เจ็บปวดใจกับคนที่บ้านมากแต่ไม่รู้ควรทำยังไงดี

เวลาจะปรึกษาอะไรที่บ้าน แค่เกริ่นปัญหาออกไปก็มักจะโดนด่าไม่เลี้ยงคือแบบที่บ้านก็มีความลำเอียงตลอด  เรามักโดนมองเป็นตัวปัญหาของบ้าน  ทำอะไรไม่เคยมีดีในสายตา  มักจะเขม่นด่าโดนด่าตลอด เหมือนเอาความไม่พอใจมาลงที่เราตลอด พูดแต่ให้อดทนอย่างเดียว  อย่างเราร้อนมากนอนไม่ได้เลยจะปรึกษาเรื่องพัดลมแต่กลับโดนด่าที่ไม่อดทน  แค่นี้ทนไม่ได้  เรื่องเยอะ ที่เคยยอมให้อยู่ห้องแอร์ก่อนหน้านี้สมันมหาลัยเหมือนเป็นเรื่องที่บุญหัวมาก  รู้สึกเหมือนตัวเองไม่น่าเกิดมาเลยถ้าต้องทนฟังแบบนี้ทุกสัปดา ตอนนี้ทำงานแล้วแต่ก็ยังไม่สิทเลือกอะไรให้ตนเอง  จี้ถามทุกเดือนว่าเดือนนี้ได้เท่าไหร่มีเท่าไหร่แล้วเขาก็เอาไปบริหารเหมือนเป็นเงินในกระเป๋าตนเองตลอด แต่พูดเหมือนเราไม่มีค่าอะไร ดูแลตัวเองยังไม่ได้(ดูแลอะไรถ้าเขาจะยึดหมด) ที่ทำงานอยู่ตอนนี้ไม่ได้มีความมั่นคงขึ้นอย่าอวดเก่ง สมัยเรียนเขาก็เคืองมากที่เราไม่มีเงินจ่ายค่าหอเองเพราะเราหาไม่ทันจริงๆ
ทัศนคติของเขาคือ เราต้องกินข้าวมื้อละ30  ถ้า50เขาถือว่าเกินตัว น้ำคืออย่างซื้อเยอะมันแพงให้รองเกาะน้ำละกินเอา(เขาพูดช่วงเราเริ่มทำงานช่วงแรก)
ตัดไปที่พี่ข้าวมื้อละ100เขาบอกมันปกติ  เข้าใจว่ากินไม่อิ่ม  แล้วเราละแค่ชานมยังโดนด่า
ตอนนี้ตาแทบมองไม่เป็นเพราะแว่นเก่ามากแต่โดนว่าทำไมมไ่ทนๆใส่ไป  คนอื่นยังใส่ได้ตั้งนานๅ(แว่นตัดตั้งแต่ ม.5 เงินที่ตัดก็ของเราเอง) กู้ กยศ.ตอนมัธยมคือไม่ได้แตะเลยสักบาท เพราะเขายึดบัตรกับบัญชีไป ช่วงมัธยมคือไม่อยากกลับบ้านเลยรับไม่ไหวกับแรงกดดัน  แอบทำงานเก็บเงินตอนมัธยมจนซื้อรถมอเตอร์ไซค์เองได้ซื้อก็ยังไม่ได้เป็นชื่อตัวเองกะเอาไปใช้มหาลัยสุดท้ายก็ต้องยอมยกให้พี่เพราะที่บ้านจี้ตลอดว่าพี่ต้องใช้เลยได้เดินไปขึ้นรถโดยสารเองตลอด(รู้สึกเสียดายเงินเก็บที่เอาไปซื้อ) โทรศัพท์ทุกเครื่งที่มีใช้เครื่องแรกคือโชคดีได้รางวัล  เครื่องที่2ซื้อสดเอง เครื่องปัจจุบันคือวางเงินดาวห์และผ่อนเองอยู่ 2 ปี แต่กับพี่คือเขายอมให้เงินไปซื้อเลย เรียนมหาลัยก็ไม่ใช่ในสิ่งที่ชอบพอขอซิ่วใหม่ก็ไม่ได้ เขาบอกเปลืองเวลาตั้งปีนึงแล้ว ทนๆไปสิ ก็กล้ำกลืนเรียนจนจบแต่เกรดก็ไม่ได้ออกมาสวยเลยเพราะเราไม่ได้เก่งพวกเรื่องการคำนวนเลยชอบแนวศิลมากกว่า  สมัครงานคือเขาแทบไม่รับเพราะเกรดถือว่าน้อยมาก งงว่าจบได้ไงเกรดแค่นี้ จะเรียนโทต่อก็โดนด่าว่าจะเรียนไปทำไมเสียเวลา (แต่สำหรับเราคือคิดว่าสำคัญพอตัวเพราะจะสามารถเปลี่ยนอะไรหลายอย่างได้)  
ตอนนี้คือเหมือนไม่มีเป้าหมายของตนเเองและไม่ได้สนิทกับใครมากเพราะช่วงเรียนเราไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมอะไร(พูดให้ที่บ้านฟังแล้วเขาด่าว่าไร้สาระ)
พอมีเป้าหมายเขาจะพูดให้เรารู้สึกผิดแล้วตัดใจไม่เอา ชีวิตเหมือนว่างเปล่าทำงานไปก็เหมือนไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง  ชีวิคเหมือนยับเยินจนไม่รู้จะซ่อมมันยังไง
หรือการตัดการติดต่อกับที่บ้านคือทางออกแล้วลุยเองแบบทุ่มสุดตัวเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่