ได้คลุกคลีเด็ก Gen Z ที่ทำงานมาซักพัก ลองใช้เวลากับพวกเค้าดู พบว่า "ติดโซเชียล" เป็นคำพูดที่คน Gen X,Y ไปชี้วัดเค้ามากกว่า เพราะ ใช้ตัวเอง พฤติกรรมตัวเองเป็นเกณฑ์
ส่วนตัวผมเป็นพวก X ปลายๆ วัยผ่านหลัก 6 มาหน่อยนึง ทำงานบริษัทกลางๆแห่งนึง ที่ทดลองโปรแกรมพิเศษ ดึงเอาเด็ก Gen Z มาสร้างคณะกรรมการ"จำลองการบริหาร" คนที่เข้าร่วมต้องทำงานมาตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไป มีตำแหน่งบริหารต่างๆเสมือนจริงทั้ง CEO CFO COO ไปจนถึง GM ลงไปถึง MD ทดลองทำการบริหารเสมือนสัปดาห์ละครึ่งวัน
สิ่งที่ผมสัมผัสได้ ผสมกับการสังเกตจากลูกสาวและเพื่อนๆของเค้า (17 ปี)
เด็ก Gen Z ไม่ได้ติดโซเชียลครับ แต่ Social Network คือ "โลก" ของสังคมของเค้าจริงๆ
คน Gen X, Gen Y เกิดและเติบโตมาก่อนจะมีโซเชียลฯ เราใช้งาน โซเชียลฯ เป็น"ทางเลือก" ในการสื่อสารกับสังคม แต่สุดท้าย เราจะมีพื้นที่สำหรับสังคมจริงๆของเราโดยเฉพาะ เช่น
มีไลน์กลุ่มกับเพื่อนสนิท กับครอบครัว ถ้ามีอะไรที่เป็นเรื่อง"ของเรา" ที่เราอยากให้เพื่อนๆ คนสนิท คนรู้จักจริงๆสังคมของเราจริงๆรับรู้ เราจะ สื่อสารผ่านช่องทางพวกนี้ หรือไม่ก็ นัดเจอกันไปเลย ตามเดิมที่เคยเป็น
แต่สำหรับเด็ก Gen Z ที่เกิดและโตมากับโลกที่มีสมาร์ทโฟนแล้ว จำความได้ก็ได้เล่นอุปกรณ์พวกนี้ วัยเด็กเล็กก็ได้เจอโซเชียลฯแล้ว เป็นวันรุ่นมาก็มีโซเชียลรองรับแล้ว ทั้ง ระบบโพสต์ภาพ คลิปสั้น ห้องสนทนาเสียงระหว่างเล่นเกมส์
สำหรับเคา้ นั่นคือ สังคมและโลกของเค้าจริงๆครับ เค้าพบปะเพื่อน คุยแชท โทรคุยกับเพื่อน กับสังค น้อยกว่าคน Gen Y, X เค้าเล่นเกมส์ผ่านออนไลน์แล้วคุยกันไปด้วย เหมือนที่เรานัดเพื่อนไปเตะบอล ตีแบดฯ เค้าดูเพื่อนไปเดินสยามผ่านสตอรี่ของเพื่อน ส่งข้อความผ่านทางนั้นเพื่อคุยกันแทนการทักในไลน์กลุ่ม เค้า life streaming บนสตอรี่ร่วมกัน คุยกัน ไม่ได้กะให้ดัง หรือมีคนมาดูจนดัง แต่ กะให้เพื่อนๆในวงสนิทจริงๆได้เห็นและอาจมาร่วมคุย
เค้าไม่ได้"ติด" โซเชียลครับ แต่เค้าไม่ได้มีชีวิตแบบสังคมนอกเหนือนั้นในสัดส่วนเดียวกับพวกเรา
ซึ่งผมไม่ได้มองว่ามันผิดหรือไม่ healthy ด้วย แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของสังคมเท่านั้นเอง
ซึ่งนั่นคือคำตอบของอีกคำถาม อีกบริบท ว่า
เด็ก Gen Z ไม่เอาพี่ไม่เอาเพื่อน ที่ทำงาน ซึ่งมันก็แน่นอนว่า เค้าไม่ได้"ต้องการ" สังคมในรูปแบบนี้ครับ เค้ามองเป้นวงสังคมที่ค่อนข้างห่างตัวเค้า ไม่เหมือนคนรุ่น X และ Y ที่ฝังตัวเองอยู่กับที่ทำงาน บางคนมองเพื่อนร่วมงานสนิทกันเป็น"ครอบครัว" เดียวกัน สนิทกันจน เซ็นต์ค้ำประกันเงินกู้เป็นล้านกันได้
ผมค้นพบจากการเอาเด็กๆมารวมกันให้พวกค้ามีอำนาจ(สเมือน) มีพื้นที่ พบว่า ถ้าพวกเค้าเจอกับกลุ่ม และทีม ที่เคมีเข้ากัน เค้าก็เปิดรับสังคมตรงนี้ได้ดีกว่าเดิมมากๆครับ
แรกๆก็ยังขัดๆหน่อยเพราะมาจากคนละแผนก แต่ผ่านไปซัก 2 เดือน เริ่มได้เห็น เด็ก Gen Z ในที่ทำงาน นัดกันไปใช้ห้องฟิตเนสของที่ทำงาน ได้เห็นเด็กๆเจ็นนี้ พักเที่ยง รีบลงมากินข้าวเพื่อนัดเจอเพื่อนๆร่วมรุ่นเดียวกัน เริ่มมีเด็กที่แนะนำเพื่อน Gen Z ต่างแผนกให้พี่ๆในแผนกได้เจอ
อาการ"ติดโซเชียล" ในมุมมองของพี่ๆหัวหน้างาน พบว่า น้อยลงมาก ถึงจะไม่ได้สนิทกับพี่ๆในแผนกต่างๆมากขึ้น แต่ สามารถมีส่วนร่วมในบรรยากาศที่ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากขึ้น
โดยเฉพาะ ที่ออฟฟิศ มีโปรแกรม"พี่เลี้ยง" สำหรับพนักงานใหม่ เข้ามาใหม่สดๆเลย จะมี "พี่เลี้ยง" คอยช่วย 2 คน ในช่วงยังไม่ผ่านโปร คนนึงเป็นพี่ที่มีอายุงานเกิน 12 เดือน และอีกคนเป็นพี่ที่จูเนียร์ที่สุดที่เหลือในแผนกตัวเอง (ซึ่งอาจอายุ 30s ไปแล้ว)
สิ่งที่พบจากสองโปรแกรมนี้รวมกันคือ
เริ่มเกิดเครือข่ายสังคมในที่ทำงาน ทั้งกลุ่มครีมที่ได้ไปทำงานคณะบริหารเสมือน ทั้งกลุ่มทั่วไปที่ทำงานในแผนกต่างๆ และ เด็กใหม่ (จริงๆพนักงานใหม่ก็ไม่ได้จะต้องเด็กทุกคนหรอกแต่ช่วงหลายปีมานี้ บริษัทไม่มีนโยบายซื้อตัว ไม่รับคนอายุเยอะ เน้นรับเด็ก)
อีกไม่กี่เดือนจะมีกิจกรรม กีฬาเฟรชชี่ เป้นการแข่งกีฬาของพนักงานใหม่ที่อายุงานยังไม่เกิน 12 เดือน คาดว่า น่าจะสนุกกว่าทุกปีที่ผ่านมา
แล้วปลายปี ที่จะมีกีฬาสีบริษัท ก็น่าจะเป็นปีแรกที่ได้เห็นอะไรใหม่ๆจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น
เด็ก Gen Z ติดโซเชียลไม่สนใจสังคมที่ทำงาน จริงๆน่ะหรือ?
ส่วนตัวผมเป็นพวก X ปลายๆ วัยผ่านหลัก 6 มาหน่อยนึง ทำงานบริษัทกลางๆแห่งนึง ที่ทดลองโปรแกรมพิเศษ ดึงเอาเด็ก Gen Z มาสร้างคณะกรรมการ"จำลองการบริหาร" คนที่เข้าร่วมต้องทำงานมาตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไป มีตำแหน่งบริหารต่างๆเสมือนจริงทั้ง CEO CFO COO ไปจนถึง GM ลงไปถึง MD ทดลองทำการบริหารเสมือนสัปดาห์ละครึ่งวัน
สิ่งที่ผมสัมผัสได้ ผสมกับการสังเกตจากลูกสาวและเพื่อนๆของเค้า (17 ปี)
เด็ก Gen Z ไม่ได้ติดโซเชียลครับ แต่ Social Network คือ "โลก" ของสังคมของเค้าจริงๆ
คน Gen X, Gen Y เกิดและเติบโตมาก่อนจะมีโซเชียลฯ เราใช้งาน โซเชียลฯ เป็น"ทางเลือก" ในการสื่อสารกับสังคม แต่สุดท้าย เราจะมีพื้นที่สำหรับสังคมจริงๆของเราโดยเฉพาะ เช่น
มีไลน์กลุ่มกับเพื่อนสนิท กับครอบครัว ถ้ามีอะไรที่เป็นเรื่อง"ของเรา" ที่เราอยากให้เพื่อนๆ คนสนิท คนรู้จักจริงๆสังคมของเราจริงๆรับรู้ เราจะ สื่อสารผ่านช่องทางพวกนี้ หรือไม่ก็ นัดเจอกันไปเลย ตามเดิมที่เคยเป็น
แต่สำหรับเด็ก Gen Z ที่เกิดและโตมากับโลกที่มีสมาร์ทโฟนแล้ว จำความได้ก็ได้เล่นอุปกรณ์พวกนี้ วัยเด็กเล็กก็ได้เจอโซเชียลฯแล้ว เป็นวันรุ่นมาก็มีโซเชียลรองรับแล้ว ทั้ง ระบบโพสต์ภาพ คลิปสั้น ห้องสนทนาเสียงระหว่างเล่นเกมส์
สำหรับเคา้ นั่นคือ สังคมและโลกของเค้าจริงๆครับ เค้าพบปะเพื่อน คุยแชท โทรคุยกับเพื่อน กับสังค น้อยกว่าคน Gen Y, X เค้าเล่นเกมส์ผ่านออนไลน์แล้วคุยกันไปด้วย เหมือนที่เรานัดเพื่อนไปเตะบอล ตีแบดฯ เค้าดูเพื่อนไปเดินสยามผ่านสตอรี่ของเพื่อน ส่งข้อความผ่านทางนั้นเพื่อคุยกันแทนการทักในไลน์กลุ่ม เค้า life streaming บนสตอรี่ร่วมกัน คุยกัน ไม่ได้กะให้ดัง หรือมีคนมาดูจนดัง แต่ กะให้เพื่อนๆในวงสนิทจริงๆได้เห็นและอาจมาร่วมคุย
เค้าไม่ได้"ติด" โซเชียลครับ แต่เค้าไม่ได้มีชีวิตแบบสังคมนอกเหนือนั้นในสัดส่วนเดียวกับพวกเรา
ซึ่งผมไม่ได้มองว่ามันผิดหรือไม่ healthy ด้วย แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของสังคมเท่านั้นเอง
ซึ่งนั่นคือคำตอบของอีกคำถาม อีกบริบท ว่า
เด็ก Gen Z ไม่เอาพี่ไม่เอาเพื่อน ที่ทำงาน ซึ่งมันก็แน่นอนว่า เค้าไม่ได้"ต้องการ" สังคมในรูปแบบนี้ครับ เค้ามองเป้นวงสังคมที่ค่อนข้างห่างตัวเค้า ไม่เหมือนคนรุ่น X และ Y ที่ฝังตัวเองอยู่กับที่ทำงาน บางคนมองเพื่อนร่วมงานสนิทกันเป็น"ครอบครัว" เดียวกัน สนิทกันจน เซ็นต์ค้ำประกันเงินกู้เป็นล้านกันได้
ผมค้นพบจากการเอาเด็กๆมารวมกันให้พวกค้ามีอำนาจ(สเมือน) มีพื้นที่ พบว่า ถ้าพวกเค้าเจอกับกลุ่ม และทีม ที่เคมีเข้ากัน เค้าก็เปิดรับสังคมตรงนี้ได้ดีกว่าเดิมมากๆครับ
แรกๆก็ยังขัดๆหน่อยเพราะมาจากคนละแผนก แต่ผ่านไปซัก 2 เดือน เริ่มได้เห็น เด็ก Gen Z ในที่ทำงาน นัดกันไปใช้ห้องฟิตเนสของที่ทำงาน ได้เห็นเด็กๆเจ็นนี้ พักเที่ยง รีบลงมากินข้าวเพื่อนัดเจอเพื่อนๆร่วมรุ่นเดียวกัน เริ่มมีเด็กที่แนะนำเพื่อน Gen Z ต่างแผนกให้พี่ๆในแผนกได้เจอ
อาการ"ติดโซเชียล" ในมุมมองของพี่ๆหัวหน้างาน พบว่า น้อยลงมาก ถึงจะไม่ได้สนิทกับพี่ๆในแผนกต่างๆมากขึ้น แต่ สามารถมีส่วนร่วมในบรรยากาศที่ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากขึ้น
โดยเฉพาะ ที่ออฟฟิศ มีโปรแกรม"พี่เลี้ยง" สำหรับพนักงานใหม่ เข้ามาใหม่สดๆเลย จะมี "พี่เลี้ยง" คอยช่วย 2 คน ในช่วงยังไม่ผ่านโปร คนนึงเป็นพี่ที่มีอายุงานเกิน 12 เดือน และอีกคนเป็นพี่ที่จูเนียร์ที่สุดที่เหลือในแผนกตัวเอง (ซึ่งอาจอายุ 30s ไปแล้ว)
สิ่งที่พบจากสองโปรแกรมนี้รวมกันคือ
เริ่มเกิดเครือข่ายสังคมในที่ทำงาน ทั้งกลุ่มครีมที่ได้ไปทำงานคณะบริหารเสมือน ทั้งกลุ่มทั่วไปที่ทำงานในแผนกต่างๆ และ เด็กใหม่ (จริงๆพนักงานใหม่ก็ไม่ได้จะต้องเด็กทุกคนหรอกแต่ช่วงหลายปีมานี้ บริษัทไม่มีนโยบายซื้อตัว ไม่รับคนอายุเยอะ เน้นรับเด็ก)
อีกไม่กี่เดือนจะมีกิจกรรม กีฬาเฟรชชี่ เป้นการแข่งกีฬาของพนักงานใหม่ที่อายุงานยังไม่เกิน 12 เดือน คาดว่า น่าจะสนุกกว่าทุกปีที่ผ่านมา
แล้วปลายปี ที่จะมีกีฬาสีบริษัท ก็น่าจะเป็นปีแรกที่ได้เห็นอะไรใหม่ๆจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น