"อิหร่าน" ตั้งแนวรบ "ฮอร์มุซ" ส่งกองทัพ-เรือดำน้ำพร้อมยิงสหรัฐฯ
... ราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน หุ้นพลังงาน จะไปทิศทางไหน ?
การที่อิหร่านปิดหรือขู่จะปิด
ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันโลกเนื่องจากสาเหตุสำคัญดังนี้ครับ:
เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก: ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการขนส่งน้ำมันทางทะเล
โดยมีปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันไหลผ่านเฉลี่ยกว่า
20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ
1 ใน 3
ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก
อุปทานน้ำมันหายไปทันที: หากมีการปิดช่องแคบ น้ำมันจากผู้ผลิตรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต อิรัก และกาตาร์ จะไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดโลกได้ ทำให้อุปทานน้ำมันดิบหายไป
จากตลาดจำนวนมหาศาล
เส้นทางสำรองมีจำกัด: แม้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีท่อส่งน้ำมันที่เลี่ยงช่องแคบได้
แต่ขีดความสามารถของท่อเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะทดแทนปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่หายไปจากการขนส่งทางเรือ
กระทบต่อก๊าซ LNG: นอกเหนือจากน้ำมันแล้ว ช่องแคบนี้ยังเป็นเส้นทางส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
ถึง
20% ของโลก (โดยเฉพาะจากกาตาร์) การปิดช่องแคบจึงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาพลังงานอื่นๆ และค่าไฟฟ้าด้วย
ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Risk Premium): เพียงแค่มี "ความกังวล" ว่าจะมีการปิดช่องแคบ
ตลาดน้ำมันก็จะตอบรับด้วยการเพิ่มราคาทันทีจากค่าความเสี่ยง นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากเกิดการปิดช่องแคบ
เต็มรูปแบบในปี 2026 ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นอีก
10-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือทะลุระดับ
100 ดอลลาร์สหรัฐ
ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากเส้นทางนี้ถึง 1 ใน 3 ของความต้องการทั้งหมด
การปิดช่องแคบจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนน้ำมันนำเข้าที่แพงขึ้นมาก และกระทบต่อค่าขนส่งและราคาสินค้า
อุปโภคบริโภคในลำดับถัดไป
ไทยจะกระทบ มั๊ย ถ้า ปิดช่องแคบฮอร์มุช
... ราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน หุ้นพลังงาน จะไปทิศทางไหน ?
การที่อิหร่านปิดหรือขู่จะปิด
ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันโลกเนื่องจากสาเหตุสำคัญดังนี้ครับ:
เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก: ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการขนส่งน้ำมันทางทะเล
โดยมีปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันไหลผ่านเฉลี่ยกว่า 20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3
ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก
อุปทานน้ำมันหายไปทันที: หากมีการปิดช่องแคบ น้ำมันจากผู้ผลิตรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต อิรัก และกาตาร์ จะไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดโลกได้ ทำให้อุปทานน้ำมันดิบหายไป
จากตลาดจำนวนมหาศาล
เส้นทางสำรองมีจำกัด: แม้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีท่อส่งน้ำมันที่เลี่ยงช่องแคบได้
แต่ขีดความสามารถของท่อเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะทดแทนปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่หายไปจากการขนส่งทางเรือ
กระทบต่อก๊าซ LNG: นอกเหนือจากน้ำมันแล้ว ช่องแคบนี้ยังเป็นเส้นทางส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
ถึง 20% ของโลก (โดยเฉพาะจากกาตาร์) การปิดช่องแคบจึงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาพลังงานอื่นๆ และค่าไฟฟ้าด้วย
ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Risk Premium): เพียงแค่มี "ความกังวล" ว่าจะมีการปิดช่องแคบ
ตลาดน้ำมันก็จะตอบรับด้วยการเพิ่มราคาทันทีจากค่าความเสี่ยง นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากเกิดการปิดช่องแคบ
เต็มรูปแบบในปี 2026 ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นอีก 10-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ
ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากเส้นทางนี้ถึง 1 ใน 3 ของความต้องการทั้งหมด
การปิดช่องแคบจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนน้ำมันนำเข้าที่แพงขึ้นมาก และกระทบต่อค่าขนส่งและราคาสินค้า
อุปโภคบริโภคในลำดับถัดไป