‘สมชัย’ ตั้งข้อสังเกตบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง อาจโยงผู้ลงคะแนน ชี้ต้องพิสูจน์ในศาล
https://www.dailynews.co.th/news/5658316/
.

.
จากกรณี ‘สมชัย’ จับมือ ‘กมธ.พัฒนาการเมือง สว.’ จำลองการเลือกตั้งแกะรอย ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ พบทีมตัวแทนนักสืบเช็กย้อนหลังได้ใครกาเบอร์อะไรครบทั้ง 10 คน ด้าน ‘นรเศรษฐ์’ ยันเจตนารมณ์แค่ศึกษา ไม่เกี่ยวตีความข้อกฎหมาย ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
.
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์เกี่ยวกับการติดบาร์โค้ดที่ด้านล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลงแฟนเพจ “
ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” เผยว่าการใช้บาร์โค้ดลักษณะดังกล่าว ซึ่งเพิ่งมีในการเลือกตั้งปี 2569 อาจทำให้สามารถเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้
.
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า
.
“
บาร์โค้ด คือ รหัสมรณะ การตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดในส่วนล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยการทดลองแล้วว่า สามารถเชื่อมโยงกลับไปสืบหาตัวผู้ลงคะแนนได้จริง”
.
อีกทั้ง “
ข้อสรุปที่มองกลับไปยัง กกต. จึงเหลือเพียง 2 ทาง โดยจัดการเลือกตั้งแบบประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยขาดการไตร่ตรอง ขาดการกลั่นกรองจากทั้งสำนักงานและตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การมีบาร์โค้ดจะนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและคดีต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย”
.
นอกจากนี้ “
การมีบาร์โค้ดดังกล่าว อาจไม่ใช่การประมาทเลินเล่อ แต่อาจกระทำโดยเจตนา ของบุคคล กลุ่มบุคคล ขบวนการ ที่ต้องการใช้บาร์โค้ด เป็นเครื่องมือในการควบคุมการลงคะแนนเสียงที่สามารถตรวจสอบได้ หรือเพื่อใช้วางแผนการเลือกตั้งในอนาคต หากเป็นบุคคลเดียวก็เป็นความผิดเฉพาะตัว หากเป็น 2-4 คน ก.ม.อาญาเรียก อั้งยี่ แต่หาก 5 คนขึ้นไป เรียกซ่องโจร”
.
อย่างไรก็ตาม “
การพิสูจน์ว่า การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เป็นการประมาทเลินเล่อ หรือ เป็นเจตนากระทำความผิด จะเป็นขบวนการอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่ ต้องพิสูจน์ในศาล โดยต้องมีผู้ฟ้อง กกต. ในคดีอาญา มาตรา 209 ซึ่งศาลจะสามารถเรียกเอกสาร เช่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รายงานการประชุมทุกระดับ รายงานการตรวจรับ บันทึกการให้ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับมาประกอบคำวินิจฉัย ทั้งนี้ อั้งยี่มา ก็อั้งยี่กลับ ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้”
.
ขอบคุณข้อมูล :
ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid0LDLsSUBkRfvUT7cxaoNzhVNYiMdPp7ip2xduAfa7fXWJ1aDomxCqVP8fwdwiaCHzl
.
.
ปชน.แบกลังใส่ หนังสือรับรอง ส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ รายงานตัวสภา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5621023
.
มาแล้ว! ผู้แทน ปชน.แบกลังใส่หนังสือรับรอง ส.ส. ทั้งบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตเลือกตั้งก่อนไปรายงานตัวต่อสภา
.
เมื่อเวลา 10.40 น วันที่ 5 มีนาคม ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่ง เปิดให้ส.ส.บัญชีรายชื่อรับหนังสือรับรองการเป็นส.ส. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันแรก ล่าสุด ผู้แทนของพรรคประชาชนจำนวน 3 คนได้เดินทาง พร้อมกล่องกระดาษ มารับหนังสือรับรองส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อรวมทีเดียว อย่างไรก็ตามมีส.ส.บางส่วน ที่มารับหนังสือด้วยตัวเองไปก่อนหน้านี้แล้ว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ พรรคประชาชน มีส.ส.รวมทั้งหมด 120 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 32 คน และส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 88 คน ซึ่งใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรับหนังสือรับรอง
.
.
กองทุนน้ำมันระส่ำ แบกหนักวันละ 450 ล้าน เผย ไทยนำเข้าวันละล้านบาร์เรล ผ่านฮอร์มุซ 40%
https://www.matichon.co.th/economy/news_5620893
.
กองทุนน้ำมันระส่ำ แบกหนักวันละ 450 ล้าน อุ้มได้แค่ 15 วัน หากโลกพุ่งไม่หยุดต้องปล่อยตามกลไกล เผย ไทยนำเข้าวันละล้าบาร์เรล ผ่านฮอร์มุซ 40%
.
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันภายในประเทศสูงถึงวันละประมาณ 400-450 ล้านบาท ขณะที่สถานะเงินสดของกองทุนฯ เหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และหนี้จากการกู้ยืมราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากยังคงอุดหนุนในระดับดังกล่าว จะสามารถพยุงราคาได้เพียงราว 15 วันเท่านั้น
.
“
เดิมทีฝ่ายบริหารกองทุนฯ เสนอแนวทางอุดหนุนเพียง 7 วัน เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนและภาคธุรกิจทยอยปรับตัวตามกลไกตลาด แต่เมื่อรัฐบาลต้องการดูแลต่อเนื่องยาวขึ้น จึงเคาะกรอบ 15 วัน กระทรวงพลังงานก็จะต้องเตรียมพร้อมรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” แหล่งข่าวกล่าว
.
อย่างไรก็ตาม หลังครบกำหนด 15 วัน หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐอาจต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น หรือจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เนื่องจากหลายประเทศได้ปรับตัวไปแล้ว ประกอบกับกองทุนฯ ยังมีภาระหนี้เงินกู้อีกเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบัน
.
รับลูก “อนุทิน” เร่งนำเข้าแหล่งอื่น
.
แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า จากกรณีที่ นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน เร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบใหม่ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความไม่แน่นอน
.
แนวทางเบื้องต้นคือเพิ่มสัดส่วนจากประเทศคู่ค้าที่ไทยนำเข้าอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา (USA) และกลุ่มแอฟริกาตะวันตก (West Africa) รวมถึงเร่งเจรจาทำสัญญาเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น มาเลเซีย และบรูไน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไหลเข้าสู่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
.
แหล่งข่าว กล่าวยอมรับว่า หากเป็นการเปลี่ยนแหล่งนำเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากน้ำมันดิบแต่ละแหล่งมีคุณภาพและองค์ประกอบแตกต่างกัน โรงกลั่นอาจต้องปรับกระบวนการผลิต ส่งผลต่อต้นทุน นอกจากนี้ การขนส่งจากแหล่งที่ไกลขึ้นยังทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดด้านคลังสำรองก็เป็นอุปสรรค หากจะเพิ่มปริมาณสำรองจากระดับ 60 วันตามนโยบายรัฐ เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง และผู้ค้าน้ำมันไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงสต็อกน้ำมันราคาแพง
.
พลังงานกว่า 90% นำเข้าผ่านฮอร์มุซ 40%
.
ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยพลังงานมากกว่า 90% ของการใช้ทั้งหมดมาจากการนำเข้า สัดส่วนการนำเข้าที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ประมาณ 40% ของปริมาณใช้ทั้งหมด ถือว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ยังมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
.
ไทยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับสอง มีสัดส่วนมากกว่า 10% ส่วนแหล่งที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และแอฟริกาตะวันตก เช่น ไนจีเรีย
.
ปริมาณสำรองน้ำมันรวมของประเทศอยู่ที่ประมาณ 60 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน, working stock 13 วัน และน้ำมันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของไทยซึ่งกำลังขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 22 วัน ที่ทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศ
.
“
ปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอราว 60 วัน และยังมีการนำเข้าเติมอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น” แหล่งข่าวกล่าว
.
นอกเหนือจากมาตรการด้านราคาแล้ว แหล่งข่าว มองว่า รัฐบาลควรผลักดันมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง เช่น การส่งเสริมใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือการนำมาตรการ Work From Home กลับมาใช้เช่นเดียวกับช่วงโควิด-19 เพื่อลดการใช้น้ำมันในภาพรวม เนื่องจากวิกฤติครั้งนี้เป็นผลกระทบในระดับโลก ซึ่งการรณรงค์ให้ร่วมกันประหยัดเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด
JJNY : ‘สมชัย’ ชี้ต้องพิสูจน์ในศาล│ปชน.แบกลังใส่ หนังสือรับรองส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์│กองทุนน้ำมันระส่ำ│อิหร่านปฏิเสธเจรจา
https://www.dailynews.co.th/news/5658316/
.
.
จากกรณี ‘สมชัย’ จับมือ ‘กมธ.พัฒนาการเมือง สว.’ จำลองการเลือกตั้งแกะรอย ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ พบทีมตัวแทนนักสืบเช็กย้อนหลังได้ใครกาเบอร์อะไรครบทั้ง 10 คน ด้าน ‘นรเศรษฐ์’ ยันเจตนารมณ์แค่ศึกษา ไม่เกี่ยวตีความข้อกฎหมาย ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
.
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายสมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์เกี่ยวกับการติดบาร์โค้ดที่ด้านล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลงแฟนเพจ “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” เผยว่าการใช้บาร์โค้ดลักษณะดังกล่าว ซึ่งเพิ่งมีในการเลือกตั้งปี 2569 อาจทำให้สามารถเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้
.
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า
.
“บาร์โค้ด คือ รหัสมรณะ การตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดในส่วนล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยการทดลองแล้วว่า สามารถเชื่อมโยงกลับไปสืบหาตัวผู้ลงคะแนนได้จริง”
.
อีกทั้ง “ข้อสรุปที่มองกลับไปยัง กกต. จึงเหลือเพียง 2 ทาง โดยจัดการเลือกตั้งแบบประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยขาดการไตร่ตรอง ขาดการกลั่นกรองจากทั้งสำนักงานและตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การมีบาร์โค้ดจะนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและคดีต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย”
.
นอกจากนี้ “การมีบาร์โค้ดดังกล่าว อาจไม่ใช่การประมาทเลินเล่อ แต่อาจกระทำโดยเจตนา ของบุคคล กลุ่มบุคคล ขบวนการ ที่ต้องการใช้บาร์โค้ด เป็นเครื่องมือในการควบคุมการลงคะแนนเสียงที่สามารถตรวจสอบได้ หรือเพื่อใช้วางแผนการเลือกตั้งในอนาคต หากเป็นบุคคลเดียวก็เป็นความผิดเฉพาะตัว หากเป็น 2-4 คน ก.ม.อาญาเรียก อั้งยี่ แต่หาก 5 คนขึ้นไป เรียกซ่องโจร”
.
อย่างไรก็ตาม “การพิสูจน์ว่า การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เป็นการประมาทเลินเล่อ หรือ เป็นเจตนากระทำความผิด จะเป็นขบวนการอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่ ต้องพิสูจน์ในศาล โดยต้องมีผู้ฟ้อง กกต. ในคดีอาญา มาตรา 209 ซึ่งศาลจะสามารถเรียกเอกสาร เช่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รายงานการประชุมทุกระดับ รายงานการตรวจรับ บันทึกการให้ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับมาประกอบคำวินิจฉัย ทั้งนี้ อั้งยี่มา ก็อั้งยี่กลับ ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้”
.
ขอบคุณข้อมูล : ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid0LDLsSUBkRfvUT7cxaoNzhVNYiMdPp7ip2xduAfa7fXWJ1aDomxCqVP8fwdwiaCHzl
.
.
ปชน.แบกลังใส่ หนังสือรับรอง ส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ รายงานตัวสภา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5621023
.
มาแล้ว! ผู้แทน ปชน.แบกลังใส่หนังสือรับรอง ส.ส. ทั้งบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตเลือกตั้งก่อนไปรายงานตัวต่อสภา
.
เมื่อเวลา 10.40 น วันที่ 5 มีนาคม ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่ง เปิดให้ส.ส.บัญชีรายชื่อรับหนังสือรับรองการเป็นส.ส. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันแรก ล่าสุด ผู้แทนของพรรคประชาชนจำนวน 3 คนได้เดินทาง พร้อมกล่องกระดาษ มารับหนังสือรับรองส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อรวมทีเดียว อย่างไรก็ตามมีส.ส.บางส่วน ที่มารับหนังสือด้วยตัวเองไปก่อนหน้านี้แล้ว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ พรรคประชาชน มีส.ส.รวมทั้งหมด 120 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 32 คน และส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 88 คน ซึ่งใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรับหนังสือรับรอง
.
.
กองทุนน้ำมันระส่ำ แบกหนักวันละ 450 ล้าน เผย ไทยนำเข้าวันละล้านบาร์เรล ผ่านฮอร์มุซ 40%
https://www.matichon.co.th/economy/news_5620893
.
กองทุนน้ำมันระส่ำ แบกหนักวันละ 450 ล้าน อุ้มได้แค่ 15 วัน หากโลกพุ่งไม่หยุดต้องปล่อยตามกลไกล เผย ไทยนำเข้าวันละล้าบาร์เรล ผ่านฮอร์มุซ 40%
.
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันภายในประเทศสูงถึงวันละประมาณ 400-450 ล้านบาท ขณะที่สถานะเงินสดของกองทุนฯ เหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และหนี้จากการกู้ยืมราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากยังคงอุดหนุนในระดับดังกล่าว จะสามารถพยุงราคาได้เพียงราว 15 วันเท่านั้น
.
“เดิมทีฝ่ายบริหารกองทุนฯ เสนอแนวทางอุดหนุนเพียง 7 วัน เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนและภาคธุรกิจทยอยปรับตัวตามกลไกตลาด แต่เมื่อรัฐบาลต้องการดูแลต่อเนื่องยาวขึ้น จึงเคาะกรอบ 15 วัน กระทรวงพลังงานก็จะต้องเตรียมพร้อมรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” แหล่งข่าวกล่าว
.
อย่างไรก็ตาม หลังครบกำหนด 15 วัน หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐอาจต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น หรือจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เนื่องจากหลายประเทศได้ปรับตัวไปแล้ว ประกอบกับกองทุนฯ ยังมีภาระหนี้เงินกู้อีกเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบัน
.
รับลูก “อนุทิน” เร่งนำเข้าแหล่งอื่น
.
แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน เร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบใหม่ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความไม่แน่นอน
.
แนวทางเบื้องต้นคือเพิ่มสัดส่วนจากประเทศคู่ค้าที่ไทยนำเข้าอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา (USA) และกลุ่มแอฟริกาตะวันตก (West Africa) รวมถึงเร่งเจรจาทำสัญญาเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น มาเลเซีย และบรูไน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไหลเข้าสู่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
.
แหล่งข่าว กล่าวยอมรับว่า หากเป็นการเปลี่ยนแหล่งนำเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากน้ำมันดิบแต่ละแหล่งมีคุณภาพและองค์ประกอบแตกต่างกัน โรงกลั่นอาจต้องปรับกระบวนการผลิต ส่งผลต่อต้นทุน นอกจากนี้ การขนส่งจากแหล่งที่ไกลขึ้นยังทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดด้านคลังสำรองก็เป็นอุปสรรค หากจะเพิ่มปริมาณสำรองจากระดับ 60 วันตามนโยบายรัฐ เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง และผู้ค้าน้ำมันไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงสต็อกน้ำมันราคาแพง
.
พลังงานกว่า 90% นำเข้าผ่านฮอร์มุซ 40%
.
ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยพลังงานมากกว่า 90% ของการใช้ทั้งหมดมาจากการนำเข้า สัดส่วนการนำเข้าที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ประมาณ 40% ของปริมาณใช้ทั้งหมด ถือว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ยังมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
.
ไทยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับสอง มีสัดส่วนมากกว่า 10% ส่วนแหล่งที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และแอฟริกาตะวันตก เช่น ไนจีเรีย
.
ปริมาณสำรองน้ำมันรวมของประเทศอยู่ที่ประมาณ 60 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน, working stock 13 วัน และน้ำมันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของไทยซึ่งกำลังขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 22 วัน ที่ทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศ
.
“ปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอราว 60 วัน และยังมีการนำเข้าเติมอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น” แหล่งข่าวกล่าว
.
นอกเหนือจากมาตรการด้านราคาแล้ว แหล่งข่าว มองว่า รัฐบาลควรผลักดันมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง เช่น การส่งเสริมใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือการนำมาตรการ Work From Home กลับมาใช้เช่นเดียวกับช่วงโควิด-19 เพื่อลดการใช้น้ำมันในภาพรวม เนื่องจากวิกฤติครั้งนี้เป็นผลกระทบในระดับโลก ซึ่งการรณรงค์ให้ร่วมกันประหยัดเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด