60 วันอันตราย เมื่อน้ำมันกำลังจะหมดไทย

กองทุนน้ำมัน จะ “พยุงราคา” ได้อีกนานแค่ไหน ? เมื่อประเทศไทยเหลือน้ำมันพอใช้อีกแค่ “60 วัน”  

วินาทีนี้ไม่มีข่าวไหนร้อนไปกว่า "สงครามตะวันออกกลาง" อีกแล้วครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองโลก แต่มันกำลังสั่นสะเทือนถึง "ถังน้ำมัน" และ "กระเป๋าตังค์" ของคนไทยทุกคน !

60 วันอันตราย เมื่อน้ำมันกำลังจะหมดไทย

การปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ทำให้น้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกทันที 20% และไทยเรา "เจ็บหนัก" ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะเราพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเกือบครึ่งหนึ่งของที่ใช้ทั้งหมด



ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ เรามีน้ำมันสำรองในประเทศพอใช้แค่ 60 วันเท่านั้น ขณะที่พ่อใหญ่ทรัมป์ เพิ่งออกมาเตือนว่าสงครามรอบนี้อาจยืดเยื้อ 4-5 สัปดาห์ (หรือมากกว่านั้น) นั่นแปลว่า เรากำลัง "เดินอยู่บนเส้นด้าย" ถ้าหาแหล่งน้ำมันใหม่มาเติมไม่ทันภายใน 2 เดือน... หายนะของจริงมารออยู่หน้าบ้านแน่นอน

คำถามต่อมาคือ แล้วราคาน้ำมันจะพุ่งทันทีเลยไหม ?

พี่ทุยบอกเลยว่า “ยังครับ” เพราะในข่าวร้าย เรายังมีข่าวดีที่เป็นเหมือน "ลมหายใจสุดท้าย" ประคองเราอยู่ นั่นคือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เพิ่งกลับมายืนเป็น "บวก" ได้ในปีนี้เอง !

กองทุนน้ำมันคืออะไร ?

กองทุนน้ำมันก็เหมือน “กันชน” ครับ เวลาโลกสงบสุข ราคาน้ำมันต่ำ รัฐบาลจะแอบเก็บเงิน “ทอน” จากค่าเติมน้ำมันของเราทุกลิตรสะสมไว้ในถังนี้ แต่พอโลกเกิดสงครามจนราคาน้ำมันโลกพุ่งพรวดเหมือนน้ำป่าไหลหลาก กองทุนจะรีบเปิดวาล์วระบายเงินก้อนนี้ออกมา “จ่ายส่วนต่าง” แทนเราทันที เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มมันค่อย ๆ ขยับ ไม่ได้พุ่งกระชากจนคนเติมหัวใจวายครับ

ยกตัวอย่างนะ สมมติวันนี้ราคาน้ำโลกอยู่ที่ 30 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายน้ำมันก็จะอยู่ที่  32 บาทโดยเขาจะเก็บส่วนต่าง 2 บาทตรงนี้ไว้ เพื่อรองรับการผันผวน พอเมื่อไรที่ราคาน้ำมันขึ้นสูงไปลิตรละ 40 แบบนี้ ส่วนต่างนี้จะทำงานทันที โดยช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ขึ้นแรง

กองทุนนี้จะช่วยพยุงราคาได้มากแค่ไหน ?

ในที่ผ่านกองทุนน้ำมันนี้ขาดทุนมาตลอด บางช่วงขาดทุนสูงถึง 130,000 ล้านบาทเลยนะ แต่ข่าวดีคือ ต้นปี 2569 นี้ กองทุนน้ำมันเพิ่งพลิกกลับมา “เป็นบวก” สุทธิที่ 2,300 ล้านบาท หลังจากติดลบจนเกือบทะลุเพดานมานานหลายปี

แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ เงิน 2,300 ล้านบาท ฟังดูเหมือนจะเยอะ เพราะพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรแล้ว  แต่ถ้าต้องใช้อุดหนุนน้ำมันทั้งประเทศในช่วงที่ราคาโลกพุ่งกระฉูด เงินก้อนนี้อาจเปรียบเสมือน “น้ำแก้วเดียวที่สาดใส่กองไฟ” เพราะคนไทยใช้น้ำมันกันวันละมหาศาล ถ้าต้องช่วยลิตรละหลายบาท เงินพันล้านอาจหมดเกลี้ยงได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น !

แล้วถ้า "กันชน" นี้พังลง... มันจะกระทบเรายังไงบ้าง ?

หลายคนอาจจะคิดว่า "น้ำมันแพง" ก็แค่ขับรถให้น้อยลง แต่ความจริงมันน่ากลัวกว่านั้นครับ เพราะราคาน้ำมันคือ "ต้นทุนของทุกอย่าง" ในชีวิตเรา

1. ค่าครองชีพพุ่งแบบ "โดมิโน่" เมื่อกองทุนพยุงราคาดีเซลไม่ไหว ต้นทุนขนส่งจะพุ่งทันที สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่คือ "ก๋วยเตี๋ยวแพงขึ้น" "ผักแพงขึ้น" และ "ค่าส่งพัสดุแพงขึ้น" มันคือภาวะที่เงิน 100 บาทในมือเรา จะซื้อของได้น้อยลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

2. ภาวะ "เงินเฟ้อ" ฝั่งผู้ผลิต พอน้ำมันแพง โรงงานผลิตสินค้าก็ต้นทุนขึ้น เขาก็ต้องมาขึ้นราคาสินค้ากับเรา เผลอ ๆ สินค้าบางอย่างอาจจะ "ขาดแคลน" เพราะต้นทุนนำเข้าและขนส่งมันสูงเกินกว่าจะทำกำไรได้

3. ดอกเบี้ยอาจไม่ลงตามคาด ปกติถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ดอกเบี้ยควรจะลง แต่ถ้า "เงินเฟ้อ" พุ่งแรงเพราะราคาน้ำมัน แบงก์ชาติอาจจะกดดอกเบี้ยลงไม่ได้ หรือเผลอ ๆ ต้องปรับขึ้นเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ทีนี้แหละครับ "ภาระหนี้บ้าน-หนี้รถ" ของเราจะยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม

4. หนี้ในอนาคตที่เรา "ไม่ได้กู้ แต่ต้องช่วยจ่าย"  ถ้ากองทุนน้ำมันติดลบแสนล้านอีกรอบ รัฐบาลจะใช้วิธี "เก็บเงินทอน" จากเราในวันที่น้ำมันโลกถูกลง แปลว่าในอนาคต แม้ราคาน้ำมันโลกจะลงไปเหลือลิตรละ 20 บาท แต่คนไทยอาจยังต้องจ่ายลิตรละ 35 บาท เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้กองทุนที่กู้มาพยุงราคาในช่วงสงครามนี้

สุดท้ายนี้สิ่งที่พี่ทุยอยากจะบอก นั่นก็คือ กองทุนน้ำมันคือ "เครื่องมือแลกเวลา" ที่ช่วยให้เราไม่ต้องจ่ายราคาน้ำมันสงครามตั้งแต่วันนี้ แต่มันไม่ใช่อำนาจวิเศษที่จะฝืนราคาตลาดโลกได้ตลอดไป สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ อย่าเพิ่งตกใจไปกักตุนน้ำมัน แต่ให้ "กักตุนกระแสเงินสด" และวางแผนค่าเดินทางให้ดี เพราะในช่วง 60 วันต่อจากนี้ ความผันผวนจะเป็นเรื่องปกติใหม่ที่เราต้องเจอครับ
  

ที่มา
-สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื่อเพลิง
-UNN,Trump: US operation against Iran designed for 4-5 weeks

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่