ซื้อตัวมาจากบริษัทข้ามชาติ เด็กจีเนียสอายุ 40s ต้น ใช้ทุนบริษัทเดิมหมด ก็ดึงตัวมา
นอกนั้นทีมงานอายุช่วง 30s และปีนี้ มีพนักงานใหม่อายุ 24 เข้ามาใหม่หลังจากไม่ได้รับพนักงานมาหลายปี เข้ามาในส่วนงานพัฒนาบุคคล งานกิจกรรมภายใน เชี่ยวชาญจิตวิทยา และเป็นเด็กสายเทคโนโลยีด้วยตัวเอง สนใจเครื่องมือแบบใหม่ๆ ซึ่งแผนกนี้ไปเจอตัวแล้วดึงตัวมา ทำงานกันมาได้ครึ่งปีแล้วพบว่าศักยภาพสูงมากๆ สูงจนหัวหน้าแผนกมาคุยเรื่องการทำทุนเรียนต่อให้น้องคนนี้ มุ่งเป้าหมายให้เป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาคนในช่วง 15 ปีข้างหน้า ดังนั้นต้องลงทุน และหาวิธีดึงตัวไว้ เพื่อให้บริษัท เล็กลงด้านขนาดแต่โตขึ้นด้านศักยภาพ ลดต้นทุนเพื่อกำไรที่มากขึ้น และเพิ่มผลผลิตในการลงทุนเท่าเดิม
ผมมาร่วมงานสัมมนาเพราะต้องการมาดูเด็กคนนี้นั่นแหละ
หากทุกอย่างไปได้ด้วยดี อีก 1-2 ปี เด็กคนนี้คงได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ (แน่นอนว่าต้องทำสัญญากลับมาใช้ทุน)
โดยปกติ บริษัทมีทุนให้เรียนต่อจริงจังได้ แต่มักเสนอให้กับเด็กที่บริษัทปั้นมาตั้งแต่ฝึกงาน จบมาทำงานเลย เป็นลูกหม้อที่จงรักภักดีสูง มีให้หมดทั้ง ปวส. ต่อปริญญาตรี หรือ ให้เรียน ป.โท ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่เด็กคนนี้น่าจะเป็นคนแรก ที่ไม่ได้ปั้นกันมาแต่เข้าข่ายแคนดิเดทรับข้อเสนอทุน
เด็ก Gen Z ที่มีศัยภาพ ก็ต้องยอมรับว่าศักยภาพสูงไปเลย
อย่างเด็กคนนี้ ตามธรรมเนียมแผนก พนักงานใหม่ต้องรับผิดชอบการสัมมนาภายในทั้งหมด ทำงบเอง จัดการ จัดสรรหาวิทยากร และ กำหนดหัวข้อพร้อมทั้งเป้าหมายเอง (เป็นวัฒนธรรมแผนก ให้เด็กมองหา topic จากมุมมองพนักงานด้านล่างขึ้นมาแทนการกำหนดหัวข้อจากด้านบน) ปีนี้ งานสัมมนาแผนกเล็กๆนี้ ถูกจัดมาอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
น้องเลือกสถานที่ได้ดีเยี่ยม เหมาะสมกับงบประมาณและกิจกรรม ติดต่อดีลได้ในงบ สถานที่เหมาะสมไม่ไกลเกินไป แต่ยังได้ฟิลของการรีเฟรช
น้องจัดการ การเดินทางได้ดีมาก จองรถในงบที่ดีจนน่าตกใจ จากเดิมๆรถตู้ คราวนี้ได้รถโค้ชไฟฟ้าใหม่เอี่ยมนั่งสบาย (น้องใช้วิธีไปล็อบบี้แผนกอื่นที่ต้องสัมมนา ร่วมกันทำดีลกับบริษัทเป็นแพ็คจำนวนหลายจ็อบ)
น้องหาวิทยากรมารันกิจกรรมได้สนุก แหวกแนว ตลอดทั้งวัน แม้แต่เรือ่งเล็กๆที่ไม่เคยมีจัดเช่น เปิดด้วยวิทยากรสุขภาพ เพราะเห็นพี่ๆคุยกันเรือ่งสุขภาพเยอะ เช้าจึงเป็นการสัมมนา "Healthy Desk, Healthy Office"
บ่ายเป็นงานสัมมนาหลัก ใช้วิทยากรแบบกิจกรรมสัมพันธ์สร้างกิจกรรมที่ทุกคนต้องร่วมกันคิดต่อเติมและระดมสมอง ทั้งยัง ดึงเอาจิตวิทยามาใช้ได้สนุก เล็งเห็นผลต่อยอดได้
ส่วนพีคของงาน คืองานเลี้ยง งานแฟนซี (ทุกแผนกต้องมีงานแฟนซี เจ้าของเค้าชอบ) แผนกนี้มาในธีม"เจ้าสมุทร" ซึ่งน้องก็เป็นคนคิด พอเป็นแผนเล็กๆก็ไม่ตอ้งประกวด แต่ทุกคนต้องพรีเซ็นต์ตัวเอง ตามปกติจะเริ่มจากเด็กใหม่ไปจนถึงหัวหน้าแผนกและผู้บริหารที่มาร่วม
แต่ปีนี้ น้องคิดใหม่ ให้ตัวเองปิดท้ายฟินาเล่ จัดการแสดงของตัวเอง มีแสง เสียง เปิดโปรเจ็กเตอร์ประกอบ ใช้โดรนขนาดเล็กหลายลำบินประกอบการแสดงตัวเอง และ concept ก็สะท้อนตัวตน เชือ่มโย(แถ)หาองค์กรได้ดีมาก
เล่นเอาพี่ๆ Gen Y หมองไปเลยส่วนพวกคนแก่ๆ ได้แต่นั่งมองหน้ากัน อมยิ้มพยักหน้า ในแววตาคือ
มองเห็นอนาคตองค์กรได้จากเด็กรุ่นนี้ พลังในตัวเค้าไม่ได้มีแค่ในงานตัวเอง แต่จะส่ง possitive push กับคนรอบๆตัวได้
และโจทย์แรกเร่งด่วนระยะสั้นคือ ต้องหาวิะีพัฒนาหัวหน้าแผนกทั้งหมด ให้รู้ว่า จะหา Gen Z ที่ดีให้เจอได้อย่างไร เราจะบริหารงานบุคคล จัดการองค์กรยังไง ให้มีข้อเสนอที่ดีกับเด็กเจ็นนี้อยู่ได้ยาวๆ ในขณะเดียวกัน จะทำอย่างไรกับรุ่นพี่ในบริษัท ให้มีตัวช่วยขยายเพดานพวกเขาขึ้นไป ไม่กลายเป็นของตกรุ่นที่รอวันโดนโละทิ้งเพราะอัพเดทเฟิร์มแวร์ไม่ได้แล้ว
บริษัทกลางๆ ไม่ใช่มหาชน มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมาลงทุนเยอะ เป้าหมายระยะยาวคือต้องลีนให้สุด โครงสร้างต้องไม่บวม ก็ไม่แน่ว่าเด็กๆเจ็นนี้ อาจจะได้เป็นรุ่นแรกๆของบริษัทนี้ ที่ได้แตกตัวเองออกมาเป็นเครือบริษัทขนาดเล็กเพื่ออิสระในงานตัวเองในอีก 10-15 ปีข้างหน้า
ไม่แน่ว่าแม้แต่แผนกบุคคล ก็อาจกลายเ)็ยบริษัทพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้เครือเพื่อตอบโจทย์บริษัทเล็กๆของเด็กรุ่นใหม่
ลูกจ้าง Gen Z แพงกว่ารุ่นพี่เจ็นเก่าจริงๆหรือเปล่า
เด็กเจ็นนี้ ที่ดีก็ดีไปเลย และต้องสู้ราคาให้ได้มา
แบบละเอียดๆคือ...
เพิ่งไปงานสัมมนาของแผนกบุคคลในบรฺาัทที่ทำอยู่ ผม ไม่ได้ทำงานแผนกบุคคลแต่ทำงานบริหาร ที่ว่าง และชอบไปงานสัมมนาของแผนกนี้เป็นทุนเดิม
บุคคลเป็นแผนกเล็กๆเท่านั้น มีหัวหน้าที่อายุ 40s ปลาย ทำงานมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และคุ้นเคยกันมาก (นั่งดื่มกันได้ถึงเช้า) มีระดับซีเนียร์ที่ซื้อตัวมาจากบริษัทข้ามชาติ เด็กจีเนียสอายุ 40s ต้น ใช้ทุนบริษัทเดิมหมด ก็ดึงตัวมา
นอกนั้นทีมงานอายุช่วง 30s และปีนี้ มีพนักงานใหม่อายุ 24 เข้ามาใหม่หลังจากไม่ได้รับพนักงานมาหลายปี เข้ามาในส่วนงานพัฒนาบุคคล งานกิจกรรมภายใน เชี่ยวชาญจิตวิทยา และเป็นเด็กสายเทคโนโลยีด้วยตัวเอง สนใจเครื่องมือแบบใหม่ๆ ซึ่งแผนกนี้ไปเจอตัวแล้วดึงตัวมา ทำงานกันมาได้ครึ่งปีแล้วพบว่าศักยภาพสูงมากๆ สูงจนหัวหน้าแผนกมาคุยเรื่องการทำทุนเรียนต่อให้น้องคนนี้ มุ่งเป้าหมายให้เป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาคนในช่วง 15 ปีข้างหน้า ดังนั้นต้องลงทุน และหาวิธีดึงตัวไว้ เพื่อให้บริษัท เล็กลงด้านขนาดแต่โตขึ้นด้านศักยภาพ ลดต้นทุนเพื่อกำไรที่มากขึ้น และเพิ่มผลผลิตในการลงทุนเท่าเดิม
ผมมาร่วมงานสัมมนาเพราะต้องการมาดูเด็กคนนี้นั่นแหละ
หากทุกอย่างไปได้ด้วยดี อีก 1-2 ปี เด็กคนนี้คงได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ (แน่นอนว่าต้องทำสัญญากลับมาใช้ทุน)
โดยปกติ บริษัทมีทุนให้เรียนต่อจริงจังได้ แต่มักเสนอให้กับเด็กที่บริษัทปั้นมาตั้งแต่ฝึกงาน จบมาทำงานเลย เป็นลูกหม้อที่จงรักภักดีสูง มีให้หมดทั้ง ปวส. ต่อปริญญาตรี หรือ ให้เรียน ป.โท ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่เด็กคนนี้น่าจะเป็นคนแรก ที่ไม่ได้ปั้นกันมาแต่เข้าข่ายแคนดิเดทรับข้อเสนอทุน
เด็ก Gen Z ที่มีศัยภาพ ก็ต้องยอมรับว่าศักยภาพสูงไปเลย
อย่างเด็กคนนี้ ตามธรรมเนียมแผนก พนักงานใหม่ต้องรับผิดชอบการสัมมนาภายในทั้งหมด ทำงบเอง จัดการ จัดสรรหาวิทยากร และ กำหนดหัวข้อพร้อมทั้งเป้าหมายเอง (เป็นวัฒนธรรมแผนก ให้เด็กมองหา topic จากมุมมองพนักงานด้านล่างขึ้นมาแทนการกำหนดหัวข้อจากด้านบน) ปีนี้ งานสัมมนาแผนกเล็กๆนี้ ถูกจัดมาอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
น้องเลือกสถานที่ได้ดีเยี่ยม เหมาะสมกับงบประมาณและกิจกรรม ติดต่อดีลได้ในงบ สถานที่เหมาะสมไม่ไกลเกินไป แต่ยังได้ฟิลของการรีเฟรช
น้องจัดการ การเดินทางได้ดีมาก จองรถในงบที่ดีจนน่าตกใจ จากเดิมๆรถตู้ คราวนี้ได้รถโค้ชไฟฟ้าใหม่เอี่ยมนั่งสบาย (น้องใช้วิธีไปล็อบบี้แผนกอื่นที่ต้องสัมมนา ร่วมกันทำดีลกับบริษัทเป็นแพ็คจำนวนหลายจ็อบ)
น้องหาวิทยากรมารันกิจกรรมได้สนุก แหวกแนว ตลอดทั้งวัน แม้แต่เรือ่งเล็กๆที่ไม่เคยมีจัดเช่น เปิดด้วยวิทยากรสุขภาพ เพราะเห็นพี่ๆคุยกันเรือ่งสุขภาพเยอะ เช้าจึงเป็นการสัมมนา "Healthy Desk, Healthy Office"
บ่ายเป็นงานสัมมนาหลัก ใช้วิทยากรแบบกิจกรรมสัมพันธ์สร้างกิจกรรมที่ทุกคนต้องร่วมกันคิดต่อเติมและระดมสมอง ทั้งยัง ดึงเอาจิตวิทยามาใช้ได้สนุก เล็งเห็นผลต่อยอดได้
ส่วนพีคของงาน คืองานเลี้ยง งานแฟนซี (ทุกแผนกต้องมีงานแฟนซี เจ้าของเค้าชอบ) แผนกนี้มาในธีม"เจ้าสมุทร" ซึ่งน้องก็เป็นคนคิด พอเป็นแผนเล็กๆก็ไม่ตอ้งประกวด แต่ทุกคนต้องพรีเซ็นต์ตัวเอง ตามปกติจะเริ่มจากเด็กใหม่ไปจนถึงหัวหน้าแผนกและผู้บริหารที่มาร่วม
แต่ปีนี้ น้องคิดใหม่ ให้ตัวเองปิดท้ายฟินาเล่ จัดการแสดงของตัวเอง มีแสง เสียง เปิดโปรเจ็กเตอร์ประกอบ ใช้โดรนขนาดเล็กหลายลำบินประกอบการแสดงตัวเอง และ concept ก็สะท้อนตัวตน เชือ่มโย(แถ)หาองค์กรได้ดีมาก
เล่นเอาพี่ๆ Gen Y หมองไปเลยส่วนพวกคนแก่ๆ ได้แต่นั่งมองหน้ากัน อมยิ้มพยักหน้า ในแววตาคือ
มองเห็นอนาคตองค์กรได้จากเด็กรุ่นนี้ พลังในตัวเค้าไม่ได้มีแค่ในงานตัวเอง แต่จะส่ง possitive push กับคนรอบๆตัวได้
และโจทย์แรกเร่งด่วนระยะสั้นคือ ต้องหาวิะีพัฒนาหัวหน้าแผนกทั้งหมด ให้รู้ว่า จะหา Gen Z ที่ดีให้เจอได้อย่างไร เราจะบริหารงานบุคคล จัดการองค์กรยังไง ให้มีข้อเสนอที่ดีกับเด็กเจ็นนี้อยู่ได้ยาวๆ ในขณะเดียวกัน จะทำอย่างไรกับรุ่นพี่ในบริษัท ให้มีตัวช่วยขยายเพดานพวกเขาขึ้นไป ไม่กลายเป็นของตกรุ่นที่รอวันโดนโละทิ้งเพราะอัพเดทเฟิร์มแวร์ไม่ได้แล้ว
บริษัทกลางๆ ไม่ใช่มหาชน มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมาลงทุนเยอะ เป้าหมายระยะยาวคือต้องลีนให้สุด โครงสร้างต้องไม่บวม ก็ไม่แน่ว่าเด็กๆเจ็นนี้ อาจจะได้เป็นรุ่นแรกๆของบริษัทนี้ ที่ได้แตกตัวเองออกมาเป็นเครือบริษัทขนาดเล็กเพื่ออิสระในงานตัวเองในอีก 10-15 ปีข้างหน้า
ไม่แน่ว่าแม้แต่แผนกบุคคล ก็อาจกลายเ)็ยบริษัทพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้เครือเพื่อตอบโจทย์บริษัทเล็กๆของเด็กรุ่นใหม่